บทที่ 7 เข้าห้อง
“อื้ม! อร่อยเลยนะเนี่ย” พี่แทนไทยพูดขึ้นหลังจากกินอาหารฝีมือฉันคำแรกเข้าปากไป และมันก็ทำให้ฉันดีใจจนยิ้มกว้างที่คุณสามี(มโน)ของฉันชอบในรสมือของฉันแบบนี้
“จริงเหรอคะ หลอกกันหรือเปล่า” แกล้งถามกลับอย่างขัดเขินไม่น้อย กลัวเขาจะรักษามารยาททั้งที่ดีใจจนโลดแล่นฟูฟ่องเต็มอก
“พี่พูดจริง ไม่คิดว่าจะทำอาหารอร่อยขนาดนี้นะเรา” เขายืนยันออกมาอย่างจริงใจให้ฉันรับรู้ได้ นั่นยิ่งทำให้ฉันได้ใจไม่น้อยเลย
“แค่พี่แทนชอบ อัญก็ดีใจแล้วค่ะ” ฉันแทบไม่ได้ทำอาหารให้ใครกินเลย ก็อย่างที่บอกว่าฉันอยู่คนเดียวและชอบอยู่คนเดียวก็เลยทำกินเองคนเดียวตามแบบที่ถูกปาก ส่วนเพื่อนเวลามาหาก็มักจะออกไปกินข้างนอกกัน หรือไม่ก็ช่วย ๆ กันทำที่นาน ๆ จะเจอกันที “แล้วพรุ่งนี้พี่แทนอยากไปเที่ยวไหนเป็นพิเศษคะ วัด ป่า เขา หรือตลาด”
ฉันถามออกไปเพราะจะได้เลือกพาไปถูก คือต้องถามความชอบของเขาก่อนจะได้วางแผนถูก
“ไม่รู้เหมือนกัน เอาเป็นว่าอัญอยากพาพี่ไปที่ไหนพี่ก็ไปได้หมดนั่นแหละ” อืม ถ้าเขาพูดแบบนี้ฉันก็ไม่มีปัญหาอะไร จะได้จัดเรียงสถานที่ได้ถูกต้องไม่เสียเวลาไป ๆ มา ๆ และพาเที่ยวครบทุกแบบ
“ค่ะ” เมื่อตกลงกันแล้วฉันก็รับคำออกไปอย่างแข็งขัน
แล้วเราสองคนก็นั่งกินข้าวกันต่อโดยมีการพูดคุยกันเรื่องทั่วไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้เบื่อพร้อมกับหัวใจของฉันที่ยังคงเต้นแรงอยู่เสมอเมื่อเงยหน้ามาเจอเขาอยู่ราวกับฝัน
จนมื้ออาหารจบลง
“เดี๋ยวพี่ช่วยล้าง” พี่แทนไทยเสนอตัวขึ้นอย่างไม่ถือตัวทันที
“ไม่ต้องเลยค่ะ ออกไปนั่งเล่นรอได้เลย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอัญเองนะคะ” ฉันรีบตัดบทออกไปอย่างรวดเร็วหลังจากพี่แทนไทยช่วยเก็บจานเมื่อกินข้าวเสร็จ
“แต่พี่เกรงใจเรานะ ตั้งแต่มาเรายังไม่ได้หยุดมือเลย” ฮืออ!! น่ารักอีกแล้วคุณสามี(มโน)ของฉัน แบบนี้ใจละลายไปหมดแล้วนะ ทั้งอบอุ่นห่วงใยใส่ใจกันไม่หยุดเลย
“ไม่ต้องเลยค่ะ ถ้าเกรงใจจริง ๆ ก็ไปนั่งรอนะคะ” ฉันคงไม่ให้แขกมาทำอะไรแบบนี้แน่นอน ยิ่งเป็นแขกที่แสนสำคัญและพิเศษมาก ๆ ด้วยแล้ว ฉันพร้อมจะดูแลเต็มที่ทุกอย่างตลอดชีวิตเลยค่ะ(เหรอ)
“เห้อ! รู้แบบนี้พี่ไปนอนโรงแรมดีกว่า อัญจะได้ไม่ต้องลำบาก” พี่แทนไทยถอนหายใจออกมาเหมือนเกรงใจไม่น้อยกับการดูแลของฉันทั้งที่ฉันเต็มใจมาก ๆ และไม่รู้สึกลำบากเลยสักนิด
“อย่าพูดแบบนี้สิคะ เรื่องแค่นี้เอง อีกอย่างอัญก็ทำทุกวันอยู่แล้ว ไม่ได้ลำบากอะไรเลย พี่แทนอย่าคิดมากนะคะ มาเที่ยวพักผ่อนให้สบายใจกันดีกว่า” ฉันรีบพูออธิบายให้เขาเข้าใจไม่อยากให้เขาคิดมาก เพราะฉันบอกแล้วว่าฉันเต็มใจ เต็มใจจะทำทุกอย่างให้เขาเลยแหละ(ดูแรดจังฉันเนี่ย)
“อัญทำให้พี่รู้สึกไม่ดีเลย” เขาพูดขึ้นหน้าเศร้า ๆ เหมือนกำลังเอาเปรียบฉันอยู่
“พี่แทนเป็นแขกที่อัญเต็มใจต้อนรับและอัญก็เป็นผู้หญิง ที่สำคัญ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่พี่ต้องคิดมากเลยค่ะ อย่าคิดแบบนี้นะคะ อัญกลัวว่าตัวเองจะทำให้พี่ไม่สนุกเอาได้” เมื่อเห็นเขาเหมือนคิดมากและเกรงใจมันก็ทำให้ฉันต้องบอกเขาออกไปตรง ๆ ด้วยความจริงจังอีกครั้ง
ถ้าเกิดเขาเกรงใจฉันเกินไปมันจะทำให้เขาเองนั่นแหละที่กดดันและคิดมากจนหมดสนุกได้ ทั้งที่สำหรับฉันก็อย่างที่บอกไปว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเพราะฉันทำเองมาตลอดทุกวัน และฉันก็เต็มใจทำให้เขาสะดวกสบายที่สุด
“ก็ได้ครับ ถ้าเสร็จแล้วรีบตามออกไปนะ” เมื่อเห็นความจริงจังหนักแน่นของเขาในที่สุดพี่แทนไทยก็ยอมรับคำอย่างว่าง่าย
“ได้ค่ะ” ฉันส่งยิ้มให้พี่แทนไทยก่อนจะจัดการกับจานชามตรงหน้าอย่างคล่องแคล่ว
แต่ฉันไม่คิดว่าพอออกจากครัวมาจะเห็นพี่แทนไทยนั่งหลับที่โซฟา ฉันยืนมองภาพนั้นเงียบ ๆ คนเดียวพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความสุขจนเกือบอิ่มอกอิ่มใจจึงตัดสินใจเดินไปหาเขาเงียบ ๆ เพราะไม่อยากกวนให้เขาตื่นเพราะเขาน่าจะเหนื่อยจากการเดินทาง ก่อนจะออกไปปิดประตูบ้านเพราะว่าตอนนี้ก็ค่ำแล้วด้วย
“อ้าว! เสร็จแล้วเหรอ” แต่พอหันกลับมาคืนพี่แทนไทยก็ลืมตาขึ้นมาก่อนจะถามฉันออกมา
“ค่ะ พี่แทนไปอาบน้ำนอนไหมคะ จะได้พักผ่อนนอนสบาย ๆ” ฉันเป็นห่วงเขาจริง ๆ นะ เขาต้องขับรถมาตั้งหลายชั่วโมงด้วยตัวเอง แล้วไหนที่เขาต้องเร่งทำงานจนวันสุดท้ายก่อนจะมาที่นี่ด้วยเลยโดยไม่ได้พักก่อนอีก คงจะสะสมไม่น้อย
“อืม งั้นเดี๋ยวพี่ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า” เขาตอบรับอย่างว่าง่าย สงสัยจะเหนื่อยและง่วงแล้วจริง ๆ
“ค่ะ” ฉันยิ้มให้พี่แทนไทยก่อนจะเดินเข้าห้องตัวเองเพื่ออาบน้ำเหมือนกัน
ก็ฉันทำนั่นทำนี่ตั้งหลายอย่างมาทั้งวันก็อยากล้างเนื้อล้างตัวหน่อยแหละ ถึงแม้ปกติฉันไม่ได้อาบน้ำเร็วขนาดนี้ แต่ตอนนี้มีผู้ชายที่หล่อมากและฉันก็รักหลงมากอยู่บ้านหลังเดียวกับฉัน ฉันก็ต้องรีบอาบเพื่อไม่ให้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นได้เดี๋ยวมันจะดูไม่ดีเอา
แทนไทย
หลังจากผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็เลือกออกจากห้องนอนเพราะเมื่อกี้ก็งีบไปนิดหน่อยแล้วเลยทำให้ยังไม่ค่อยง่วงและไม่อยากนอนเท่าไหร่ เลยตั้งใจออกมานอกห้อง
แต่พอออกมาข้างนอกกลับไม่เห็นใครอยู่ อัญญาต้องเข้าห้องของเธอไปแล้วแน่เลย ผมเลยไปเคาะห้องของเธอเพื่อจะชวนเธอออกไปเดินเล่นย่อยอาหารกันสักหน่อย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! หลังจากเคาะไปแล้วก็เงียบไม่มีการตอบรับใด ๆ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ผมเลือกจะเคาะอีกครั้ง แต่ก็ยังเหมือนเดิม ยังไม่มีเสียงตอบกลับหรือว่าคนมาเปิดประตู
“หรือว่าจะเป็นอะไร?” จะว่าหลับก็ไม่น่าใช่เพราะเธอน่าจะเข้าห้องหลังจากผมเข้าห้องตัวเองแน่ ๆ คงไม่หลับเร็วขนาดนี้ จะอาบน้ำเหรอก็อาจจะเป็นไปได้
แต่ถ้าไม่ได้อาบน้ำล่ะ...
“เปิดดูหน่อยแล้วกัน” เหมือนจะเป็นคนดีที่เป็นห่วงเธอเกินไปนะ แต่ไม่รู้ว่าในใจจริง ๆ ของผมแล้วมีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า
ไม่หรอก ผมเป็นคนดีจริง ๆ แค่ห่วงเธอมากไปหน่อยก็เท่านั้น
อ่า!! อาบน้ำอยู่จริง ๆ สินะ เพราะพอเปิดเข้าห้องเข้ามาผมก็ไม่เห็นอัญญาอยู่ในห้อง แต่ก็ได้ยินเสียงน้ำกระทบพื้นดังออกมากจาในห้องน้ำ แต่พอผมคิดว่าจะออกไปรอเธอด้านนอกเพื่อไม่ให้เสียมารยาทไปมากกว่านี้ มันก็มีบางอย่างที่ทำให้ผมเปลี่ยนใจกับสิ่งที่เห็นจนลืมมารยาทไปเสียสนิท
ผมเลือกจะเดินเข้ามาในห้องนอนของเธอโดยไม่ออกไปอย่างเสียมารยาทอย่างไม่เคยทำขนาดนี้มาก่อน
“ห้องน่ารักดีนี่” ผมพูดด้วยรอยยิ้มหลังจากเห็นห้องนอนของอัญญาที่จัดแต่งได้เป็นสัดส่วนน่าอยู่มาก
และที่ทำให้ดูดีมากขึ้นทั้งเป็นสิ่งเดียวที่ดึงดูดผมให้เปลี่ยนใจเดินเข้ามาก็คงจะเป็นโปสเตอร์รูปผมที่ถูกแปะอยู่ตามผนังห้องนั่นเอง และยังมีแผ่นเล็กที่ถูกห้อยไว้กับไฟดวงเล็กที่หัวเตียงนั่นอีก นี่คือเธอคงชอบผมมาก ๆ เลยนะเนี่ย ถึงได้มีรูปผมแปะไว้เยอะแบบนี้ ไหนจะชั้นวางของที่มีรูปผมอยู่ในกรอบรูปนั่นอีก แต่พอผมเดินเข้าไปดูทำให้ผมยิ้มกว้างทันที
ผมรู้ว่าผมเป็นศิลปินดังที่มีแฟนคลับมากมาย แต่พอได้มาเห็นห้องนอนของแฟนคลับที่มีรูปและของที่เกี่ยวกับตัวเองกับตาตัวเองแบบนี้มันก็ดูน่ารักปนแปลก ๆ เหมือนกัน แต่สำหรับห้องของอัญญานี่ ผมแทบจะพูดได้เลยว่าเป็นแกลเลอรี่สะสมทุกอย่างเกี่ยวกับผมได้เลย เพราะหันไปทางไหนก็เห็นแต่หน้าตัวเองอยู่ทุกที่ทุกมุมเลยก็ว่าได้
ผมเดินดูมาเรื่อยถึงชั้นมุมห้องก่อนจะเห็นสมุดไดอารี่ที่ด้านหน้าแปะรูปของผมไว้ ผมเลยเลือกหยิบไดอารี่เล่มนั้นออกมาดูอย่างเสียมารยาทแล้วเดินไปนั่งโซฟาปลายเตียงก่อนจะเปิดดูด้านใน ซึ่งคิดว่าด้านนอกมีรูปผมแล้ว ด้านในมันก็ต้องเป็นรูปของผมตามมาจริง ๆ นั่นเอง
มันเป็นรูปของผมที่ทั้งเหมือนถูกตัดมาจากหนังสือบ้าง นิตยสารบ้าง ดูจากรูปไปแล้วรูปมีตั้งแต่สมัยผมเข้าวงการใหม่ ๆ เลยนะเนี่ย อย่าบอกว่าเธอเป็นแฟนคลับของผมตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้เลยนะ
ผมเปิดไปเรื่อย ๆ และก็เป็นอย่างที่คิดนั่นแหละครับ เพราะว่ารูปในไดอารี่เล่มนี้มันคงถูกสร้างขึ้นตึ้งแต่ผมเข้าวงการใหม่ ๆ แถมแต่ละรูปก็มีคำบรรยายสั้น ๆ น่ารัก ๆ ตามอิริยาบทและสถานที่นั้น ๆ ของผม ดูแล้วก็น่ารักดีเหมือนกัน
พอผมดูจบผมก็เอามันไปเก็บไว้ทีเดิมและก็หยิบเล่มใหม่ขึ้นมานั่งที่เดิมอีกครั้ง ซึ่งมันถูกเรียงกันอยู่เป็นสิบ ๆ เล่มได้ แล้วแต่ล่ะเล่มผมคิดว่าน่าจะเป็นเกี่ยวกับผมนะ พอเล่มที่สอง ก็เป็นอย่างที่ผมคิด เพราะว่ามันเป็นรูปของผมเหมือนเดิม แต่จะอัปเลเวลขึ้นมาหน่อย ตรงที่รูปในเล่มนี้มันไม่ได้ถูกตัดมาจากไหน แต่ถูกซื้อมาแทน เพราะมันเป็นคล้าย ๆ กับรูปที่มาจากพวกกุญอันสิบยี่สิบบาทแล้วแกะพวงออกเอาแต่รูปมาแปะ
ผมนั่งดูเรื่อย ๆ ทั้งอ่า!นข้อความ ๆ สั้น ๆ ที่อัญญาเขียนลงไปพร้อมกับรอยยิ้มประดับหน้าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งแต่ละเล่มนี่ก็เป็นไปตามยุคตามสมัยจริง ๆ ครับ เพราะเริ่มหยิบไล่ไปเรื่อย ๆ มันก็ยิ่งเป็นเล่มที่ทันสมัยขึ้น จนมาถึงช่วงที่เป็นรูปแผ่นโฟลารอยด์ที่ดูภาพและสีทันสมัยและคมชัดขึ้น
นี่ผมต้องภูมิใจแค่ไหนกันนะที่มีคนชอบผมตั้งแต่ผมยังไม่ดังมากและติดตามผมมาตลอดจนถึงปัจจุบันแบบนี้ นี่ก็เกือบสิบปีแล้วนะที่ผมเข้าวงการ ผมนับถือความมั่นคงของเธอจริง ๆ แบบนี้ผมต้องหาของสมนาคุณให้กับแฟนคลับผู้ซื่อสัตย์อย่างเธอหน่อยแล้วสิ
แต่ระหว่างที่ผมกำลังนั่งดูสมุดไดอารี่พวกนี้อยู่ด้วยรอยยิ้มจนเผลอลืมบางอย่างไปนั้น...
แกร็ก! เสียงประตูห้องน้ำถูกบิดและเปิดออกมาอย่างไม่ได้ตั้งตัวทำให้ผมจำได้ว่าผมเผลอเข้ามาอยู่ในห้องของอัญญานานเกินไป และเสียมารยาทดูของ ๆ เธออย่างไม่ได้รับอนุญาต แต่ถ้าผมจะออกไปตอนนี้ผมคิดว่ามันคงไม่ทันแล้ว...
“กรี๊ดด!!”
ตุบ!
