บทที่ 7 เมีย&คู่หมั้น

  ​"มีน..."

  "มีน..."

  "ไอ้มีน!"

  "คะ?" ฉันขานรับออกไปเมื่อพี่เอซเรียกฉันขึ้นเสียงดังจนฉันสะดุ้ง

  "เป็นอะไรของเราเนี่ย ทำไมดูเหม่อๆ" พี่เอซเจ้าของผับที่ฉันร้องเพลงอยู่ถามฉันขึ้น

  "เปล่านี่คะ มีนไม่ได้เหม่อ ^^" ฉันตอบออกไปพลางส่งยิ้มไปให้เขาบางๆ

  "ทะเลาะกับพี่คริสเหรอ ช่วงนี้ทำไมดูแปลกๆ" พี่เอซถามฉันแล้วลากเก้าอี้มานั่งลงตรงข้ามฉัน

  "ไม่ได้ทะเลาะหรอกค่ะ พี่เอซคะ" ฉันเรียกพี่เอซขึ้นเมื่อคิดว่าฉันจะพูดบางอย่างกับเขาออกไป

  "ว่าไง" พี่เอซว่าพลางเหลือบไปมองภรรยาคนสวยของตัวเองที่กำลังเดินเข้ามาในผับ 

  นี่ขนาดภรรยยาของพี่เอชท้องอยู่นะ ยังสวยขนาดนี้เลยอ่ะ อิจฉาคนท้องชะมัดเลย

  "มาทำไมเนี่ย ที่นี่เหม็นกลิ่นบุหรี่จะตายไป" พี่เอซเขาพูดเมื่อพี่วิเวียนเดินเข้ามาหา

  "อยากมาหาไม่ได้หรือไง อยู่ที่บ้านน่าเบื่อจะตาย" พี่วิเวียนพร้อมมองมาที่ฉันแล้วส่งยิ้มให้บางๆ

  "กลัวฉันมีกิ๊กล่ะสิ ฮ่าๆ" พี่เอซพูดติดตลกพลางหัวเราะร่าออกมา

  "กล้ามีก็ลองดูสิ" พี่วิเวียนส่งเสียงแล้วมองหน้าพี่เอชอย่างเอาเรื่อง

  "โอ๋ๆที่รัก จะกล้ามีได้ยังไงล่ะ ลูกสองแล้วนะ^^" คู่นี่น่ารักจังเลยนะ พี่เอซเขาดูเป็นผู้ชายอบอุ่นมากๆเลย ฉันอิจฉาพี่วิเวียนจัง

  "ว่าแต่ เมื่อกี้มีนมีอะไรจะพูดกับพี่เหรอ?" พี่เอซถามฉันถึงเรื่องที่พวกเราคุยกันก่อนหน้านี้

  "มีนว่า...มีนจะลาออกน่ะค่ะ" ฉันพูดอย่างที่ใจคิดออกไป ถึงงานร้องเพลงจะเป็นงานที่ฉันรัก แต่ฉันนอนคิดมาหลายคืนแล้ว ว่าฉันจะเอาเงินเก็บที่มีอยู่ไปเปิดร้านเบเกอรี่เล็กๆสักร้าน เผื่อว่าสักวันนึงทางบ้านโน้น เขาอาจจะเห็นใจฉันขึ้นมาบ้าง

  "อ้าว ทำไมล่ะ งานนี้เรารักมากเลยไม่ใช่เหรอ?" พี่เอซถามฉันด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ตกใจเล็กน้อย

  "มีนว่า มีนเริ่มอิ่มตัวกับมันแล้วค่ะ อยากลองไปทำอย่างอื่นดูบ้าง" ฉันพูดกับพี่เอซออกไป

  "แต่สาขาที่มีนจบมามันหางานยากอยู่นะ" พี่เอซเขารู้ว่าสาขาที่ฉันเรียนมานั้นมันหางานยากอย่างที่เขาว่าจริงๆ ก็ฉันดันเรียนจบดนตรีสากลไง ถ้าจะให้ไปหางานทำมันก็ยากจริงๆนั่นแหละ

  "มีนว่าจะเปิดร้านเบเกอรี่เล็กๆสักร้านน่ะค่ะ พอดีว่ามีนพอทำเป็นอยู่บ้าง" ฉันบอกพี่เอซออกไป

  "เอาไงก็ตามใจเราเลย พี่ห้ามอะไรเราไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้ามีนออกจริงๆ ลูกค้าคงบางตาไปเยอะเลยนะ ส่วนใหญ่แฟนคลับเราทั้งนั้นเลยนะที่มาเที่ยวเนี่ย"

  "พี่เอซก็พูดเกินไป"

  "พี่พูดจริง" พี่เอซเขาพูดขึ้นอย่างจริงจัง

  "แต่มีนคงยังไม่ออกตอนนี้หรอกพี่ รอดูสถานการณ์ก่อน"

  "ตามใจเราแล้วกัน เอาไงก็บอกพี่นะ"

  "ค่ะ :)"

  "อ้าวน้องมีน ยังไม่ขึ้นร้องเพลงอีกเหรอ?" พี่ดรีมเพื่อนพี่คริสเอ่ยถามเมื่อฉันเดินมาหาพี่คริสที่โต๊ะแต่ไม่ยักกะเจอเขา เจอแต่พวกเพื่อนๆของเขาที่นั่งอยู่กันแค่สามคนเท่านั้น

  "อีกสักพักน่ะค่ะ พอดีมือกลองยังมาไม่ถึง" ฉันตอบพี่ดรีมออกไป

  "ไอ้คริสมันมาถึงแล้วล่ะ โน่นไง มาโน่นพอดีเลย...เชี่ยยยย" พี่ดรีมพูดพร้อมชี้ไปที่พี่คริสที่กำลังเดินเข้ามาในผับกับ...คู่หมั้นของเขา

  "เอ่อ...น้องมีน" พี่ดรีมอ้าปากค้างมองฉันที่กำลังมองไปที่พี่คริสกับคู่หมั้นของเขาอยู่

  "มีนไปเตรียมตัวขึ้นเวทีแล้วนะคะ" ฉันพูดออกไปแล้วพยายามกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้ เมื่อเห็นพี่คริสโอบไหล่คู่หมั้นของเขาเข้ามา

  "มีน!" พี่คริสหยุดเดินแล้วรีบเอามือออกจากไหล่คู่หมั้นของเขา จากนั้นเขาก็มองมาที่ฉันด้วยสีหน้าที่ตกใจ

  "^^" ฉันทำได้เพียงฝืนยิ้มส่งไปให้เขาแล้วก็คู่หมั้นของเขาที่ตอนนี้กำลังมองมาที่ฉันด้วยสีหน้าที่ตกใจเช่นกัน

  "เดี๋ยวก่อนสิมีน" พี่คริสเขาคว้าแขนฉันเอาไว้เมื่อฉันกำลังจะเดินออกมาจากตรงนั้น

  "มีอะไรกับฉันเหรอคะ" ฉันพยายามพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติที่สุด แล้วก็พยายามพูดเพื่อไม่ให้คู่หมั้นของเขาสงสัย

  "ฉัน?" พี่คริสพูดพลางขมวดคิ้วมุ่น

  "ถ้าไม่มีอะไรฉันขอตัวนะคะ" ฉันพูดพลางบิดข้อมือออก จากนั้นก็รีบเดินออกมาโดยที่ไม่สนใจเสียงเรียกของพี่คริสแม้แต่น้อย 

  อยู่ๆภาพของเขากับคู่หมั้นของเขาในร้านกาแฟร้านนั่นก็โผล่เข้ามาในหัวฉันสลับกับภาพที่เขาเดินโอบไหล่คู่หมั้นของเขาเข้ามาในผับเมื่อครู่

  ฉันพยายามเดินออกมาจากตรงนั้นด้วยเรี่ยวแรงที่แทบไม่มีเหลือ ตอนนี้ร่างกายของฉันมันชาไปหมด มันไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น มีเพียงแค่ส่วนเดียวที่มันปวดหนึบๆอยู่ตอนนี้ก็คือหัวใจของฉัน ตอนนี้มันเจ็บปวดเหลือเกิน 

  ฉันเจ็บ เจ็บจนจะเดินต่อไม่ไหวแล้ว

  "ฮึก..." ฉันเดินเข้ามาหลบในห้องเก็บของของที่ผับแล้วนั่งลงอย่างหมดเรี่ยวแรง แค่ฉันเห็นเขาเดินเข้ามาด้วยกันฉันยังเสียใจขนาดนี้ แล้วถ้าถึงวันที่เขาสองคนแต่งงานกันจริงๆ ฉันจะทำยังไง...

  ครืดดดด ครืดดดด

  ฉันล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่ตอนนี้มันกำลังสั่นรัวๆออกมาจากกระเป๋ากางเกง

  --> POL is calling….

  "ว่าไงแก" ฉันยกมือขึ้นปาดน้ำตาแล้วกรอกเสียงลงไป

  (แกอยู่ไหนวะ พี่ปาล์มมาถึงแล้วนะ)

  "ฉันออกมาเอาของน่ะ กำลังจะเข้าไปแล้ว" ฉันบอกมันออกไปแล้วพยายามหยัดตัวลุกขึ้น ลืมไปเลยนะเนี่ยว่าจะต้องขึ้นไปร้องเพลง

  (เออๆ รีบมาเว้ย)

  "อืม..."

  ติ้ด! ฉันกดวางสายแล้วรีบลุกออกมาจากห้องนั้นทันที มันต้องไม่มีอะไร ฉันเชื่อใจเขา ในเมื่อเขาบอกว่ารักฉัน แล้วฉันยังจะต้องกลัวอะไรอีกล่ะ...

  Kris

  "นั่นแฟนนายเหรอ?" เบลล์เอ่ยถามเมื่อผมทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้อย่างหงุดหงิด

  "อืม ไอ้ดรีมขอเข้มๆแก้วนึง" ผมตอบเบลล์ออกไปพลางหันไปขอเหล้าจากไอ้ดรีมทันที

  "ไม่ตามเธอไปล่ะ เดี๋ยวก็เข้าใจผิดกันพอดี" เบลล์สะกิดผมแล้วพูดขึ้น

  "ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวค่อยไปเคลียร์กันที่ห้อง" ผมพูดแล้วรับแก้วเหล้าจากไอ้ดรีมมา จากนั้นก็กระดกมันเข้าปากทีเดียวหมดแก้วทันที

  "เบาๆไอ้ห่า เดี๋ยวก็เมากันพอดี" ไอ้เอฟมันพูดแล้วมองมาที่ผมกับเบลล์อย่างสงสัย 

  ไม่ใช่แค่ไอ้เอฟนะที่มองมาที่ผมด้วยสายตาแบบนั้น ทั้งสามตัวมันนั่นแหละ เหมือนมันอยากจะถามผมเหลือเกินว่าทำไมผมถึงมาพร้อมเบลล์

  "พอดียัยนี่นัดกับเพื่อนไว้น่ะ ก็เลยขอมาพร้อมกู" ผมบอกพวกมันออกไปเพราะเห็นว่าหน้าพวกมันเหมือนหมาขี้สงสัย แล้วที่ผมเดินโอบไหล่เธอเข้ามาก็ไม่ใช่ว่าผมจะพิศวาสเธอหรอกนะ พอดีมีผู้ชายมันแซวเธอน่ะ เธอเลยขอร้องให้ผมช่วยเธอหน่อย ผมก็เลยช่วยเธอมันก็เท่านั้นเอง ไม่คิดว่ามีนจะเห็นเต็มๆตาขนาดนั้น

  "แล้วเบลล์ล่ะ ดื่มอะไร?" ไอ้เอฟมันเอ่ยถามเบลล์ขึ้นบ้าง 

  เอ่อ...พวกมันรู้จักกับยัยนี่แล้วเพราะว่าผมเคยพาเธอไปที่สนามแข่งรถของไอ้เอฟมาสามสี่ครั้ง

  "ขอน้ำเปล่าก็พอ" เบลล์ตอบไอ้เอฟออกไป

  "มาผับทั้งที ดื่มน้ำเปล่าเนี่ยนะ" ผมพูดแล้วผลักศรีษะเธออกไป

  "นี่! มันเจ็บนะไอ้ตี๋"

  "…เธออย่าคิดว่าฉันตาบอด ไม่เห็นว่าเธอไปกับใคร เธออย่าคิดว่าฉันเป็นใบ้ ไม่พูดอะไรไม่ใช่ไม่รู้เลย..."

  "...ถ้าเธอมองว่าฉันโง่งม ไม่คิดอะไร ก็เลยอยากบอกเธอสักคำ"

  "เธออาจจะลืมไปแล้ว ว่าฉันก็เป็นสิ่งมีชีวิต ที่คิดได้และเจ็บเป็น เหมือนเธอ เธออาจจะลืมไปแล้ว ว่าฉันก็มีสมองและหัวใจ เกิดแล้วตายเหมือนกับเธอ ถ้าเธอยังแคร์ ก็อยากให้ทบทวน ว่าฉันจะเป็นยังไง..."

  ผมละสายตาจากเบลล์ทันทีเมื่อได้ยินเสียงเพลงที่มีนร้อง เธอร้องเพลงนี้แล้วมองมาที่ผมด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ผมไม่เคยเห็นมีนมองมาที่ผมด้วยสายแบบนี้มาก่อน

  โครมมม!

  "มีน!!!!" ผมลุกจากเก้าอี้ทันทีที่อยู่ๆมีนก็ล้มลงไปกองกับพื้นเวที ขาไมค์ร่วงไปที่พื้นจนเสียงดังสนัานหวัายไหว

  ทำให้ลูกค้าในผับตื่นตระหนกตกใจแล้วลุกฮือขึ้นทันที

  "มีน!" ผมรีบวิ่งขึ้นมาบนเวทีแล้วผลักไอ้พลที่กำลังจะอุ้มมีนออกทันที

  "ถอยไป ฉันเอง" ผมบอกไอ้พลออกไปแล้วช้อนร่างมีนขึ้นอุ้มก่อนที่จะพามีนมาที่ห้องพักนักดนตรีอย่างรวดเร็ว

  "มีน! มีน..." ผมเรียกมีนเมื่อวางเธอลงที่โซฟาเรียบร้อยแล้ว

  "มันคงเครียดหนักไปหน่อยมั้งพี่" เสียงไอ้พลดังขึ้นข้างๆหูผมเมื่อผมเรียกแล้วเขย่าตัวมีนอยู่แบบนั้น

  "อย่ามายุ่งได้ป่ะวะ" ผมตวาดมันออกไป

  "ผมก็ห่วงเพื่อนผมเหมือนกัน" มันพูดแล้วเอาผ้าเย็นมาซับตามใบหน้าของมีน

  "อย่ามาแตะต้องเมียฉัน!" ผมปัดมือของไอ้พลออกแล้วมองมันด้วยสายตาที่หงุดหงิด

  "เหอะ! เห็นคู่หมั้นดีกว่าเมีย ยังจะมาทำเป็นพูดอีก"

  "แกว่าไงนะ?" ผมถามมันออกไปเมื่อได้ยินที่มันพูด 

  "ไม่มีอะไรหรอก ผมก็แค่พูดลอยๆน่ะ" ไอ้พลมันพูดแล้วหมุนตัวเพื่อที่จะเดินออกไป

  "ดูแกเป็นห่วงเมียฉันจังเลยนะ คิดอะไรกับเมียฉันรึเปล่า?" ผมถามไอ้พลออกไป

  "คิดสิ แล้วผมก็คิดมานานแล้วด้วย" มันลอยหน้าลอยตาตอบผมออกมา

  "ไอ้..." ผมเข้าไปกระชากคอเสื้อมันแล้วก็ต้องหยุดการกระทำลงเมื่อเบลล์เดินเข้ามาพร้อมๆกับไอ้สามตัวนั่น

  "มีอะไรกันวะไอ้คริส" ไอ้เอฟมันเอ่ยถามผม

  "ไม่มีอะไร กูแค่หงุดหงิดนิดหน่อย" ผมตอบไอ้เอฟออกไปพลางจ้องมองไอ้พลไม่วางตา

  "แกออกไปทำงานได้แล้ว ฝากร้องเพลงแทนมีนไปก่อนก็แล้วกัน" ไอ้เอฟบอกไอ้พลออกไป

  "ครับเฮีย"

  "น้องมีนเป็นไงบ้างวะ?" ไอ้ดรีมมันถามแล้วชะโงกหน้าเข้ามาในห้อง

  "ยังไม่ฟื้นเลยว่ะ"ผมพูดแล้วเดินกลับเข้ามาดูมีนทันที

  "กูว่าพาไปหาหมอก่อนดีกว่า หน้ามีนดูซีดๆยังไงก็ไม่รู้" ไอ้เตอร์มันพูดจนทำให้ผมต้องสังเกตสีหน้าของมีนชัดๆอีกครั้ง 

  เมื่อกี้ผมมัวแต่ตกใจผมเลยไม่ทันได้สังเกตเลยว่าตอนนี้มีนหน้าซีดแค่ไหน

  "งั้นกูพามีนไปโรงพยาบาลก่อนนะ แล้วก็ฝากส่งยัยนี่ให้กูด้วย" ผมเข้าไปช้อนร่างมีนขึ้นอีกครั้งแล้วหันไปมองเบลล์

  "ไม่เป็นไรฉันกลับเองได้ เดี๋ยวเพื่อนฉันก็มาละ นายรีบพาแฟนนายไปหาหมอเถอะ"

  "อืม ดูแลตัวเองดีๆล่ะ" ผมบอกเบลล์ออกไป

  "ย่ะ!" เธอตอบผมออกมาพร้อมกับทำหน้านิ่งๆเหมือนเดิม

  @โรงพยาบาลMN

  ​"เมียผมเป็นไงบ้างครับ?" ผมเอ่ยถามหมอออกไปทันทีที่หมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน

  "ขอหมอตรวจอย่างละเอียดก่อนนะครับ ตอนนี้หมอยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่" หมอพูดแล้วมองมาที่ผมด้วยสีหน้าหนักใจ

  "สรุปเมียผมเป็นอะไรกันแน่?"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป