บทที่ 2 หมั่นไส้

ตอนที่2 หมั่นไส้

แผ่นดิน

“อื้อ! ดิน ทำไมใจร้อนแบบนี้ละคะ” เสียงหวานของแซนด์ดังขึ้นเหมือนตำหนะแต่มุมปากกลับประดับด้วยรอยยิ้มพอใจ หลังถูกผมจู่โจมเธอทันทีที่เข้ามาในห้องของเธอ

“จะให้ร้อนกว่านี้ไหมล่ะ” ผมผละออกจากซอกคอขาวของเธอ ก่อนจะถามออกไปด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้มบางๆ มุมปากอย่างรู้ทันกัน และนั่นก็คงจะทำให้แซนด์รู้ดีว่าหมายถึงอะไร ก่อนจะรีบทำในสิ่งที่ผมต้องการอย่างไม่ขัดข้องหรือสงสัยอะไรอีกรู้ใจกันอย่างดี

ร่างบางถอดเสื้อผ้าของผมและตัวเองออกจนหมด ก่อนจะรีบปรนเปรอผมอย่างชำนาญ จนตอนนี้ผมทนไม่ไหว ดันร่างบางเซ็กซี่ล้มลงไปที่โซฟาแล้วตามขึ้นไปคร่อมร่างของเธอไว้อย่างหื่นกระหาย ก่อนจะสวมเครื่องป้องกันให้ตัวเองอย่างดี และจัดการกระแทกความแข็งเขื่องเข้าร่องของแซนด์ทีเดียวมิดด้ามอย่างไม่ปราณีหรือรอช้าว่าเธอจะเจ็บหรือรู้สึกยังไง

“อร้าย! อื้อ!” แซนด์กรีดร้องออกมาด้วยเสียงกระเส่าซ่านอย่างให้ท่าหลังจากถูกกระแทกอย่างถึงอกถึงใจ

“.....” แต่ผมไม่สนใจท่าทีของเธอสักนิด จัดการซอยตัวตนของตัวเองเข้าออกในร่องนั้นด้วยความเร็วและรุนแรงตามอารมณ์ของผมตอนนี้ที่มีมากกว่าปกติอย่างไม่คิดยับยั้งหรือหักห้ามใจใดๆ

ปึก! ปึก! ปึก!

“อึก! ดิน อื้อ! เจ็บ! หือ! ทำไมวันนี้รุนแรงแบบนี้ อ๊า!” เสียงของแซนด์ดังขึ้นติดขัดบอกความรู้สึกของตัวเองอย่างซ่านเสียวดูจะถึงอกถึงใจมากกว่าจะรู้สึกรับไม่ไหว แต่ก็ถามในสิ่งที่ผมแปลกไปอย่างรับรู้ได้

“อย่าถามมาก” ผมคำรามห้ามเธอออกไปไม่ให้ยุ่งเรื่องส่วนตัว แล้วจัดการกระแทกกระทั้นตัวเองเข้าใส่ไม่หยุดด้วยอารมณ์คุกรุ่นที่มีอยู่ในอก

ถ้าจะบอกว่าแซนด์โชคร้ายที่ต้องมารองรับอารมณ์ผมตอนนี้ก็คงโทษผมไม่ได้ แล้วเธอเองก็คงรับไหวและเต็มใจจะรับด้วย แล้วหากต้องโทษใครสักคนก็คงต้องไปโทษยัยเด็กนั่นที่ทำให้เรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้ แต่ก็ไม่เป็นไร ถึงจะเป็นยังไงก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงผมได้ ผมก็คือผมเหมือนเดิมไม่ว่าจะมีพันธะอะไรแทรกเข้ามา อยากทำอะไรกับใครหรือไปไหน ก็ไม่สามารถมีอะไรมาเปลี่ยนแปลงผมได้อยู่แล้ว แต่ที่อารมณ์เสียก็แค่หงุดหงิดนิดหน่อยที่เธอไม่รู้จักปฏิเสธอะไรออกไปราวกับเต็มใจและรอให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้

แต่ถ้าเธอเลือกจะปฏิเสธก็คงแปลกนั่นแหละ เพราะที่ผ่านมาผมก็พอมองออกว่ายัยเด็กนั่นชอบผมมาตลอด แล้วชอบมานานแล้วด้วย พอได้โอกาสก็ไม่แปลกถ้าเธอจะรีบคว้ามันไว้ด้วยการครอบครองแบบนี้

สวัสดีครับผม แผ่นดิน หรือ ดิน ตอนนี้กำลังจะขึ้นปีสอง นิสัยผมเหรอ ง่ายๆ ก็คงจะเลวมั้งหรือถึงขั้นชั่วก็ได้มั้งขึ้นอยู่กับสถานการณ์และบุคคลที่ผมจะเลือกปฏิเสธแหละ แต่ใครๆ ก็บอกว่ารอยยิ้มผมน่ะมันอันตราย มันทำให้คนหลงใหลได้ แต่ก็ทำให้คนพวกนั้นสาหัสได้เหมือนกัน ผมค่อนข้างหัวรุนแรง หรือง่ายๆ คือพวกบ้าพลัง เสพติดความรุนแรงมาก หากใครต้องรองรับอะไรจากผมก็อาจจะลำบากหน่อย

ผมเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน พ่อแม่ทำธุรกิจใหญ่ทั่วประเทศและมีสาขาในต่างประเทศอีกด้วย แต่อยู่ๆ  บ้านผมก็มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน นั่นก็คือลูกศร ที่ผมรู้มาว่าพ่อแม่ของยัยนั่นตายไปแล้วและเธอไม่เหลือใครหรือมีญาติทีไหน อีกทั้งพ่อแม่เธอยังติดหนี้พ่อแม่ผมอยู่ด้วยเลยทำให้อยากเอาลูกเขามาเลี้ยงจะได้ให้ช่วยงานตอนโต(พ่อผมบอกมา) แต่แม่ก็บอกว่าให้ดูแลลูกศรให้เหมือนน้องเหมือนครอบครัวเดียวกันยังไงก็อยู่บ้านเดียวกันแล้ว จะพูดง่ายๆ ก็คือแม่ผมนะเอ็นดูยัยนี่ยิ่งกว่าผมซะอีก ส่วนพ่อก็ไม่เท่าไหร่หรอกไม่ได้ถึงกับรักเอ็นดูอะไรเป็นพิเศษแต่ก็ไม่ได้เกลียดชังหรือมีอคติอะไร

ส่วนสถานะของผมตอนนี้น่ะเหรอ ก็นั่นแหละครับ กำลังจะหมั้นในอีกไม่นานนี้แล้ว เพราะแม่ดันไปเจอผมกับยัยนั่นนอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงเดียวกันในสภาพที่ไม่ต้องถามให้มากความก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วดันเป็นห้องยัยนั่นด้วยไงที่แม่รู้ดีว่าเป็นผมที่เข้าไปหาเธอเอง สุดท้ายเรื่องก็เลยเป็นแบบนี้อย่างไม่ต้องสืบ

แล้วถ้าถามว่าทำไมผมถึงได้ทำแบบนั้นกับลูกศรน่ะเหรอ ก็ไม่รู้สิ มันรู้สึกทั้งหมั่นไส้กับท่าทางที่เหมือนจะซื่อๆ และเป็นเด็กดีของยัยนั่นมั้ง แต่สำรหับผมที่ถ้ารู้จักเธอจริงๆ ยัยนี่น่ะ ดื้อใช่ย่อยเลยแหละ ส่วนอีกเหตุผล... เพราะสวยมั้ง ยิ่งโตยิ่งสวยอย่างปฏิเสธไม่ได้ สวยไปหมดทั้งหน้าตาและร่างกาย พูดแบบนี้แล้วพอคิดไปถึงเมื่อคืนแล้ว...

ย้อนไปเมื่อคืน...

ผมแอบเข้าห้องของยัยนั่นเองแหละ เพราะผมหมั่นไส้เธอเรื่องที่แม่ให้เธอมาอยู่คอนโดเดียวกับผมในวันเปิดเทอม แล้วยัยนั่นก็เออออโดยไม่มีข้อแม้หรือเหตุผลอะไรโต้แย้งเลยสักนิดแทนที่จะขอไปอยู่หอด้วยตัวเอง มันเลยทำให้ผมอยากสั่งสอนเธอหน่อยว่าอย่าเอาตัวเข้ามาในสายตาผมมากเพราะเธอก็รู้ว่าผมมักไม่ชอบหน้าเธอเท่าไหร่ แล้วหากเธอไปอยู่กับผมแล้วจะเจออะไรบ้าง

พอตกดึกหลังจากผมกลับจากไนท์คลับผมก็หากุญแจของบ้านและไขเข้าไปในห้องของเธออย่างง่ายดายไม่ลังเล ซึ่งตอนนั้นเธอก็หลับไปแล้วและหลับสนิทด้วย ผมจัดการถอดเสื้อผ้าตัวเองออกอย่างไม่ลังเลหรือรอช้า ก่อนจะตามขึ้นไปบนเตียงที่มีกลิ่นยัยนั่นอย่างชัดเจน แล้วค่อยๆ ถอดเสื้อผ้ายัยนั่นออกจนหมดด้วยความรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย และมันเป็นโชคดีหรืออะไรไม่รู้ที่ยัยนั่นไม่ใส่ชั้นในนอน มันก็เลยง่ายและสะดวกต่อผมมาก

หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ภาพตรงหน้าก็ทำให้ผมแทบคลั่งเลยทีเดียว สายตาละจากร่างกายและผิวขาวๆ ของเธอแทบไมม่ได้ ใครจะไปคิดว่าเด็กที่โตมาด้วยกันตั้งแต่อายุสิบกว่าขวบในวันนั้นพอแตกเนื้อสาวแล้วมันจะน่าดึงดูดได้ขนาดนี้ ร่างบอบบางแต่หน้าอกกลับดูใหญ่และเด้ง ผิวกายขาวๆ เนียนๆ ที่มองดูแล้วทั้งน่าสัมผัสและบีบเคล้นไปหมดทั้งตัว ถึงแม้ตอนเด็กๆ จะรู้อยู่แล้วว่ายัยนี่จะหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตาอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าโตมาจะต้องสวยมากขนาดนี้แบบนี้ไง (อันนี้ผมยอมรับอย่างไม่อาย)

“แค่เห็นก็ขึ้นแล้วแม่ง!” ผมสบถออกมากับตัวเองอย่างทนไม่ไหวและเริ่มคุมตัวเองแทบไม่ได้ ไม่อยากจะคิดถึงตอนสัมผัสเลยว่ามันจะทำให้ผมสติแตกได้แค่ไหนกัน

แล้วจะรอช้าอยู่ทำไมล่ะ ในเมื่อมีของหวานและของสวยงามอยู่ตรงหน้าแล้ว ก็ต้องลองกินสิ

“.....” ผมจัดการแทรกตัวเองเข้าไปหว่างขาของลูกศรอย่างไม่รีบร้อนทั้งที่ลมหายใจเริ่มติดขัด ก่อนจะค่อยๆ สอดแทรกท่อนเอ็นใหญ่ที่แข็งขึ้นทันทีที่ได้เห็นร่างกายของเธอ ส่งมันเข้าไปในร่องของเธอแล้วถูไถเบาๆ ก่อนจะกดแทรกเข้าไปช้าๆ โดยที่ร่างบางพยายามดิ้นหนีโดยยังไม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา

ผมพยายามดันตัวเองเข้าไปด้วยแรงที่มากกว่าเดิมเมื่อมันเข้ายากมากกว่าที่คิดจนทรมานมันไปหมด ต้องออกแรงกระแทกใส่เข้าไปหนักๆ จนในที่สุดก็ผ่านเส้นเยื่อบางๆ ที่มันยืนยันได้อย่างดีว่าไม่ผิดจากที่ผมคิด

“แม่งเอ้ย!” ผมได้แต่ขบกรามแน่นอย่างอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก และทนรอต่อไปไม่ไหวกับสิ่งยั่วยวนตรงหน้า

แล้วหลังจากนั้นผมก็เริ่มขยับร่างกายทำงานช่วงล่างอย่างทนต่อไม่ไหวอีกต่อไป โดยการขยับตัวเองเข้าออกในร่องรักของเธออย่างยากลำบากเพราะความคับแน่นรัดรึงที่ร้อนผ่าวจนแทบแตกซ่าน พร้อมกับร่างบางที่เริ่มโยกคลอนตามแรงส่งของผมจนดึงดูดไม่น้อย

ผมไม่ทิ้งให้ความสวยงามตรงหน้าพลาดมือไปได้อย่างน่าเสียดาย ก้มลงไปดูดเลียขบเม้มและบีบเคล้นไปทั่วร่างกายของเธออย่างห้ามใจไม่ไหว ยิ่งกินก็ยิ่งหิวกระหายจนเหมือนสัตว์ป่าอดอยาก และกล้ายอมรับตรงๆ เลยว่า เกิดมายังไม่เคยได้กินใครแล้วรู้สึกดีและฟินได้เท่ายัยนี่จริงๆ ทำเอาหนังหัวตึงเปรี๊ยะสันหลังเกร็งเขม็งไปหมด

และไม่รู้ว่าผมทำแรงไปหรือเปล่าทั้งที่พยายามจะทำให้เบาที่สุดในชีวิตแล้วแท้ๆ มันเลยทำให้เจ้าของร่างกายบอบบางที่หลงมัวเมาอยู่ในความจริงกับความฝันตั้งนานเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหลังพยายามดิ้นหนีมาสักพัก และพอยิ่งตื่นก็ยิ่งต่อต้านหนักกว่าเดิม พยายามขัดขืนผมอย่างไม่สมยอมทั้งที่สอดแทรกอยู่ในกายเธอสักพักแล้วแท้ๆ แต่แรงของเธอมันไม่สามารถทำอะไรผมได้เลยแม้แต่น้อยจึงไม่เกิดขึ้น

แต่เธอก็ไม่คิดยอมแพ้จนทำให้ผมหงุดหงิดขัดใจและอดโมโหไม่ได้ที่เธอไม่เจียมตัวและสมยอมสักที สุดท้ายก็เผลอตัวรุนแรงกับเธออย่างดุดันป่าเถื่อน จนเล่นเอาครั้งแรกกับร่างเล็กๆ ของเธอรับไม่ไหวสลบไปในที่สุดทั้งที่ผมยังคงทำหน้าที่ของตัวเองไม่หยุดหย่อนเป็นรอบที่เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ก็ไม่รู้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น จนผมเองเหน็ดเหนื่อยแล้วก็หมดแรงและเผลอหลับไปกับเธอทั้งแบบนั้น ทิ้งหลักฐานทุกอย่างไว้แบบไม่ต้องรอให้ใครมาสืบความ

พอเช้าวันต่อมาที่ตะวันสายโด่แล้วก็คงไม่ต้องบอกว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากที่แม่ผมเข้ามาเห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเอง

เรื่องก็เป็นแบบที่เห็นเลย... รับผิดชอบการกระทำตัวเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป