บทที่ 12 ลิ้มลอง
การตกแต่งรวมถึงเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นบอกได้คำเดียวว่ามีระดับ ระดับสูงเสียด้วยคงเป็นของนอกนำเข้าทุกชิ้นรวมถึงเตียงที่นั่งในตอนนี้ คิดดูสิว่าผ้าห่มผ้าปูที่นอนยังเป็นสีดำกับน้ำตาลแทบทั้งหมดและทว่าสายตาของฉันเสือกดันไปสะดุดกับร่างสูงใหญ่ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนสีดำเขายืนพิงกับประตูอยู่ นะนะ นั้นมันนาย...
“ไงยังไม่ตายสินะ”
“นะ นาย นายมาอยู่ที่นี่ได้ไง?”
ฉันตะโกนถามนายคิวพีและค่อยยืนขึ้นทั้งๆที่อยู่บนเตียงและใช้สายตาพลางสำรวจตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้าว่ามีส่วนไหนไม่เหมือนเดิมบ้าง
“ทำไมกลัวว่าจะทำอะไรงั้นเหรอ?”
นายนั้นพูดและค่อยๆ เดินเข้ามาในห้องหยุดที่ปลายเตียงพร้อมเงยมองหน้าฉันด้วยสายตาเยาะเย้ยแต่นาทีนี้ฉันสูงกว่าเขาเพราะยืนบนเตียง
“ที่นี่ที่ไหน?”
“คอนโด”
หะ เขาพาฉันมาที่นี่ทำไมและฉันก็รีบก้าวถอยหลังไปชิดผนังที่หัวเตียงทันทีเมื่อมีทีท่าว่าไม่ปลอดภัย
“อย่าเข้ามานะ ฉะ ฉันจะ…”
“จะทำอะไรแค่แรงที่ลุกขึ้นแทบไม่มี”
ผมเดินเข้าไปชิดเตียงพร้อมกับก้าวขึ้นยืนบนเตียงเดียวเหมือนกับเธอ ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นการเสียเปรียบสักหน่อยหรือดูเอาเปรียบผู้หญิงตัวเล็กๆ อะไรเลยก่อนที่จะก้าวเข้าไปประชิดหาเธอ
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
ยัยบ้านั่นปาหมอนทั้งสีใบใส่กระแทกหน้าผมอย่างบ้าคลั่งก่อนที่ผมจะคว้าหมอนไว้แล้วปาไปติดผนังห้องทั้งหมดพร้อมทั้งเข้าไปคว้าเอวเธอไว้แรงแค่นี้หรอจะสู้แรงของผมได้ เหอะ! เธอคิดผิดแล้ว
“ปล่อยๆ ปล่อยฉันนะนายคิวพี!”
เธอดิ้นอย่างกะจะถูกเชือดพร้อมทั้งใช้ลูกไม้เดิมๆ ของผู้หญิงคือเหยียบเท้า แต่ถ้าคิดว่ามันจะได้ผลดีเริดกับคนอย่างผมนะหรอ คิดผิดคนอย่างคิวพีทันเล่ห์เหลี่ยมคนโง่ๆ หรอกหน่า ไม่ได้โง่งมงายเป็นควายจมปลักอีกอย่างความสามารถทางการต่อสู้ผมก็ไม่ได้ด้อย
“…”
“ไอ้เลว! ปล่อย”
“คำก็เลว สองคำก็เลวอยากลิ้มลองไหมว่าเลวจริงๆ มันเป็นยัง!”
ว้าย!
นายคิวพีอุ้มฉันนอนแล้วใช้ตัวเขากดทับร่างฉันไว้พร้อมกับรวบมือฉันไว้บนหัวตอนนี้ฉันเสียเปรียบเต็มๆ
“จะทำอะไรปล่อยนะ”
“ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ด้วยกันสองคนบนเตียง... คิดว่าจะทำอะไรล่ะ? เธอก็ไม่ใช่เด็กแล้วนิโตๆ แล้วคงจะสอนไม่อยากหรือว่าอาจจะไม่ได้สอนเลยก็ได้ ถนัดอยู่แล้วว่าไหมลีเมย์!”
ม่านตาฉันเบิกกว้างเพราะคำพูดของนายคิวพี เขาคิดว่าฉันเป็นคนประเภทไหนนอนกับผู้ชายได้ไม่ซ้ำหน้าหรอถึงฉันจะดูแรงแต่ก็ไม่เคยโชกโชนเรื่องแบบนี้ไม่เคยไม่เคยเลยสักครั้งแม้แต่จับมือ.... และที่สำคัญไปกว่านั้นเขารู้ชื่อของฉัน!
น่าสงสัยมากกว่า
“นายรู้จักชื่อฉันได้ยังไง?”
“ก็แค่...รู้มาจากเพื่อนของเธอ ตอนรับโทรศัพท์”
“นาย!” ฉันจ้องตานายคิวพีอย่างไม่เกรงกลัวถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะอยู่ใต้ร่างเขาก็ตามพร้อมกับตะคอกใส่อย่างสุดเสียง “มีสิทธิอะไรถึงมารับโทรศัพท์ฉัน ไม่มีใครสั่งสอนมารยาทที่ต้องใช้กับคนอื่นบ้างหรือไงว่าต้องทำยังไงแต่ก็นะเห็นๆ อยู่ว่าคนอย่างนายสั่งสอนไปก็เสียเวลาเปล่า คนมันจะเลว จะชั่วมันขึ้นอยู่ที่สันดาน!”
“แล้วรู้ไหมว่าฉันพูดอะไรกับเพื่อนเธอก็แค่...พูดว่า เพื่อนเธอสบายดีแต่อีกเดี๋ยวคง ...ได้กระอักเลือดบนเตียง”
“…”
นายคิวพีบีบแขนของฉันทั้งสองข้างอย่างแรง แรงบีบทำให้เจ็บจนปวดร้าวเข้าไปในกระดูกแขนแทบหักและยังสะท้านไปยังแผลที่เจ็บอยู่ส่งผลให้น้ำตาของฉันไหลออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่ได้แต่ฉันก็ยังไม่หลบสายตาสีเทาที่จ้องมองฉันด้วยความโกรธที่แทบจะทำฉันเป็นผงธุลีได้ภายในพริบตาแล้วสุดท้ายเขาก็ขยับปากพูดออกมา
“เก็บเสียงไว้ครางดีกว่าไหมลีเมย์”
ทันใดริมฝีปากของเขาก็ประกบลงมาบดขยี้ที่ริมฝีปากของฉันโดยที่ไม่ทันตั้งตัวเมื่อฉันกำลังที่จะเอ่ยปากพูด
จูบที่ทั้งดุดันร้อนแรงเขากัดริมฝีปากฉันอย่างแรงเพื่อที่จะให้ฉันรับจูบของเขา นายคิวพีเริ่มกัดริมฝีปากแรงขึ้นๆ เพื่อทำให้เปิดปากรับจูบเขาจนสุดท้ายมันทำให้ฉันอดทนต่อความเจ็บปวดไม่ไหวจึงเปิดปากรับจูบอย่างเลี่ยงไม่ได้
ลิ้นร้อนๆ ของนายนั่นเข้าไปสำรวจในช่องโพรงปากทันทีรวดเร็วถึงจะดิ้นแรงเพียงไหนเขาก็ไม่ถอนจูบไปง่ายๆ จูบที่เนินนานมันทำให้ฉันเริ่มไม่มีอากาศหายใจจึงหยุดดิ้นเพราะร่างกายอ่อนระทวย
“เหอะ นึกว่าจะทนได้สักแค่ไหน”
ตัวของลีเมย์เริ่มหยุดการดิ้นลง ใบหน้าของเธอมีแต่รอยน้ำตาจูบนี้เป็นจูบแรกของเธอสินะดูก็รู้จากสายตาที่แสนตกใจกับมือที่ผมจับเย็นเฉียบพอเธอเริ่มหยุดดิ้นผมก็ถอนริมฝีปากให้เธอได้หายใจเดี๋ยวตายเสียก่อนไม่สนุกกันพอดี
“จะทำอะไรปล่อยนะ”
