บทที่ 7 ผู้ชายที่ถูกซื้อมา

“ดูอะไร”

“ดูว่าผู้หญิงที่ผมอาจต้องเอาชีวิตไปผูกด้วย มีหน้าตาและนิสัยอย่างไร”

ฐานทัพสำรวจเธออีกครั้งอย่างเปิดเผย

“สรุปว่าหน้าตาผ่าน”

“คุณ!”

“แต่นิสัยต้องตรวจเพิ่มอีกหน่อย ท่าทางจะเป็นงานหนักกว่าที่คิดไว้”

“ฉันไม่ใช่นักมวยที่คุณจะมายืนประเมินรูปร่างแล้วตัดสินใจเลือกขึ้นชกนะคะ”

“ถ้าคนจัดมวยเลือกนักมวยจากเสื้อผ้ากับหน้าตา สภาพผมคงถูกเตะตกเวทีตั้งแต่ยังไม่ได้ชกแล้ว”

“คุณเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องตลกหรือไง”

รอยยิ้มบนใบหน้าของฐานทัพจางลง

“เรื่องค่ายมวย ผมไม่เคยมองเป็นเรื่องตลก”

“คุณถึงยอมพิจารณาแต่งงานกับผู้หญิงที่กำลังท้องลูกของคนอื่น เพียงเพื่อรักษาค่ายซอมซ่อแห่งหนึ่งเอาไว้อย่างนั้นหรือคะ”

ดวงตาของชายหนุ่มแข็งขึ้น

“คำว่าซอมซ่อของคุณ อาจหมายถึงบ้านทั้งหลังของคนอีกสิบกว่าชีวิต”

“แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลให้คุณยอมถูกซื้อ”

“ผมรู้”

ฐานทัพตอบเรียบๆ

“เพราะอย่างนั้นผมถึงยังไม่ตอบตกลง”

“แล้วคุณต้องการอะไรจากฉัน”

“ความจริง”

พริมาขมวดคิ้ว

“ความจริงเรื่องอะไร”

“เรื่องผู้ชายที่ทำให้คุณท้อง”

คำพูดตรงไปตรงมาทำให้ใบหน้าเธอเปลี่ยนสี

ฐานทัพมองปฏิกิริยานั้น แต่ยังคงถามต่อ

“คุณรู้หรือเปล่าว่าเขามีเมียอยู่แล้ว”

“ป๊าไม่ได้เล่าให้คุณฟังหรือคะ”

“เล่า”

“แล้วจะถามฉันซ้ำทำไม”

“เพราะผมไม่ชอบตัดสินใครจากการฟังความข้างเดียว”

“คุณกำลังคิดว่าฉันตั้งใจเป็นชู้กับเขาใช่ไหม”

“ผมกำลังถาม”

“จากสภาพของฉันตอนนี้ คุณยังมองไม่ออกอีกหรือคะ!”

“สภาพภายนอกใช้ตัดสินคนไม่ได้หรอกคุณหนู” เขาตอบโดยไม่หลบตา “บางคนร้องไห้เพราะถูกหลอก แต่บางคนก็ร้องไห้เพราะเพิ่งถูกจับได้ว่าทำเรื่องระยำ”

เพียะ!

ฝ่ามือของพริมาฟาดลงบนแก้มเขาอย่างแรง ใบหน้าของฐานทัพหันไปตามแรงตบ ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที

พริมายืนหอบ นิ้วมือยังสั่นด้วยความโกรธ

ชายหนุ่มค่อยๆ หันหน้ากลับมา ใช้ปลายลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม ก่อนยกมือแตะรอยแดงบนใบหน้า

“มือหนักใช้ได้”

เขาพึมพำ

“แฟนมวยซื้อบัตรมาดูผมตั้งแพง ยังไม่มีใครได้ของแถมถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้เลย”

“ออกไปจากห้องฉัน!”

“ตบฟรีไปแล้ว จะไม่ตอบคำถามหน่อยหรือ”

“ฉันไม่เคยรู้ว่าเขามีภรรยา!”

เสียงของพริมาแตกพร่า

“ถ้าฉันรู้ ต่อให้เขาเป็นผู้ชายคนสุดท้ายบนโลก ฉันก็ไม่มีวันยุ่งกับเขา!”

ฐานทัพนิ่งฟัง

“กวินบอกฉันมาตลอดว่าเขาโสด เขาโกหกว่าจะมาขอฉันกับป๊า ฉันเพิ่งรู้ความจริงเมื่อวานว่าเขาแต่งงานมาสองปีแล้ว ภรรยาของเขากำลังตั้งท้อง ส่วนฉัน…”

เธอยกมือปกป้องหน้าท้อง น้ำตาเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง

“ฉันก็กำลังท้องลูกของผู้ชายสารเลวคนนั้นเหมือนกัน”

ความกวนประสาทบนใบหน้าฐานทัพเลือนหายไป เขามองเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“ถ้าความจริงเป็นอย่างที่คุณพูด ฝ่ามือเมื่อกี้ผมก็สมควรโดน”

พริมาไม่คิดว่าจะได้ยินคำยอมรับง่ายๆ จากผู้ชายปากร้ายตรงหน้า จึงได้แต่มองอย่างระแวง

“แล้ว?”

“แล้วอะไร”

“คุณไม่มีอะไรจะพูดอีกหรือคะ”

“มี”

ฐานทัพแตะรอยช้ำบนแก้ม

“คราวหน้าถ้าจะตบ กรุณาหลบข้างที่มีแผลหน่อย ผมเพิ่งให้หมอเย็บคิ้วมาเมื่อคืน ถ้าหน้าเบี้ยวไปกว่านี้ ค่าตัวผมตก พ่อคุณอาจขอต่อราคาลงอีก”

“คุณนี่มัน…”

“ปากหมา?”

เขาช่วยต่อคำให้

“แฟนคลับผมบอกเหมือนกัน แต่ยังอุตส่าห์ตามกรี๊ดกันเต็มหน้าเวที แสดงว่าข้อเสียเรื่องนี้พอให้อภัยได้”

“หลงตัวเอง”

“ไม่ถึงขั้นหลง แค่ประเมินตามจำนวนป้ายไฟที่เขาถือมาเชียร์”

พริมาไม่อยากยอมรับว่าเกือบหลุดหัวเราะ จึงรีบเม้มปากและหันหน้าหนี

ฐานทัพมองเห็นอาการนั้น แต่เลือกไม่ทัก เขาเดินไปหยิบแก้วนมบนโต๊ะขึ้นมาดู ก่อนยื่นกลับมาให้

“ดื่มเสียหน่อย”

“ฉันไม่หิว”

“นมไม่ได้ใช้เคี้ยว คงไม่ต้องรอให้หิวมั้ง”

“ฉันบอกว่าไม่ต้องการ”

“แล้วคุณคิดจะยืนหน้าซีดเหมือนผีเฝ้าห้องไปถึงเมื่อไร”

“ฉันยังไหวค่ะ”

“อ้อ เห็นชัดเลย”

ฐานทัพพยักหน้าอย่างประชดประชัน

“ขนาดมือที่ตบผมยังสั่นจนผมเกือบสงสาร”

พริมาซ่อนมือตัวเองไว้ด้านหลังทันที

“ฉันไม่ได้ต้องการความสงสารจากคุณ”

“ดี ผมก็ไม่ได้มีแจก”

เขาวางแก้วนมลง แล้วเลื่อนแก้วน้ำเปล่ามาแทน

“ถ้าดื่มนมไม่ได้ก็ดื่มน้ำ อย่างน้อยจะได้ไม่เป็นลมล้มไป แล้วพ่อคุณกล่าวหาว่าผมทำร้ายลูกสาวเขาตั้งแต่สัญญายังไม่เริ่ม”

“คุณยังไม่ได้ตกลงแต่งงานไม่ใช่หรือคะ”

“ยัง”

“แล้วทำไมต้องสนใจว่าฉันจะเป็นอะไร”

“เพราะถ้าคุณเป็นลมต่อหน้า ผมต้องเป็นคนตะโกนเรียกคนมาช่วย มันวุ่นวาย”

คำตอบเย็นชาขัดกับการที่เขาเลื่อนแก้วน้ำมาไว้ใกล้มือเธออย่างระมัดระวัง

พริมามองแก้วนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยอมรับมาจิบ ฐานทัพทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้าม เว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม

“ตอนนี้เรารู้จักกันมากพอจะคุยเรื่องข้อตกลงหรือยัง”

“ฉันยังไม่อยากแต่งงานกับคุณเหมือนเดิม”

“ผมก็ยังไม่ได้พิศวาสอยากแต่งกับคุณเหมือนกัน”

“ถ้าอย่างนั้นก็จบค่ะ”

“มันจะจบง่าย ถ้าค่ายผมไม่ได้กำลังจะถูกยึด และคุณไม่ได้กำลังจะถูกข่าวฉาวเหยียบจมดิน”

พริมาเงียบลง

“คุณกำลังจะยอมขายตัวเองเพื่อเงินสิบล้านจริงๆ หรือคะ”

ฐานทัพเอนหลังพิงพนัก ดวงตาคมจับจ้องเธอโดยไม่มีรอยยิ้ม

“ถ้าผมยอมแต่งสองปีแล้วค่ายไม่ถูกยึด คนในค่ายยังมีที่อยู่ สำหรับผมมันก็คุ้ม”

“สุดท้ายคุณก็ยอมเอาชีวิตตัวเองไปแลกกับเงินอยู่ดี”

“จะเรียกว่าอะไรก็เรียกไปเถอะ” ฐานทัพตอบอย่างไม่ใส่ใจ “แต่ผมยังไม่ได้ตกลง และถ้าจะให้ผมตกลง เงื่อนไขทุกข้อต้องเป็นสิ่งที่ผมรับได้”

เขายกมือคลึงแก้มข้างที่ยังรู้สึกแสบจากฝ่ามือของเธอ

“โดยเฉพาะเรื่องใช้กำลัง อย่างแรกเลย...ห้ามตบหน้าผมอีก”

“ใครอยากจะไปแตะต้องคุณกันคะ”

“พูดให้มันจริงเถอะ เมื่อกี้มือมาเร็วยิ่งกว่าหมัดนักมวยอีก”

“ก็คุณพูดจาสมควรโดน”

“ถ้าพรุ่งนี้หน้าผมบวมจนขึ้นชกไม่ได้ ผมจะส่งใบเรียกเก็บค่าตัวที่เสียไปให้พ่อคุณ”

พริมาแค่นหัวเราะ “แฟนมวยเขาซื้อบัตรไปดูฝีมือ ไม่ได้ไปดูหน้าคุณเสียหน่อย”

ฐานทัพเลิกคิ้ว

“คุณยังไม่เคยเห็นตอนผมขึ้นเวที อย่าเพิ่งพูดเหมือนรู้ดี แฟนคลับสาวๆ ผมบางคนกรี๊ดหน้าผมดังกว่าตอนผมน็อกคู่ต่อสู้อีก”

“หลงตัวเอง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป