บทที่ 2 EP.02 รักร้ายนายป่าเถื่อน
EP.02 รักร้ายนายป่าเถื่อน
กลับมาที่ปัจจุบัน
" เฮือกก บ้าจริงฝันถึงเรื่องนั้นอีกเเล้ว "
ฉันเอามือกุมหัวตัวเองเเล้วพึมพำออกมาเสียงเบา มันนานมาเเล้วที่ฉันไม่ได้ฝันถึงเรื่องราวเมื่อหลายสิบปีก่อนเเบบนี้ หวังว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกนะ เเต่ไม่รู้สิอยู่ๆฉันก็รู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ มันเหมือนว่า... เออชั่งมันเถอะสำหรับฉันกับยัยนั่นยังไงก็คงไม่มีโอกาสได้เจอกันอยู่เเล้ว เเละฉันเองก็หวังว่ามันจะเป็นเเบบนี้ไปตลอดชีวิตด้วย
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
" เเซนๆ ตื่นหรือยังลูก วันนี้ไม่ไปทำงานหรือไง "
" ตื่นเเล้วค่ะตื่นเเล้ว "บ้าจริงมัวเเต่ฝันไร้สาระเกือบตื่นไม่ทันไปทำงานเเล้วไหมล่ะ
" งั้นก็เร็วๆเข้าล่ะ เดี๋ยวป๊ากับม๊าขึ้นเครื่องไม่ทัน "
จริงสิ วันนี้ม๊ากับป๊าต้องขึ้นเครื่องไปดูงานที่สาขาไทยสินะ เพราะท่านพูดถึงที่นั่นฉันเลยพลอยนึกถึงเรื่องเมื่อก่อนขึ้นมาซะได้บ้าจริงเชียว
" ค่าๆ "
ฉันรับคำม๊าเเล้วลุกขึ้นมานั่งบิดขี้เกียจสักพัก วันนี้ฉันมีประชุมด้วยถ้าช้ากว่านี้คงไม่ทันจริงๆเเน่ เเต่วันนี้ไม่อยากไปทำงานเลยเเฮะ รู้สึกเหมือนลางไม่ดียังไงก็ไม่รู้ คงเพราะฝันถึงเรื่องบ้าๆนั่นฉันเลยไม่มีกะจิตกะใจจะไปทำงานเนี่ย=_=^
เเต่ไม่ไปก็ไม่ได้ไงวันนี้มีประชุมสำคัญ ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความเซ็งก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นไปอาบน้ำเเต่งตัวเตรียมไปทำงาน เอาเถอะเป็นไงเป็นกัน
.
30 นาทีต่อมา
" มาเเล้วเหรอ นั่งสิ "
" ค่ะป๊า "
ฉันมองป๊าเเล้วเดินไปนั่งที่นั่งประจำของตัวเอง หายากนะที่พวกเราจะมานั่งกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตาเเบบนี้น่ะ ไม่ใช่เพราะพวกท่านนะเเต่เพราะฉันนี่เเหละที่ไม่ค่อยว่างมานั่งกินข้าวพร้อมกับพวกท่านเเบบนี้ ก็นะเป็นหมอมันยุ่งนี่นา
ยิ่งเป็นโรงพยาบาลใหญ่ๆเเล้วเป็นโรงพยาบาลิันดับหนึ่งของประเทศอย่างโรงพยาบาลที่ฉันทำงานอยู่คงไม่ต้องพูดถึงนะว่าจะยุ่งขนาดไหน เรียกได้ว่าเเทบไม่ได้พักเลยเเหละ เเต่ฉันก็มีความสุขดีนะถึงเเม้ฉันจะไม่มีเพื่อนเลยก็เถอะ
อ๊ะ! ไม่ต้องสงสารที่ฉันไม่มีเพื่อนนะ เพราะฉันไม่อยากมีเอง ฉันไม่อยากเชื่อใจใครอีกเเล้วนอกจากป๊ากับม๊า เอ่อไม่สิมีอีกคนที่ฉันเชื่อใจเเต่ตอนนี้ยัยนั่นไม่ได้อยู่ที่นี่กับฉัน เอาเถอะเรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ฉันควรสนใจเรื่องตรงหน้านี่มากกว่า
.
" ครั้งนี้ป๊ากับม๊าอาจจะไปนานหน่อย เราก็ดูเเลตัวเองด้วยล่ะ "
" อยู่คนเดียวได้ใช่ไหม? "ทำไมป๊าถามเหมือนฉันเป็นเด็กอีกเเล้วนะ=_=^
" อะไรกัน อย่าทำเหมือนเเซนเป็นเด็กสิคะ เเซนโตเเล้วนะ "
อีกเเล้วทำเหมือนฉันเป็นเด็กอีกเเล้ว ฉันทำหน้ายู่เเก้มป่องใส่พวกท่านอย่างงอนๆ ฉันอายุก็ตั้งยี่สิบกว่าเเล้วเเต่พวกท่านก็ยังทำเหมือนฉันห้าหกขวบอยู่ได้
" โตยังไงก็เด็กในสายตาป๊ากับม๊าอยู่ดี เเล้วก็รีบกินได้เเล้วเดี๋ยวไปไม่ทันเข้างานม๊าไม่รู้ด้วยนะ "
" ค่าๆ กินเเล้วค่า "
ไม่เถียงก็เเล้วกันเถียงไปฉันก็คงไม่ชนะพวกท่านอยู่ดี ฉันนั่งกินข้าวกับพวกท่านต่อไปอีกสักพัก กินอิ่มเเล้วพวกท่านทั้งสองก็พากันไปขึ้นรถเพื่อไปสนามบิน ส่วนฉันก็เเยกไปขึ้นรถของตัวเองเพื่อไปโรงพยาบาล หวังว่าลางสังหรณ์ของฉันมันจะไม่พาเรื่องยุ่งยากมาให้ฉันก็พอ
.
