บทที่ 10 หนี้
ฉันรีบถอยตัวไปให้หลังชิดกับฝาผนังทันทีพร้อมกับตะโกนออกมาอย่างเสียงดังเมื่อลูกน้องนายคิวพีจะเข้ามาจับตัว
“เข้ามาพวกมึงตาย กูยิงแน่ลองขยับตัวเดินเข้ามาอีกสิ เดี้ยง!”
ฉันรีบยกปืนขึ้นมาขู่แล้วเล็งไปยังไอ้พวกนั้นซึ่งมีอยู่ 5 คน พวกมันหยุดและไม่กล้าเดินเข้ามาอีก
“เหอะ! แค่ปืนกระบอกเดียวคิดว่าทำอะไรชั้นได้หรอ?”
ผมค่อยๆ เดินแหวกเข้ามาในกลุ่มลูกน้องของผม ผมคงต้องจัดการกับเธอด้วยตัวเองเสียแล้วไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระแบบนี้แค่เปรี้ยง! เดียวของผมเธอก็หมดลมแล้ว
“นาย! หยุดนะ เข้ามาฉันยิงจริงๆนะ” ฉันพูดขึ้นเพื่อที่จะขู่อีกครั้งหนึ่ง
“เหอะ ยิงปืนเป็นด้วยหรอแค่จับปืนผิดมือสั่นตัวสั่นเหมือนลูกนกหยุดหลอกชั้นได้แล้ว!” ผมพูดขึ้นก่อนค่อยๆ เดินเข้าไปทีละนิดๆ
“หยุดปากมากเสียที เข้ามาอีกทีฉันยิงตัวตายแน่”
นายคิวพีดูออกว่าฉันยิงปืนไม่เป็นและไม่สามารถฆ่าคนอื่นๆได้ตามที่ขู่ไว้แล้วตอนนี้ฉันก็ปวดแผลที่แขนมากเหลือเกินเลือดไม่ยอมหยุดไหลคงเป็นเพราะว่าถูกนายคิวพีบีบก่อนหน้าและด้วยฤทธิ์ของเหล้าที่ฉันดื่มในคลับด้วยมันส่งผลให้ฉันไม่ไหวจะวูบและก็หน้ามืดตลอดเวลาหรือว่าฉันจึงเปลี่ยนมายิงตัวเองดีกว่าถ้านายนั่นเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉะ ฉันยิงตัวตายแน่ !
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ฉันรั่วกระสุนใส่ลูกน้องของนายคิวพีมันขยับตัวไงบอกว่าอย่าขยับตัว พวกนั้นหลบกระจายส่วนลูกปืนทั้งหมดประทะเข้ากับรถหรูแลมโบกินีสีขาวที่จอดไว้เป็นรูพรุน
“เข้ามาอีกที ฉันยิงแน่” ฉันยกปืนมาแนบกับศีรษะตัวเอง
“ไม่กล้ายิงหรอกแน่จริงก็ยิงสิเอาเลยตามสบายเชิญ!” ผมก้าวขาเข้าไปหาทีละนิด
“อย่าเข้ามาฉันยิงจริงๆ นะ”
ปัง!
QP MISCREANT CLUB
แนะนำตัวก่อนเลยแล้วกันผมคิวพีเป็นหนึ่งใน 5 MISCREANT เป็นเจ้าของคลับ QP MISCREANT CLUB ที่ใครๆ ก็รู้จักและต่างเข้ามาใช้บริการคลับของผมอย่างมากมายเพราะที่นี่มันทั้งมีเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างครบครันรวมไปถึงสถานที่ใหญ่โตหรูหราทันสมัยได้มาตรฐานและในก็ตอนนี้ผมนั่งดื่มเหล้าอยู่ในคลับของตัวเองซึ่งชั้นนี้เป็นห้องพักส่วนตัวของผมโดยเฉพาะ มีแต่ผมและเพื่อนๆในกลุ่ม MISCREANT ทั้ง 5คนรวมผมด้วยนั่นก็คือ ไอ้เทล ไอ้โซฟัส ไอ้แวนเดอร์และก็ไอ้รูธเท่านั้นที่มีสิทธิย่างก้าวเข้ามาใช้บริการในชั้นนี้ซึ่งเป็นชั้นพิเศษสำหรับพวกผมเท่านั้น
เมื่อนึกถึงยัยนั่น ไอ้พวกสวะนั้นมันลากเข้ามาแล้วก็บอกว่าเป็นเด็กผม สภาพอย่างนั้นนะเหรอเด็กผมพูดอะไรไม่ปรึกษาสมองทั้งรูปร่างที่เหมือนเด็กมัธยมทั้งๆ ที่อยู่มหาลัยทั้งเตี้ยส่วนเว้าส่วนโค้งไม่มีและที่สำคัญแบนเหมือนไม้กระดานอย่างงั้นเหอะคงยากที่ผมจะมอง
“ไม่มีทาง”
คงมาสอดรู้สอดเห็นนั่นแหละมนุษย์ทุกคนชอบแส่เรื่องชาวบ้านทั้งนั้นทั้งๆ ที่เรื่องของตัวเองยังเอาไม่รอดด้วยซ้ำไปแล้วคนพวกนี้มักจะหมดลมเท่านั้นเมื่อเข้ามายุ่งเรื่องของผมยัยนั่นก็เหมือนกัน
ผมรู้แล้วว่าเธอจะเปลี่ยนแผนคิดยิงตัวเองตายเพื่อให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์ที่เผชิญอยู่แค่มองสายตาที่สั่นไหวด้วยความกลัวเมื่อลูกน้องผมเข้าไปใกล้แต่ไม่คิดว่าเธอจะใจกล้าขนาดนั้นกล้าที่จะปลิดชีวิตของตัวเองด้วยน้ำมือของเธอเช่นกัน
ใช่เธอจะยิงตัวเองจริงๆ
“เฮ้ย! รถมึงเอาไปบุกทำสงครามที่ไหนมาวะ พรุนเชียว”
เสียงหนึ่งดังขึ้นมาทำให้ผมหลุดออกจากความคิดของเรื่องยัยนั้นแล้วเบี่ยงสายตาไปมองต้นเสียงนั้น มันเป็นเสียงที่ยากยิ่งที่จะไพเราะมันเป็นเสียงของเพื่อนผมเอง ไอ้เทลเดินเข้ามาพร้อมกับตรงไปนั่งริมหน้าต่างก่อนยกบุหรี่ยี่ห้อหรูขึ้นมาอัดเข้าปอดผลัดกับการกระดกวอดก้าที่ผมนั่งดื่มอยู่เข้าปากเพื่อนผมแต่ละคนดีๆ ทั้งนั้น
“แถวๆ นี้ล่ะวะ”
“แน่วะคันโปรดของมึงซะด้วย คนทำคงไม่เหลือ”
