บทที่ 2 ทดลองสินค้า
ตอนที่ 2 ทดลองสินค้า
ผมจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนตามแบบของผม แล้วเดินไปโบกเรียกรถแท็กซี่หน้าอพาร์ทเม้นท์ ระหว่างนั่งมาในรถผมหยิบกล่องกระดาษซึ่งอยู่ภายในถุงออกมาเขย่าๆ ดูมันก็ไม่น่ามีอะไรนะเห็นมันเบาๆ
ในช่วงเย็นวันศุกร์แบบนี้ เป็นที่รู้กันดีว่ารถแม่งโคตรติดเลย ผมใช้เวลาชั่วโมงครึ่งกว่าจะมาถึงคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง แต่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ ผมหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดูใหม่อีกครั้งเพื่อความมั่นใจว่าผมไม่ได้มาผิดที่เพราะไอ้คอนโดสูงๆ นี่แม่งหรูหราฉิบหาย
“ก็ไม่ผิดนี่หว่า” ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ตามที่พี่วินจดเอาไว้ให้ เพื่อเป็นการโทรไปบอกกล่าวกับคนที่ผมจะมาพบ ว่าตอนนี้ผมมาถึงแล้วจะได้ไม่เป็นการเสียมารยาทจนเกินไป
“สวัสดีครับผมเอาของมาส่งครับ” ผมกรอกเสียงลงไป เสียงผู้ชายห้วนห้าวฟังดูไม่ค่อยเป็นมิตรคนหนึ่งรับสายและบอกให้ผมขึ้นไปบนห้องได้เลย
ผมกดลิฟต์แก้วขึ้นไปบนชั้นห้าสิบเก้าทันที แค่ลิฟต์ก็หรูซะขนาดนี้ไม่อยากจะนึกเลยว่า คนที่อาศัยอยู่ที่นี่มันต้องรวยขนาดไหนวะเนี่ย ลิฟต์แก้วค่อยๆ ดึงตัวเองสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ระดับความสูงของที่นี่เรียกว่ามองไปได้ไกลจนเกือบข้ามฟากกรุงเทพได้เลย
เมื่อออกจากลิฟต์ผมเดินไปตามทางเดินจนมาหยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่ง ผมอ่านทวนหมายเลขห้องในกระดาษกับหมายเลขซึ่งติดอยู่หน้าห้องอีกทีแล้วจึงกดออดหน้าประตูเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้คนด้านในรู้ว่าพนักงานส่งของอย่างผมมาถึงแล้ว
กริ๊ก เสียงปลดล็อกพร้อมกับประตูที่ดีดตัวเปิดออก ผมมองประตูนั้นครู่หนึ่งด้วยความไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นการเหมาะสมและปลอดภัยหรือเปล่าหากผมจะก้าวเข้าไปภายในห้อง แต่ผมมาส่งของนี่นะมันคงไม่มีอะไรเลวร้ายหรอกจริงมั้ย
“เอ่อ ขอโทษครับ ผมมาส่งของ” ผมหันซ้าย หันขวามองไปรอบห้องชุดสุดหรูหราแต่ไม่เห็นใครเลยสักคนเดียว
ภายในห้องสูทหรูหรากระจกบานใหญ่กำลังอวดภาพวิวแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนปรากฏอยู่เบื้องล่าง ทำให้ผมเผลอยืนมองมันจนเพลิน เรือลำใหญ่หลายลำเห็นเป็นเงาตะคุ่มๆ แล่นไปมาอยู่ด้านล่างนั้น ถนนซึ่งการจราจรหนาแน่นเห็นเพียงไฟท้ายสีแดงๆ จอดนิ่งต่อท้ายกันยาวจนสุดลูกหูลูกตา
“ของล่ะ” เสียงใครคนหนึ่งดังอยู่ข้างหลังจนผมสะดุ้งรีบหันหลังกลับมาทันที
ผู้ชายวัยกลางคน อายุน่าจะสักสามสิบกว่าๆ ล่ะมั้ง รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมเข้ม เคร่งขรึม แววตาแสนเย็นชา เจ้าของร่างสูงอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีดำสนิทกำลังยืนจ้องผมอยู่
“อ่อ นี่ครับ” ผมยื่นถุงกระดาษในมือส่งไปให้ผู้ชายตรงหน้า
ผู้ชายคนนั้นหยิบถุงกระดาษในมือจากผมไปแล้วเปิดกล่องออกดู ผมชะเง้อคอมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามสัญชาตญาณ แต่ผมมองไม่ถนัดว่ามันเป็นอะไร แต่เห็นผู้ชายคนนั้นยิ้มมุมปากหน่อยๆ แสดงว่าของที่ได้รับคงเป็นที่ถูกใจแหละ เป็นอันว่าผมหมดหน้าที่แล้วอย่างสมบูรณ์
“เอ่อ คุณได้รับของเรียบร้อยแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวนะครับ” ผมกำลังจะเดินออกมาจากห้อง แต่ถูกอีกฝ่ายคว้าแขนเอาไว้ได้ก่อน
“เดี๋ยว” ผู้ชายคนนั้นร้องเรียกผมเอาไว้
“ครับ” ผมก้มลงมองมือหนาซึ่งอีกฝ่ายจับดึงแขนผมไว้
“ฉันยังไม่ได้ทดลองของเลย” ผู้ชายคนนั้นบอกกับผมก่อนจะกระชากแขนผมอย่างแรง จนผมเซถลาเข้าไปชนกับอกกว้างอุ่นจนร้อน
“ทดลองของเหรอ คุณจะทำอะไร” ผมผลักอกเจ้าของห้องให้ออกห่างจากตัวทันที แต่อีกฝ่ายกลับผลักผมล้มลงไปบนโซฟาตัวยาวซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ นี่มันอะไรกันวะ
“ก็ทดลองสินค้าไง” ผู้ชายตรงหน้าปลดสายผูกเสื้อคลุมอาบน้ำออก แล้วโยนมันลงไปกองกับพื้นห้อง ผมจ้องมองร่างเปลือยเจ้าของห้องนี้ด้วยความตกใจและยังคงสับสน
ผมเป็นผู้ชายและเป็นผู้ชายแท้ทั้งแท่งด้วย การที่มีผู้ชายด้วยกันมายืนแก้ผ้าโชว์สรีระอวดหุ่นแบบนี้ทำให้ผมกระดากไปเหมือนกัน แล้วเราเพิ่งจะเจอกันไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ เวลานี้ท่อนเนื้อแท่งใหญ่มันแข็งเป็นลำพุ่งชี้มาทางผม แผงอกกว้างกับกล้ามเนื้อเป็นลูกลอนกล้ามท้องนั้น ผมบอกตามตรงว่าถึงเป็นผู้ชายด้วยกันผมก็อิจฉา แต่มันไม่ใช่แบบนั้น ผู้ชายคนนี้กำลังเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ผมเป็นผู้ชายและผมเป็นแค่คนมาส่งของนะ ผมไม่ใช่เกย์ ไม่ใช่ผู้ชายขายตัว ผมมีแฟนเป็นผู้หญิงและกำลังจะแต่งงานกัน ต้องเกิดการเข้าใจอะไรผิดกันแน่ๆ
“เดี๋ยวครับ คุณจะทำอะไร” ผมร้องอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายโถมตัวลงมาหาทั้งร่างเปลือยอย่างนั้น
“บอกแล้วไงว่าทดลองสินค้า”
ผู้ชายคนนั้นตะปบจูบบดขยี้ริมฝีปากนั้นลงมาหาจนผมมึนไปหมด ริมฝีปากร้อนบดเคล้าลงมาอย่างหนักหน่วงไร้ความนุ่มนวล จนผมคิดว่าผมคงปากแตกเพราะไอ้กลิ่นคาวกับรสเค็มเฝื่อนๆ ในช่องปาก ผมเม้มปากตัวเองแน่น ไม่ยอมให้อีกฝ่ายรุกล้ำ ดันลิ้นเข้ามาข้างใน แต่อีกฝ่ายก็ดูจะไม่ยอมอ่อนข้อง่ายๆ
