บทที่ 2 แฟนเก่า

แทนไทย

“ยังไงวะ ทำไมอยู่ ๆ ก็เลิกกันได้ล่ะ” ไอ้เจไดถามผมขึ้นทันทีหลังจากมันมาถึง

“ไม่รู้ว่ะ กูแม่งไม่เข้าใจอะไรเลย” ผมตอบกลับไปอย่างคนที่มึนงงอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เหตุผลที่บอกว่าเวลาของเราไม่ตรงกันอย่างนั้นเหรอ แล้วยังไงล่ะ เธอเข้าวงการมาได้แค่สามปีทำไมบอกว่าเวลาไม่ตรงกันแล้วจะเลิกกันไปง่าย ๆ แบบนี้ ถึงจะบอกว่าช่วงนี้งานเธอเยอะมากก็ตามแต่ผมที่เข้าวงการมาได้ตั้งเกือบสิบปีได้ แล้วไหนจะคบกับเธออีกตั้งห้าปีผมยังมีเวลาให้เธอเลย ยิ่งที่บอกว่ากลัวจะน้อยใจหรือเหงา เอาอะไรมาเหงาก่อนในเมื่อแค่งานก็แทบไม่มีเวลาให้พักแล้วด้วยซ้ำ

“ถ้าคบมึงต่อกลัวไปได้ไม่ไกลไง” ไอ้โชกุนพูดขึ้นทำให้ผมตวัดตามองมันทันที

“คบกับกูสิถึงจะไปได้ไกลกว่าเดิม” ก็บอกแล้วว่าผมทำงานวงการนี้มานานกว่าทั้งแฟนคลับและคอนเนคชั่นยังไงก็ดีกว่า คบกับผมไม่มีทางไม่ดังได้ เหมือนกับที่เธอคบกับผมแรก ๆ นั่นแหละ ถึงจะมีบางคนที่ต่อต้านบ้างแต่แฟนฝั่งผมคลับส่วนใหญ่ก็เข้าใจและสนับสนุนเธอ

“มันมากกว่าที่มึงคิดไง” ไอ้โชกุนยังคงพูดต่อให้คนฟังสงสัยไม่หยุด

“ยังไง?” แต่ไม่ใช่ผมหรอกที่ถาม เป็นไอ้เจไดที่อยากรู้แล้วถามขึ้นก่อน

“.....” แต่มันกลับเลือกจะเงียบ

อ้าวไอ้นี่ พอพวกผมถามก็ไม่ตอบ กลับไหวไหล่ให้แทนแบบนี้เหรอวะ

“พอเลย ไม่รู้ก็ไม่ต้องพูดไอ้ห่า!” เมื่อมันไร้คำตอบผมก็คิดว่าเป็นเพียงการคาดเดาของมันเท่านั้น นั่นเลยทำให้ผมว่าให้มันเพราะเบื่อที่จะคิดแล้ว คิดไปก็ไม่ได้คำตอบอะไร ขนาดที่ผมไปถามกับเจ้าตัวโดยตรงแต่สุดท้ายยังไม่ได้คำตอบเลย

ผม แทนไทย ตอนนี้อายุ 27 ปี เป็นนักแสดงอันดับต้น ๆ ของประเทศ เริ่มต้นเข้าวงการตั้งแต่ยังเรียนเพราะมีแมวมองไปเจอ นิสัยส่วนตัวที่คนส่วนใหญ่รู้เห็นจากการที่เป็นคนดังก็มักจะแสดงด้านดี ๆ ของตัวเองออกมา แต่ถึงอย่างนั้นผมก็แค่คน ๆ หนึ่งที่มีด้านดีและด้านมืดที่มีเพียงคนสนิทเท่านั้นที่รับรู้

อีกทั้งผมยังเป็นลูกชายคนเล็กของบ้าน ที่บ้านมีธุรกิจใหญ่ทั่วประเทศ โดยผมก็ช่วยบ้างเท่าที่จะทำได้เพราะส่วนใหญ่ก็ให้พี่สาวกับพี่เขยช่วยกันดูแลกับพ่อ ซึ่งทางครอบครัวก็ไม่ได้ว่าอะไรและปล่อยให้ผมทำสิ่งที่ชอบ มันยิ่งเป็นช่องทางโฆษณาธุรกิจครอบครัวผมได้อีกทางโดยไม่เสียเงินสักบาท

“แต่แม่งก็อดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่ะ คบกันอยู่ดี ๆ  แต่พอดังแล้วทำไมมาเลิกกันง่าย ๆ แบบนี้” ไอ้เจไดยังคงบ่นออกมาอีกครั้งด้วยความสงสัยไม่หาย เพราะถ้าพูดไปก็ถือว่าผมกับเธอคบกับนานมาก ความสัมพันธ์ก็ดูดีไม่น้อย คนจะสงสัยก็คงไม่แปลกหรอก

พวกมันสองคนไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิงเหมือนผมหรอก ไอ้เจไดดูแลกิจการผับของมันที่ทำต่อจากพ่อมันตั้งแต่เรียนจบ ส่วนไอ้โชกุนมีโชว์รูมรถนั่นเอง แต่จริง ๆ แล้วตอนมีแมวมองไปที่โรงเรียนพวกผมเขาก็สนใจพวกมันเหมือนกัน แต่จะมีก็แค่ผมคนเดียวนั่นแหละที่สนุกและชอบงานในวงการบันเทิง อีกทั้งพวกมันน่ะหลีหญิงเก่งด้วยไง ถ้าเกิดมาเป็นศิลปินพวกมันบอกว่าหลบ ๆ ซ่อน ๆ แล้วยังหลีกเลี่ยงยาก ชีวิตความเป็นส่วนตัวหายไปเกินกว่าครึ่งเลยไม่ชอบ

ส่วนคนที่อยู่ในหัวข้อสนทนาก็คือจีน่า แฟน(เก่า)ของผมที่พึ่งเป็นข่าวไปนั่นเอง ผมกับเธอคบกันมาตั้งแต่ผมอยู่ปีสี่ ตอนนั้นเธออยู่ปี่สอง เธออยากเข้าวงการตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่ครอบครัวเธอไม่อนุญาต แต่พอเธอเรียนจบ เธอก็ยื่นข้อเสนอกับครอบครัวจนเธอได้เข้าวงการตามความฝัน ซึ่งก็เป็นผมนี่แหละที่แนะนำพี่นัด ผู้จัดการส่วนตัวของผมให้ได้รู้จักกับเธอเพื่อช่วยผลักดันต่อไป แต่สุดท้ายเธอได้กลายไปเป็นเด็กในสังกัดของพี่พิ้งซะก่อน ไม่งั้นถ้าผมกับเธอได้ผู้จัดการคนเดียวกันก็คงดีกว่านี้ การรับงานก็คงตรงกันกว่าที่ผ่านมา

แต่หลังจากที่เธอเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงได้หนึ่งปี ความดังของเธอก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และมันก็ยิ่งทำให้เธอหักโหมรับงานอย่างมากมาเรื่อย ๆ จนแทบไม่มีเวลาพัก ถามว่าที่ผ่านมาไม่มีเวลาให้กันเลยจริงไหม มันก็จริงนั่นแหละ แต่มันก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับผมอยู่แล้วเพราะตัวผมอยู่วงการนี้มาก่อนผมเลยได้เข้าใจ แต่แล้วอยู่ ๆ ก็เป็นเธอเองที่มาบอกว่าขอห่างกับผม โดยให้เหตุผลว่าเวลาไม่ตรงกัน ไม่อยากให้ทะเลาะกันในเรื่องเหล่านี้ เธอบอกว่าทางเลือกนี้มันดีที่สุดสำหรับเราทั้งสองคนและขอให้ผมเข้าใจ

“เห้อ!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป