บทที่ 6 หลังกล้องหยุมหัว 2
หลังกล้องหยุมหัว 2
‘จริง พี่พีทดูมีความสุขขึ้นเยอะเลย ตั้งแต่เลิกกับยัยเจ้าเอยที่วันๆ เอาแต่พูดคนเดียวหน้ากล้อง’
‘แว่วๆ มาว่าคู่รักใหม่ #รักนี้ไม่มีเอนเกจ ของยัยเอย ก็นัดเซ็นสัญญาจ้างกันที่คาเฟ่ แฟนปลอมๆ หรือเปล่าเหอะ’
ข้อความบรรทัดสุดท้ายทำให้หน้าผากของเจ้าเอยชื้นไปด้วยเหงื่อเย็น ‘มีคนรู้เรื่องสัญญาจ้างอย่างนั้นเหรอ หรือแค่เดามั่ว’
ความรู้สึกอับอาย โกรธ และเจ็บใจแล่นพล่านขึ้นมาจุกอยู่ที่อก น้ำตาคลอเบ้าตาคู่สวยอย่างห้ามไม่ได้ ความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาทำร้ายเธอ
หมอพีทคนที่เธอเคยยอมอดนอน ถ่ายคลิปหารายได้พิเศษไปช่วยจ่ายค่าเทอมและค่าหนังสือเรียนหมอแพงๆ ให้มัน ตอนที่มันยังไม่มีอะไรเลย พอวันหนึ่งมันได้เป็นหมอ มีหน้ามีตาในสังคม มันกลับเหยียบหัวเธอแล้วเดินไปหาคนที่ดีกว่า พร้อมกับฝากบาดแผลไว้ว่าเธอเป็นแค่
‘ผู้หญิงไร้สาระวันๆ อยู่แต่หน้ากล้อง’
“ฮือๆ ๆ ๆ ” เสียงสะอื้นเบาๆ หลุดออกมาจากลำคอของเจ้าเอย เธอรีบยกมือขึ้นปิดปาก ก้มหน้าลงซบเข่าตัวเองบนโซฟา
เธอไม่อยากอ่อนแอ ไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตา โดยเฉพาะที่คอนโดมิเนียมนี้
แกร๊ก!!!
เสียงประตูห้องนอนฝั่งขวาเปิดออกอีกครั้ง คอปเตอร์เดินออกมาในชุดเดิม เขากำลังจะเดินไปหยิบน้ำในครัว แต่เท้ายาวกลับชะงักกึกเมื่อเห็นร่างบางบนโซฟากำลังสั่นเกร็งและมีเสียงสะอื้นแผ่วเบาเล็ดลอดออกมา
คอปเตอร์คิ้วขมวด ค่อยๆ ก้าวขาเดินเข้าไปใกล้โซฟาอย่างเงียบเชียบ เขายืนมองหัวมวยผมยุ่งๆ ของเจ้าเอยอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นหน้าจอมือถือของเธอที่ยังเปิดค้างไว้ที่โพสต์ของมินนี่และคอมเมนต์แซะเหล่านั้น
แววตาเบื่อโลกและเย็นชาของคอปเตอร์เปลี่ยนเป็นเรียบตึงทันที
“เป็นอะไร” เสียงทุ้มเอ่ยถาม นุ่มนวลขึ้นกว่าปกติเล็กน้อยอย่างที่เจ้าตัวก็คงไม่รู้ตัว
เจ้าเอยสะดุ้งสุดตัว เธอรีบเช็ดน้ำตาบนแก้มออกอย่างลวกๆ กดปิดหน้าจอมือถือ แล้วเงยหน้าขึ้นมาทำตาแข็งใส่เขา
“ไม่ได้เป็นอะไร นายมาเดินอะไรดึกๆ ดื่นๆ เนี่ย”
ถึงจะพยายามทำเสียงเข้ม แต่ปลายจมูกที่แดงรั้นและดวงตากลมโตที่ช้ำน้ำตาก็ซ่อนความจริงไม่ได้เลยสักนิด
คอปเตอร์ถอนหายใจยาว เขาไม่พูดอะไร แต่เดินไปลากเก้าอี้สตูลตัวเล็กมาจากมุมห้อง แล้วนำมานั่งลงตรงหน้าโซฟา ประจันหน้ากับเจ้าเอยในระยะใกล้
“ร้องไห้เพราะไอ้หมอพีทนั่นอีกแล้วเหรอ” เขาถามตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม
“ไม่ได้ร้อง” เจ้าเอยเถียงเสียงหลง
“ฝุ่นมันเข้าตาต่างหาก”
“คอนโดนี้แพงขนาดนี้ ไม่มีฝุ่นหรอก” คอปเตอร์ย้อน ดวงตาของเขาจ้องลึกเข้ามาไปในตาของเธอ
“เธอเนี่ยนะ หน้ากล้องทำเป็นเก่ง ตบมุกตลก ตอกกลับคนอื่นเป็นร้อยคำ แต่พอหลังกล้องโดนแซะแค่นี้ก็นั่งร้องไห้เป็นเด็กหลงทาง”
“นายจะไปเข้าใจอะไรล่ะ” เจ้าเอยหมดความอดทน น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักลงมาตามแก้มเนียน
“นายมันพวกโลกส่วนตัวสูง มีพ่อมีแม่ร่ำรวย นายไม่เคยต้องสู้ชีวิต ไม่เคยโดนคนที่ตัวเองรักและซัพพอร์ตมาตลอดทิ้งไปหาคนอื่น แล้วยังโดนคนทั้งโซเชียลหัวเราะเยาะว่าตกอับหรอก นายไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกที่เหมือนตัวเองไร้ค่ามันเป็นยังไง”
เจ้าเอยระเบิดอารมณ์ออกมาจนหอบเหนี่ยว เธอเตรียมตัวโดนคอปเตอร์ตอกกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามสไตล์ของเขา แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม
คอปเตอร์นิ่งเงียบไป สายตาที่เคยดูแคลนเปลี่ยนเป็นความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ่านออก เขามองหยดน้ำตาบนแก้มของเธอ แล้วยื่นมือหนาออกไป
หมับ
นิ้วเรียวยาวและอบอุ่นของคอปเตอร์แตะลงบนแก้มใสของเจ้าเอยเบาๆ เขานวดนิ้วโป้งปาดคราบน้ำตาออกจากแก้มเธออย่างแผ่วเบา
สัมผัสที่นุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อจากผู้ชายปากร้ายทำเอาเจ้าเอยตัวแข็งทื่อ ลืมหายใจไปชั่วขณะ
“ใครบอกว่าเธอไร้ค่า” คอปเตอร์พูดเสียงทุ้มต่ำ นิ่งและหนักแน่น
“ถ้าเธอไร้ค่า เธอจะหาเงินส่งตัวเองเรียนได้หรือไง จะจ้างเพื่อนทำงาน และมีคนติดตามเป็นแสนได้ไง”
เจ้าเอยจ้องหน้าเขา ตาค้าง น้ำตายังคงคลอเบ้า
“หมอพีทอะไรนั่นมันไม่ได้ทิ้งเธอเพราะเธอไร้สาระหรอก มันทิ้งเธอเพราะมันเค้าไม่คู่ควรกับคนที่ทุ่มเทให้มันต่างหาก” คอปเตอร์พูดต่อ สายตาไม่ละไปจากใบหน้าเนียน
“ส่วนเรื่องพ่อแม่เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อฉันอายัดบัญชีฉันเพราะอะไร เพราะงั้นอย่ามาตัดสินคนอื่น”
เจ้าเอยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สัมผัสอุ่นจากมือเขาบนแก้มเธอยังคงอยู่ และมันกำลังทำให้หัวใจข้างซ้ายของเธอเต้นระทึกขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
“แล้วนายยื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้ฉันทำไม” เจ้าเอยถามเสียงแผ่ว พยายามหลบสายตาคมกริบนั้น
“ผิดกฎข้อสามนะ ห้ามคิดจริง ห้ามแสดงท่าทางคลั่งรักนอกเวลา”
คอปเตอร์ชะงักไปเล็กน้อย เขามองหน้าเธอ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากนิดๆ ยิ้มที่ดูจริงใจและไม่มีความกวนประสาทแบบทุกที
“ฉันไม่ได้คลั่งรัก” เขาตอบ พร้อมกับนำมือกลับไปกอดอกตามเดิม
“ฉันแค่รำคาญเสียงร้องไห้ มันทำลายสมาธิการซ้อมเกมของฉัน”
“ไอ้กุมารทอง” เจ้าเอยหน้าหงาย ปรับอารมณ์ตามไม่ทัน
“แล้วก็จำไว้” คอปเตอร์ลุกขึ้นยืน นำมือซุกกระเป๋ากางเกง มองลงมาที่เธอ
“ตั้งแต่นี้ไป ถ้าไอ้หมอนั่นหรือยัยมินนี่ทักมาแซะอีก ไม่ต้องไปอ่าน ให้ส่งมาให้ฉัน”
“ส่งให้นาย นายจะทำไม”
“ฉันจะให้เด็กในทีมช่วยกันสแปมและทัวร์ลงเพจมันให้จมดิน” คอปเตอร์พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนพูดเรื่องลมฟ้าอากาศ
“ในเมื่อตอนนี้เธอเป็นแฟนปลอมๆ แต่ก็เป็นแฟนของฉันปลอมๆ ในตอนนี้ ใครมาแตะต้องเธอ มันก็เหมือนมาหยามหน้าฉันเหมือนกัน”
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอนไป ทิ้งให้เจ้าเอยนั่งอึ้งอยู่บนโซฟาเพียงลำพัง
ห้องนั่งเล่นกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่คราวนี้ หัวใจของเจ้าเอยกลับไม่เงียบสงบตามเลยสักนิด เธอยกมือขึ้นแตะแก้มข้างที่เพิ่งถูกเขาสัมผัส ความอบอุ่นยังคงตกค้างอยู่ตรงนั้นพร้อมกับอัตราการเต้นของหัวใจที่รวดเร็วผิดปกติ
‘บ้าที่สุด ไอ้คนปากเสีย นายจะมาทำนุ่มนวลใส่ฉันทำไมวะเนี่ย’ เจ้าเอยงึมงำกับตัวเอง ใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องเอาหมอนอิงมาปิดหน้าไว้
