บทที่ 7 ไอ้โรคจิต
ตอนที่ 7 ไอ้โรคจิต
ในความสลัวของห้องเล็กๆ นี้ ฝ้ายเงียบเสียงไปนานแล้ว ผมเดาว่าเธอคงหลับเพราะเมื่อครู่ผมกับฝ้ายเรามีอะไรกันไปสองรอบ ผมไม่อยากทำให้ฝ้ายสงสัย เพราะทุกครั้งเวลาฝ้ายมาหาเราจะมีอะไรกันไม่เคยขาด และผมไม่เคยปล่อยให้แฟนผมต้องมานอนหงุดหงิดอารมณ์เสียเพราะอารมณ์ค้างด้วยประการทั้งปวง
ผมนอนลืมตาโพลงอยู่อย่างนั้นไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ ผมลุกขึ้นมาเอาหลังพิงกับหัวเตียงเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักที่ผมยัดเอากระดาษใบเล็กเขียนจำนวนเงินซึ่งผมได้รับจากการนอนกับไอ้บ้านั่นมาดูอีกครั้ง “สองหมื่นบาทถ้วน”
ครืดดด ครืดดด โทรศัพท์มือถือของผมสั่นอยู่ข้างๆ ตัวเพราะตอนกลางคืนผมจะตั้งเป็นระบบสั่น เพื่อไม่ให้เสียงโทรศัพท์มันมารบกวนเวลานอน สายเรียกเข้าเป็นเบอร์โทรซึ่งผมไม่คุ้นเคย ผมไม่ได้สนใจมันเพราะเห็นว่าเป็นเบอร์โทรจากคนไม่รู้จักจึงกดตัดสายทิ้งไปทันที แต่เบอร์แปลกๆ นั้นยังคงโทรมาไม่ยอมหยุด
“แม่งโรคจิตที่ไหนวะ” ผมกดตัดสายเป็นครั้งที่สิบสองแล้วตั้งแต่ไอ้โทรศัพท์หมายเลขแปลกๆ นั่นโทรเข้ามา
“รับสายฉัน ไม่อย่างนั้น ฉันจะโทรเข้าเครื่องแฟนเธอ”
มันเป็นข้อความส่งเข้ามาในเครื่องของผม ข้อความซึ่งทำให้ผมตกใจแล้วรีบหันมองไปรอบตัว ไอ้บ้านั่นอีกแล้ว มันเป็นใครกัน มันต้องการอะไรจากผมกันแน่ ที่มันได้จากผมไปมันยังไม่พออีกอย่างนั้นหรือ
ครืด ผมสะดุ้งจนสุดตัว เมื่อโทรศัพท์ของผมสั่นขึ้นอีกครั้งและหน้าจอนั้นยังคงแสดงหมายเลขเบอร์โทรซึ่งผมกดตัดสายทิ้งมาตลอด ผมวางนิ้วมือของตัวเองไปบนหน้าจอแบบทัชสกรีน แล้วเลื่อนไปด้านข้างอย่างช้าๆ
“........” ผมกดรับสายแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป
“พรุ่งนี้ มาหาฉันที่คอนโดตอนหนึ่งทุ่มตรงนะ” เสียงเรียบนิ่งนั้นดังมาจากปลายสาย ผมไม่รู้ว่าไอ้เลวนั่นมันหลุดมาจากนรกขุมไหน แต่ผมรู้สึกขยะแขยงเสียงมันที่สุด
“กูไม่ไป” ผมตอบกลับมันไปด้วยเสียงกระซิบเพราะไม่อยากทำให้ฝ้ายตื่น
“ฉันจะรอ” ไอ้บ้านั่นกดตัดสายผมทิ้งไปดื้อๆ
ผมสับสนไปหมด ในใจลังเลว่าตัวเองควรจะทำยังไงดี แต่ที่แน่ๆ ผมจะไม่ไปหามัน ผมจะไม่ให้มันมาทำเรื่องเลวระยำกับผมอีก ผมควรไปแจ้งความหรือเปล่านะ ว่าผมถูกคุกคาม
แต่ถ้าแจ้งความเรื่องราวอาจจะบานปลายใหญ่โต ฝ้ายต้องรู้เรื่องนี้ พ่อแม่ฝ้าย พ่อแม่ผม เพื่อนๆ ผม เพื่อนฝ้าย ผมนั่งหลับตาในมือนั้นกำโทรศัพท์ตัวเองแน่น
“อินทร์ ทำอะไรทำไมยังไม่นอน” ฝ้ายผงกหัวขึ้นมาถามผมด้วยท่าทางงัวเงีย
“อืม จะนอนแล้ว” ผมล้มตัวลงนอนแล้วดึงคนข้างๆ มากอด แต่ไม่ว่าจะข่มตายังไงผมก็หลับไม่ลงจริงๆ
ตอนเช้าผมไปส่งฝ้ายที่ทำงานตามที่สัญญาเอาไว้ ทุกครั้งฝ้ายจะมีความสุขมากเวลาที่ผมมาส่ง ก่อนขึ้นไปทำงานผมยังพอมีเวลานั่งกินโจ๊กข้างตึกซึ่งฝ้ายทำงานอยู่ เพื่อนๆ ที่ทำงานฝ้ายเดินผ่านไปผ่านมาแซวฝ้ายและผมตลอด เราสองคนคบกันมานานเพื่อนๆ ของฝ้ายผมจึงรู้จักทุกคน เพราะเวลามาที่ทำงานหรืองานเลี้ยง บริษัทนัดกินข้าว ฝ้ายจะแนะนำให้เพื่อนรู้จักผมทุกคนไม่เคยมีปิดบังความสัมพันธ์
“ฝ้ายไปทำงานล่ะนะ” ฝ้ายหันมาโบกมือลาผม
“อืม ตั้งใจทำงานล่ะ ไว้อินทร์จะโทรหา”
ผมเรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่งยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เพื่อเดินเล่นซื้อของนิดหน่อย แวะหาข้าวกินแล้วเอาเช็คอีกใบไปขึ้นเงิน ผมโอนเงินหนึ่งแสนบาทแรกให้กับฝ้าย เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าเงินส่วนนี้ผมให้เธอเก็บไว้ แล้วจะไปแต่งงานกับเธอแน่นอน
ฝ้าย : อินทร์โอนเงินมาทำไม อินทร์เก็บไว้ก็ได้นี่ // ฝ้ายโทรกลับมาหาผมในทันที
ผม : ไม่เป็นไรหรอก ถ้าอินทร์เก็บไว้ อินทร์กลัวเอาไปกินเหล้าหมด ฝากฝ้ายเอาไว้ดีกว่า ฝ้ายจะได้สบายใจไง ว่าอินทร์จะมีเงินไปขอฝ้ายแน่นอน
ฝ้าย : จ้า จริงสิอินทร์ ไปสมัครงานเอาไว้เหรอ มีคนโทรมาหาฝ้าย บอกว่าติดต่ออินทร์ไม่ได้เลย เขาบอกว่าที่นัดไว้อย่าลืมนะ
ผม : ………. // ผมยืนตัวชาทำอะไรไม่ถูก
ฝ้าย : อินทร์ เป็นอะไรมั้ย อินทร์...อินทร์ได้ยินหรือเปล่า
ผม : อืม ได้ยิน ฝ้าย......อินทร์รักฝ้ายนะ
ฝ้าย : จ้ารู้แล้วว่ารัก ฝ้ายก็รักอินทร์นะ
ผมหายใจหอบๆ รู้สึกอึดอัดในใจอย่างบอกไม่ถูก ไอ้บ้านั่นโทรไปหาฝ้ายอย่างนั้นเหรอ ผมจะทำยังไงกับมันดี ฝ้ายจะรู้เรื่องระหว่างผมกับมันไม่ได้ ผมไม่อยากให้ฝ้ายเสียใจ ผมจะทำยังไงดี.....ผมนั่งจมอยู่กับความคิดอันสับสนวุ่นวายของตัวเองอยู่นานแล้วจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปเรียกรถแท็กซี่
ผมเปิดประตูห้องของผมผลักเข้าไปข้างใน ผมจะไม่กลับไปหามันอีก พอแล้ว พอที ผมไม่ต้องการให้มันมาทำเรื่องระยำๆ กับผมอีกเป็นครั้งที่สาม ผมวางของที่ซื้อมาลงบนโต๊ะจัดการถอดเสื้อยืดของผมออกโยนมันใส่ลงไปในตะกร้าผ้า ถอดกางเกงยีนตัวโปรดของผมออกแล้วโยนไปพาดไว้บนเตียง ผมเดินตัวเปล่าๆ เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำจนสดชื่นดีแล้วจึงเดินออกมา
ผมยืนตัวชาอยู่กับที่ขยับเขยื้อนตัวไม่ได้เลย เมื่อคนที่กำลังนอนเล่นอยู่บนเตียงผมคือคนที่ผมปฏิเสธจะไปหามัน ผมไม่คิดว่ามันจะกลับมาหาผมที่อพาร์ทเม้นท์นี่
“มึงมาทำไม” ผมถามมันทันที ในใจนั้นรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
