บทที่ 1 งานพิเศษ

ตอนที่ 1 งานพิเศษ

ผมชื่อ “อินทร์” ตอนนี้ผมอายุยี่สิบห้าปีแล้ว ผมทำงานเป็นพนักงานในบริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่ง ผมมีแฟนและกำลังวางแผนจะแต่งงานกันเร็วๆ นี้ ช่วงนี้ผมก็เลยขยันเป็นพิเศษเพราะจะรีบทำงานเก็บเงินเอาไว้แต่งเมีย แฟนของผมเธอเป็นคนสวย น่ารัก เราคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จนตอนนี้เข้าปีที่ห้าแล้ว ผมจึงคิดว่ามันถึงเวลาที่ผมจะมีครอบครัวเสียที

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราสองคนอาจเคยมีทะเลาะกันบ้าง งอนกันบ้าง แต่มันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไร จนกระทั่งวันหนึ่งที่ผม “ท้อง” โลกทั้งใบของผมเหมือนมันหมุนกลับด้านในทันที ทุกอย่างในชีวิตของผมล้มพังไม่เป็นท่าเพียงเพราะผู้ชายคนนั้นคนเดียว เรื่องราวของผมมันเริ่มต้นจากวันนั้นก็แค่วันศุกร์ธรรมดาๆ วันหนึ่ง

“ขอโทษทีนะอินทร์” หัวหน้างานเรียกผมเข้าไปแจ้งเรื่องที่ผมไม่ผ่านทดลองงานและจำเป็นต้องให้ผมออกจากงานในสิ้นเดือนนี้

เนื่องจากบริษัทได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจช่วงนี้ อันที่จริงไม่ใช่แค่ผมคนเดียวหรอกที่ต้องออกจากงานแบบกะทันหัน ยังมีพนักงานอีกหลายคนที่ตกงานเหมือนกัน แต่การมีเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกัน ในเรื่องนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีหรอกจริงมั้ย

ผมกลับมานอนเอาขาก่ายหน้าผากอยู่ภายในอพาร์ทเม้นท์แคบๆ ของผม เฝ้าทอดถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่ล้านแล้ว ภายในหัวนั้นมืดแปดด้านไปหมด เพราะตอนนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีงานก็หายาก แล้วผมจะไปหางานตอนนี้ก็คงต้องใช้เวลา เงินเก็บที่มีก็ไม่ได้เยอะแยะมากมายอะไร แล้วที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ผมจะบอกกับฝ้ายแฟนผมยังไงดีว่า ผม...ตกงาน

เย็นวันหนึ่งหลังจากที่ผมนอนว่างงานมาหลายวัน ผมเดินเอาผ้าในตะกร้าลงไปใส่เครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญใต้ตึก แล้วบังเอิญเจอเข้ากับพี่วิน ซึ่งเป็นพี่ที่ผมรู้จักแต่ไม่ถึงกับสนิทนักเพราะอยู่อพาร์ทเม้นท์เดียวกันมานานหลายปีจึงเห็นกันบ่อย

“เป็นยังไง หน้าเหี่ยวเชียวอินทร์” พี่วินทักผม

“เหี่ยวดิพี่ บริษัทคัดคนออกแล้วแจ็กพ็อตดันมาลงที่ผม ตกงานตอนนี้แม่งเอ๊ย” ผมบ่นด้วยความหงุดหงิดหัวเสีย

“แย่เลยนะแบบนี้ ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะอินทร์” พี่วินยิ้มให้ผมอย่างเอ็นดู

พี่วินเป็นผู้ชายธรรมดาดูเหมือนจะสำอางนิดหน่อย พี่วินเป็นผู้ชายผิวขาวหน้าตาสะอาดหมดจด ผมไม่รู้ว่าพี่วินทำงานอะไร แต่เดาว่าเงินเดือนคงไม่น้อยเพราะเห็นพี่วินแต่งเนื้อแต่งตัวดีตลอด อาหารการกินผมแอบเห็นเวลาพี่วินซื้อของเข้าห้อง หิ้วมามีแต่ของดีราคาแพงทั้งนั้น ผิดกับผมที่จะกินอะไรต้องคิดแล้วคิดอีกเพราะต้องประหยัดอย่างเต็มที่

“ช่วยเหรอ...ช่วยหางานให้ผมบ้างสิพี่ งานอะไรก็ได้ตอนนี้ นี่ถ้าแฟนผมรู้นะว่าผมตกงานมีหวังทะเลาะกันอีกแน่ๆ เลย” ผมบ่นกับพี่วิน แล้วก็เตรียมปวดหัวรอเลย เพราะฝ้ายนั้นซีเรียสเรื่องงานของผมมาก เพราะแฟนผมคนนี้บ้านมีฐานะ แล้วฝ้ายเองก็วาดฝันอนาคตของเรา ทั้งสองคนเอาไว้อย่างเป๊ะๆ แต่งงานแล้วอีกกี่ปีจะมีลูก มีลูกกี่คน ซึ่งผม ก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอหรอก ฝ้ายก็เหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไปที่อยากมีครอบครัวที่ดีและมั่นคง

“อืม ได้สิถ้าพี่มีงานอะไรดีๆ จะมาบอกแล้วกัน เดี๋ยวพี่ไปก่อนนะพอดีนัดเพื่อนเอาไว้” พี่วินเดินตรงไปริมถนนหน้าอพาร์ทเม้นท์ ผมหันไปทันเห็นรถยนต์หรูคันใหญ่มาจอดเทียบแล้วรับพี่วินขึ้นรถไปพอดี

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องผมในช่วงเย็นวันหนึ่งทำให้ผมต้องลุกออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งกำลังเล่นเกมออนไลน์อยู่ไปเปิดประตูเพื่อดูว่าใครมาทักทาย

“พี่วินมีอะไรหรือเปล่าพี่” ผมร้องทักด้วยความแปลกใจเพราะปกติพี่วินไม่เคยมาเรียกผมจนถึงที่ห้อง

“พอดี พี่มีเรื่องให้อินทร์ช่วยหน่อยน่ะ วันนี้พี่ติดธุระแต่ว่าพี่ต้องเอาของไปส่งให้ลูกค้า อินทร์ว่างใช่มั้ยช่วยเอาของไปส่งแทนพี่หน่อยสิ นี่ที่อยู่นะ แล้วก็นี่ค่าเหนื่อยกับค่ารถ ถ้าไปถึงแล้วโทรไปหาลูกค้าก่อนนะพี่จดเบอร์โทรให้แล้ว” พี่วินยื่นถุงกระดาษใบหนึ่งใส่มาในมือผมพร้อมกับเงินสามพันบาท

“โห แค่ไปส่งของแค่นี้สามพันเลยเหรอพี่ ของอะไรเนี่ย หวังว่าไม่ใช่ยานะ” ผมพลิกกระดาษในมือดูที่อยู่ด้านในมันก็ไม่ได้ไกลจาก อพาร์ทเม้นท์นี้สักเท่าไหร่ ค่าแท็กซี่ก็คงไม่เกินสามร้อยบาท ส่วนต่างค่าจ้างค่าแรงส่งของแค่ถุงกระดาษใบเดียวเหลือตั้งสองพันกว่าบาท

“ไม่ใช่ยา...จะบ้าเหรออินทร์ เอาน่า...พี่ฝากหน่อยนะ พี่ไปล่ะขอบใจมาก” พี่วินมีท่าทางรีบร้อนมาก ผมจึงไม่ได้สนใจถามต่อเพราะว่าอย่างน้อยวันนี้ผมก็ได้เงินมาเป็นทุนสำรองแล้วสามพันบาท

บทถัดไป