บทที่ 4 เลือกดี ๆ

แทนไทย

“ไง สนใจหรือไง” เสียงไอ้เจไดถามออกมาพร้อมความเสือกที่ชะโงกหน้าเห็นจอผม

“งั้นมั้ง” ผมตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่ แต่ก็เลือกจะนั่งเลื่อนดูรูปไกด์ส่วนตัวของผมต่อ

ไม่ต้องสงสัยหรอกว่าทำไมผมถึงได้มานั่งดูรูปใครที่ไหนก็ไม่รู้แบบนี้ พอดีวันนี้ผมเบื่อ ๆ ผมเลยนั่งเล่นไอจี และได้เห็นไอจีของแฟนคลับคนหนึ่งที่ผมคุ้นมาก เพราะจะเห็นเธอมากดถูกใจและคอมเมนท์ผมทุกโฟสเลย ทำให้เห็นแค่รูปโปรไฟล์ก็จำได้ในทันที แต่ก็ไม่เคยเจอตัวจริงเหมือนแฟนคลับหลายคนที่ตามไปทุกที่เสมอ

ผมที่ว่าง ๆ อยู่ด้วยและก็อย่างที่บอกว่าเบื่อ ๆ เลยเข้าไปดูไทม์ไลน์ของแฟนคลับสักหน่อย และน้องคนนี้ก็เป็นหนึ่งในคนที่ผมเลือกดูแล้วเธอก็เปิดเป็นสาธารณะทำให้ได้เห็นทุกโพสของเธอ แต่สิ่งที่ผมไม่อยากเชื่อก็คือหน้าตาของเธอที่ผมยอมรับเลยว่าเป็นคนที่สวยมาก สวยกว่านางเอกหลาย ๆ คนในวงการเลยก็ว่าได้ ถ้าเธอจะมาเข้าวงการนี่ผมว่าคงรุ่งแน่นอน

และก็นั่นแหละ ดู ๆ ไปผมถึงได้เห็นข้อมูลของเธอที่บอกไว้ว่าเป็นไกด์อิสระ แล้วไหนจะแท็กจากลูกค้าของเธอและจากข้อมูลหลาย ๆ อย่างทำให้ผมได้รู้ว่าเธออยู่ทางภาคเหนือ และอีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วด้วย ผมคิดว่าช่วงนี้จะเคลียร์ตารางให้เรียบร้อยและไปพักผ่อนสักหน่อย ซึ่งมันเป็นจังหวะที่ทุกอย่างลงล็อกกันพอดิบพอดี มันก็เลยเป็นอย่างที่พวกคุณเห็นนั่นแหละ

แล้วถ้าถามว่าทำไมต้องให้เธอไปเป็นไกด์น่ะเหรอ อันนี้ผมก็ตอบไม่ได้ว่ะ รู้แค่ว่าเห็นรูปเธอแล้วอยากลองเจอตัวจริง ยิ่งเห็นว่าเธอเป็นแฟนคลับที่เหมือนจะคลั่งผมแบบนี้ด้วยแล้วมันยิ่งเลยมีความรู้สึกหนึ่งโผล่ขึ้นมาว่าอยากให้เธอมาเป็นไกด์ส่วนตัว

หรือถ้าจะพูดให้ถูก ก็เหมือนกับหาเพื่อนเที่ยวนั่นแหละ ถึงจะอยากไปคนเดียวเงียบ ๆ แต่ก็ไม่ได้อยากไปอยู่เงียบ ๆ คนเดียวขนาดนั้น

“เลือกดี ๆ นะมึง เอาที่แบบพูดกันง่าย ๆ” แล้วไอ้เจไดก็พูดขึ้นราวกับรู้ความคิดส่วนอื่นของผม และสิ่งที่มันพูดก็มีเพียงพวกผมนั่นแหละที่รู้กันดี

ก็ธรรมดาของผู้ชายนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นดารานักร้องหรืออาชีพอะไร มันก็ต้องมีเรื่องอย่างว่าเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่แล้ว ยิ่งถ้าไม่มีคนรักเป็นตัวเป็นตนหรือยังไม่มีครอบครัว ทางที่จะทำให้ได้ปลดปล่อยก็คือการซื้อผู้หญิงที่พร้อมจะขาย

มันไม่ใช่เรื่องผิดนี่ มันเป็นเรื่องของธรรมชาติที่เราไม่สามารถเอาชนะได้ และอีกอย่างผมก็ไม่ได้ไปบังคับข่มขู่ใคร ผมก็เลือกที่ความพอใจทั้งสองฝ่ายด้วย ถ้าเขาไม่ตกลงผมจะทำอะไรได้ แต่ส่วนมากคนที่ต้องการเหมือนกันแค่มองตากันก็รู้แล้วว่าต้องการอะไร วินวินกันทั้งคู่

“เออ”

อรอัญญา

Tan Thai : น้องครับ

Anya : สวัสดีค่ะ

Tan Thai : พอดีพี่ยังไม่แน่ใจว่าพี่จะว่างวันไหน

Tan Thai : แต่เป็นช่วงเดือนพฤศจิกา น้องสะดวกวันไหนบ้างครับ

Anya : ถ้าพี่แทนไทยยังไม่แน่ใจ เดี๋ยวอัญล๊อกให้ทั้งเดือนก็ได้ค่ะ

Tan Thai : มันจะดีเหรอ พี่เกรงใจนะ

Anya :ไม่เป็นไรค่ะ เพื่อพี่แทนไทยไม่มีปัญหา

Anya :อีกอย่างอัญทำอิสระค่ะ ไม่ได้ตายตัวอยู่แล้ว

Tan Thai : ขอบคุณน้องมากจริง ๆ นะ

Tan Thai : ยังไงถ้าพี่ได้วันที่ชัดเจนแล้วพี่จะรีบแจ้งน้องอีกทีนะครับ

Anya :โอเคค่ะ

“ฮือ!! สุดหล่อ! ทำไมน่ารักแบบนี้นะมีเกรงใจกันด้วยอ่ะ ต่อให้รอทั้งปีก็รอได้ค่ะที่รัก!” ว่าแต่อยากให้ถึงวันนั้นเร็ว ๆ จัง

คิก ๆ ฉันนี่ก็แรดเนอะ ไม่รู้ว่าพี่แทนไทยจะมองฉันยังไงแล้วเนี่ย!

หลายอาทิตย์ต่อมา...

“เหนื่อยไหมคะ” ฉันถามปลายสายออกไปอย่างใสใจ

(ตอนแรกก็เหนื่อยครับ แต่คุยกับอัญแล้วดีขึ้นเลย) พี่แทนไทยตอบกลับมาด้วยเสียงที่ฟังแล้วชวนหลงใหลไม่น้อย มันเพราะไปหมดจนฉันเคลิบเคลิ้มไม่อยากวางหูเลยสักนิด

อ๊ะ! ๆ อย่าพึ่งตกใจหรือคิดว่าฉันกำลังละเมอนะ เพราะนี่มันคือเรื่องจริงค่ะ เรื่องจริงที่ฉันเองก็แทบไม่อยากเชื่อเลยเหมือนกัน

เรื่องก็คือว่าหลังจากที่ฉันกับพี่แทนไทยคุยเรื่องนัดหมายที่ยังไม่แน่นอนไม่นาน หลังจากนั้นเขาก็ถามนั่นนี่เกี่ยวกับงานที่ฉันทำ และฉันก็ได้พูดคุยบอกเขาไปตามตรงเกินกว่าที่เขาถามซะอีก และคุยไปคุยมาก็กลายเป็นฉันที่ถามเขากลับไปบ้าง และพี่แทนไทยก็ตอบกลับทั้งหมดอย่างไม่ถือตัวเลยสักนิด

แต่เท่านั้นยังไม่พอ เขาบอกว่าเขาขี้เกียจพิมพ์แล้ว เวลามีอะไรโทรคุยสะดวกกว่าเลยขอเบอร์ฉัน และด้วยความรักที่ฉันมีให้เขาอย่างไม่มีใครมาแทนที่ได้หรืออะไรมาเปรียบได้ ฉันก็ให้สิคะ ให้อย่างไม่ลังเลเล่นตัวเลยด้วยซ้ำ และหลังจากให้ไปแล้วไม่เกินสามวันได้มั้ง พี่แทนไทยก็โทรมาหาฉันด้วยตัวเองเลย และได้โทรมาคุยเรื่องงานนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น แล้วหลังจากนั้นที่เขาโทรมาอีก กลับไม่ได้โทรมาคุยเรื่องงานแล้วจ้า!เขากลับชวนฉันคุยไปเรื่อยอย่างเป็นกันเอง พอรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่าฉันกับเขาก็คุยกันเหมือนเพื่อนพี่น้อง แล้วก็เหมือนแฟนกันไปแล้วอย่างไม่รู้ตัว

และมันก็คือความสุขของฉันมากที่เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม จากที่รักที่ชอบเขามากอยู่แล้ว มันยิ่งเพิ่มความรักไปอีกนับไม่ถ้วน ไม่คิดว่าตัวจริงเขาจะเป็นคนที่น่ารักและเป็นกันเองกว่าในทีวี และฉันรู้แค่ว่าตอนนี้ฉันแทบจะหลงรักพี่แทนไทยในแบบหนุ่มสาวที่ไม่ใช่แฟนคลับจนไม่รู้จะหักห้ามใจตัวเองได้ยังไงแล้ว

ไม่รู้สิ ฉันคิดว่าหลายคนเคยเป็นนะ การที่เราคุยกับใครสักคนที่แทบไม่ต้องเจอหน้าก็ยังได้ เพียงแค่คุยกันเกือบทุกวันรับฟังกันได้เกือบทุกเรื่อง จนมันเกิดความอบอุ่นขึ้นในใจ และกลายเป็นความรู้สึกดี ๆ ตามมา แล้วก็ผูกพันไปง่าย ๆ แล้วยิ่งพี่แทนไทยที่ฉันปลื้มชื่นชอบจนเรียกว่ารักเขามากมาเสมอ ติดตามเขามาตลอด และเขาก็คือสามีมโนของฉัน นั่นยิ่งทำให้ฉัน...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป