บทที่ 5 อาจจะเสียใจ

ตอนที่5 อาจจะเสียใจ

แผ่นดิน

“ไม่ใช่เธอเรียนอยู่ต่างประเทศเหรอวะ” เสียงไอ้ปลื้มพูดขึ้นด้วยความสงสัยพร้อมกับหัวคิ้วขมวดมุ่นไม่คลาย ไอ้นี่มันขี้สงสัยและชอบใส่ใจ(เสือก)เรื่องรอบตัวของคนอื่นมาก

“นั่นดิ แล้วทำไมได้มาโผล่อยู่ที่นี่วะ” ตามด้วยไอ้องศาที่มันก็แปลกใจไม่ต่างกันกับเรื่องที่พึ่งได้รู้ และไอ้นี่นิสัยเหมือนไอ้ปลื้มอย่างกับพี่น้อง ถ้าไม่บอกแม่งคิดว่าคลานตามกันมาแล้ว

“ย้ายมาสิ ไม่เห็นยาก” เป็นไอ้ทินที่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งกับสมการที่เกิดขึ้นอย่างไม่ต้องใช้สมอง ส่วนไอ้นี่มันไม่ได้เป็นคนเงียบขรึมหรือเย็นชาอะไรหรอก เพียงแต่มันเป็นพวกไม่ได้ชอบพูดมากพูดไปเรื่อยเกินจำเป็น แล้วไม่ค่อยแสดงอาการทางสีหน้าเท่าไหร่ แต่อย่าให้มันพูดนะ มีจุก

“แล้วทำไมถึงได้ไปอยู่กลุ่มเดียวกับคู่หมั้นมึงได้วะ” แล้วไอ้องศาก็หันมาถามผมด้วยความอยากรู้ไม่เลิก สงสัยยิ่งกว่าเป็นเรื่องของตัวเอง

“กูจะรู้ไหม กูก็อยู่กับพวกมึง” ผมตอบกลับไปตามที่ตัวเองก็ไม่รู้อะไรเหมือนกัน ในเมื่อก็นั่งอยู่และได้รู้เห็นอะไรๆ พร้อมพวกมันแล้วยังจะมาถาม ผมเองก็พึ่งรู้เห็นทุกอย่างพร้อมพวกมันนี่แหละ

“ก็ลองไปถามคู่หมั้นมึงดูสิ” ไอ้ปลื้มเห็นแบบนั้นก็เสนอมาอย่างไม่ค่อยอยากเสือกเท่าไหร่เลย

“ไม่ต้องบอกกูก็ต้องถามอยู่แล้วไหมวะ” ผมพูดขึ้นอย่างที่คิดไว้แล้วว่ายังไงก็ไม่มีทางพลาดเรื่องนี้ไปแน่ๆ ในเมื่อคนที่ผมเคยชอบมากๆ กลับมาอยู่ใกล้แค่เอื้อม แถมยังอยู่ใกล้กับคนที่น่าจะช่วยผมได้อีก

ใช่ ผมเคยชอบแก้มบุ๋มมากตอนสมัยมัธยมปลาย เธอเป็นคนน่ารักดูเรียบร้อยและอ่อนหวานเหมาะกับการเป็นแม่ของลูก ตอนนั้นผมเคยบอกชอบและขอเธอคบด้วยนะ แต่เธอก็ยังไม่ได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธเช่นกัน แค่บอกว่าอยากให้ดูๆ กันไปก่อนจนกว่าเธอจะแน่ใจ แต่อยู่ๆ เธอก็ขาดการติดต่อไปแล้วก็หายไปเลย

ผมก็ไม่ได้ตามสืบเรื่องของเธอมากหรอก แค่ถามๆ คนรู้จักเธอผ่านๆ บ้างเพราะมันก็ยังแค่เด็กวัยรุ่นที่ไม่ได้ยึดติดจนฝังใจ ทำให้ได้รู้ว่าเธอย้ายโรงเรียนไป ก่อนจะมาได้ยินอีกทีว่าเธอไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศ นั่นก็เลยทำให้ผมปล่อยผ่านไป

แต่อยู่ๆ ผมกลับมาเห็นเธออยู่แค่ตรงหน้าในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับผม แถมยังอยู่กลุ่มเดียวกับคู่หมั้นของผมอีก ถึงตอนนี้ความชอบที่เคยมีมันไม่ได้เหมือนเดิมแล้วแต่ก็ถือว่าเธอยังคงน่าสนใจดี

ยิ่งเป็นเพื่อนกับเด็กนั่นด้วย...หึ!

“มึงยังไม่เลิกสนใจเธอ?” ไอ้ทินได้ยินแบบนั้นก็หันมาถามผมอย่างจับผิดทันที

“ก็ไม่เชิง แต่ถ้าได้ลองคุยกันอีกครั้งอาจจะมีความรู้สึกเก่าๆ ขึ้นมาก็ได้” ผมตอบมันกลับไปด้วยท่าทีสบายๆ ไม่แยแสหรือคิดอะไรมากในตอนนี้

ตอนนี้ผมก็ไม่ได้คบใคร ไม่ได้รักใคร ถ้าเกิดได้พูดคุยกับแก้มบุ๋มอีกครั้งมันอาจจะทำให้ความรู้สึกเก่าๆ ของผมกลับมาก็ได้ แล้วตอนนั้นผมอาจจะได้เปิดใจและคบหาใครสักคนดูสักที

ถึงผมจะเลวและมั่วไปหน่อย(?) แต่ถ้าให้เลือกแม่ของลูก ผมบอกเลยผมก็ชอบผู้หญิงเรียบร้อยว่าง่าย ซึ่งแน่นอนว่าแก้มบุ๋มนี่แหละสเปกผมทุกอย่าง ถึงผมจะห่ามและชอบความรุนแรงแต่ผมกลับชอบผู้หญิงที่ดูน่าทะนุถนอมยังไงก็ไม่รู้ ส่วนผู้หญิงตายด้านที่ทนไม้ทนมือผมได้อย่างคู่หมั้นผมนั่นน่ะ มันเหมาะกับการเก็บไว้เป็นของสะสมแล้วก็ใช้ตอนยังไม่มีใคร

“อย่าลืมว่ามึงมีคู่หมั้นแล้ว” ไอ้ทินพูดขึ้นเหมือนเป็นการเตือนพร้อมกับมองหน้าผมนิ่งๆ อย่างไม่เห็นด้วย ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ผมหมั้นกับลูกศรมันก็ชอบพูดแบบนี้กับผมเสมอนั่นแหละ ทั้งที่มันรู้ว่าความสัมพันธ์ของผมกับลูกศรมันเหมือนภาระที่ไร้ความรู้สึก

“แล้วยังไง พวกมึงก็รู้ว่ากูไม่ได้คิดอะไรกับยัยนั่นหรือใครอยู่แล้ว” ผมพูดขึ้นด้วยท่าทีสบายๆ ตอกย้ำความจริงของความรู้สึกที่จนถึงตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แล้วตัวของลูกศรเองก็เหมือนจะเฉยเมยกับผมหรือการกระทำของผมด้วย

“แล้วมึงไม่คิดจะถอนหมั้น?” แล้วไอ้ทินมันก็ถามกลับถึงสิ่งที่ผมไม่ยอมตัดปัญหาไม่คาราคาซัง แล้วนี่ก็เป็นอีกคำถามที่มันชอบถามผมประจำนั่นแหละเวลาเห็นผมคั่วผู้หญิงคนอื่น เวลาผมบอกว่าไม่ได้รักหรือคิดอะไรกับลูกศร

ผมก็เข้าใจนะว่ามันสนิทกับลูกศรมาก รวมถึงไอ้สองคนข้างผมด้วยที่ก็ค่อนข้างสนิทกับลูกศร

ก็อย่างว่านั่นแหละลูกศรเกิดและโตมาที่บ้านของผม เรียนที่เดียวกับผมมาตั้งแต่เด็ก เวลาพวกมันไปบ้านผมก็จะได้เจอกับลูกศรตลอด แม่ผมก็บอกว่าเป็นลูกเพื่อนท่าน นั่นทำให้ไอ้พวกนี้มันค่อนข้างเอ็นดูลูกศรเหมือนน้องคนหนึ่ง โดยเฉพาะได้ทินที่มันกับลูกศรสนิทกันเป็นพิเศษกว่าใคร แม้แต่กับผมที่โตบ้านเดียวกับเธอยังไม่เท่ากับไอ้ทินเลย

“ถอนก็โง่ดิ อย่างน้อยอยู่แบบนี้ยัยนั่นก็ไม่มีสิทธิ์นอกลู่นอกทางที่ไหนได้” ผมย้อนกลับไปอย่างที่มันควรจะเป็น

ถึงผมจะไม่ได้รักลูกศรในแบบชู้สาว แต่ผมก็ไม่ต้องการให้เธอไปเป็นของใครหรือพลาดโง่ให้ผู้ชายที่ไหนหลอกได้ ยิ่งพยศแบบลูกศรนี่ด้วยแล้วผมจะปราบพยศเธอให้หมอบแทบเท้าผมให้ได้เลย อยากทำให้เธอว่านอนสอนง่ายกับผมก่อนแล้วผมค่อยยอมให้เธอไปมีชีวิตของตัวเอง

“กูไม่อยากให้มึงทำแบบนี้กับลูกศร” แล้วไอ้ทินก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่กลับบ่งบอกถึงความจริงจัง

ซึ่งเวลามันพูดถึงเรื่องลูกศรทีไรผมรู้สึกว่ามันจะมีอะไรแอบแฝงมาตลอด ผมพยายามไม่คิดมากว่าเพื่อนผมจะรู้สึกอะไรกับยัยนั่น แต่เวลาเห็นมันมีท่าทีเป็นห่วงหรือเกือบจะหวงลูกศร ผมกลับไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ มันต่างกับไอ้สองตัวนั้นที่เวลามันพูดถึงลูกศรหรือแม้แต่แสดงความเป็นห่วงออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ผมไม่ค่อยรู้สึกหงุดหงิดแบบนี้และเห็นถึงความบริสุทธิ์ใจ

“แต่อันนี้กูเห็นด้วยกับไอ้ทินนะเว้ย ยังไงลูกศรก็เป็นเหมือนน้องมึง ยิ่งตอนนี้เป็นเมียแล้วด้วย” ไอ้ปลื้มพูดขึ้นอีกคนอย่างเห็นด้วยกับไอ้ทินและไม่เคยสนับสนุนการกระทำของผมที่เป็นอยู่ตั้งแต่หมั้น

“แล้วไง กูไม่สน” ผมไหวไหล่ตอบกลับไปอย่างไม่แยแสให้พวกมันอย่างไม่ใส่ใจ

ก็บอกแล้วว่าลูกศรเป็นของผม เธอต้องเป็นของผมแบบนี้ตลอดไป ในฐานะอะไรก็ได้ที่ผมอยากให้เธอเป็น และในระยะเวลาที่ผมต้องการหรือจนกว่าจะเห็นสมควรที่จะปล่อยเธอไป

“แล้วแต่มึงเลยครับ ถ้าวันหนึ่งเสียใจมาอย่ามาให้พวกกูช่วยนะ” ไอ้องศาพูดออกมาอย่างย้ำเตือนประชดประชันแม้ไม่เห็นด้วยก็ตาม

“กูจำเป็นต้องเสียใจอะไรเพราะยัยนั่น?” ผมย้อนถามพวกมันกลับอย่างเป็นเรื่องตลกและมั่นใจมากกว่าไม่มีเรื่องหรืออะไรเลยที่จะทำให้ผมรู้สึกอะไรกับยัยนั่น นอกจากความขัดใจที่อยากปราบ

“แล้ววันหนึ่งมึงอาจจะเสียใจ” แล้วนี่ก็เป็นเสียงนิ่งๆ ของไอ้ทินที่ดังขึ้นอย่างย้ำเตือน ก่อนมันจะลุกออกจากโต๊ะเหมือนไม่อยากพูดอะไรกับผมอีก

“.....” แต่ผมยักไหล่ไม่สนใจหรอก เพราะยังไงก็ไม่มีทางที่ยัยนั่นจะทำให้ผมเสียใจได้ นอกจากทำให้ผมหัวร้อนน่ะสิ อย่าลืมว่าผมรู้จักกับยัยนั่นมาสิบกว่าปีแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป