บทที่ 5 คำบาดใจ
“ฉันจะถามเป็นครั้งสุดท้ายว่าใครใช้แกมาแส่ที่นี่! ”
เขาชั่งดูโหดร้ายเลือดเย็นลูกน้องทั้งหมดที่ล้อมชายวัยรุ่นทั้งสองคนนั้นไม่กล้าที่จะสบตากับเขาเลยทุกคนได้แค่ก้มหน้ามองพื้นดิน
“ตอบหรือว่าพวกแกอยากจะตายแบบศพไม่มีญาติ”
ว่าแล้วเขาก็เอามือเข้าไปล้วงอะไรบ้างอย่างภายใต้ชายเสื้อสีดำออกมาซึ่งนั้นมันคือ ปะปืน!
“ปะ ปืน”
ฉันเปรยกับตัวเองขึ้นเบาๆ หลังจากที่ได้เห็นวัตถุสีดำเงาวับเมื่อมันกระทบเข้ากับแสงไฟออกมาจากชายเสื้อสีดำของผู้ชายคนนั้น
ใช่มันคือปืนนั่นเอง
ไม่เพียงแค่เขาเอาออกมาถือแค่นั้นนะตอนนี้ผู้ชายคนนั้นยังเอาปืนเล็งไปยังชายวัยรุ่นสองคนนั้นที่ถูกซ้อมอย่างหนักหน่วงก่อนหน้า ผู้ชายคนนั้นเขาทำเหมือนกับว่าตัวเองไม่เกรงกลัวอะไรเลยแม้กระทั่งกฎหมายที่ทุกคนควรเคารพใสใจปฏิบัติตาม
ไม่นานคำพูดก่อนหน้าของนานาก็ลอยเข้ามาในหัวสมองของฉันทันที ทุกประโยคทุกถ้อยคำซ้ำวนเวียนไปไม่แม้ตกค้างไม่ว่าจะเป็นคำไหน จำยิ่งกว่าการท่องหนังสือสอบ
น่าขนลุก...
...แกรู้ไหมว่าคลับที่นี้เป็นของหนึ่งใน 5 MISCREANT ที่วัยรุ่นร่ำลือในเรื่องของความเลว ใครๆ ที่เป็นศัตรูกับเขาต้องตายนะพวกเขาทั้งโหด เถื่อน เลว รวย หล่อ ที่สำคัญมีลูกน้องเป็นพัน...
หรือว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นหนึ่งใน 5MISCREANT
มันก็แค่ความสงสัยที่ฉันมี ไม่ใช่ความจริงสำหรับฉันยังไม่ถือว่าเป็นเรื่องจริง เปอร์เซ็นใช่หรือไม่ใช่มีเท่ากันครึ่งๆ
นานาก็ไม่ได้บอกด้วยสิว่ามีชื่ออะไรกันบ้างหน้าตารูปร่างเป็นยังไงแต่ช่างเถอะๆ เขาจะเป็นยังไงทำไมต้องสนใจด้วยแค่เรื่องของตัวเองฉันยังเอาไม่รอดเลยทั้งเรื่องเงินเรื่องเรียนตีรวนกันไปหมด
ฉันชื่อว่า ‘ลีเมย์’ ตอนนี้เรียนอยู่มหาลัยชั้นปีที่ 2 ฉันต้องหาเงินเรียนและหาเงินใช้เองเพราะว่าตอนนี้อยู่ตัวคนเดียว พ่อแม่เสียไปตอนจบมัธยมที่ฉันเข้าเรียนมหาลัยก็เพราะได้เงินพวกท่านทำประกันไว้ให้แต่ตอนนี้เงินมันเริ่มที่จะหมดลงแล้วจึงต้องทำงานทุกๆ วันหลังเลิกจากการเรียนในร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่งเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายค่าต่างๆ ล้วนแล้วแต่ใช้เงินทั้งนั้น
ดังนั้นความคิดของฉันเงินสำคัญมาก
สำคัญเป็นอันดับหนึ่งแบบไม่มีอะไรเปรียบเทียบติด เรียกว่าหน้าเงินก็ยอมเพราะสมัยนี้ใช้เงินซื้อทุกอย่างได้จริงๆ
ปัง! ปัง!
เสียงก้องดังสนั่นปลุกความคิดของฉันทันที ทุกอย่างหายไปหายเพียงชั่วพริบตาเดียว
สายตาของฉันรีบหันไปมองทางด้านต้นเสียงสิ่งที่เห็นคือวัยรุ่นสองคนนั้นโดนยิงที่แขนกันคนละข้าง เลือดสีแดงสดไหลอาบแขนเป็นทางยาวลงจรดสู่นิ้วมือทั้งห้าของทั้งสองคนซึ่งมาพร้อมกับการได้ยินเสียงของผู้ชายคนนั้นตามมา
“จะบอกได้หรือยังว่าใครเป็นคนส่งพวกแกมา ไม่ตอบคราวนี้ลูกปืนของกูมันก็จะไม่พลาดไปจากหัวของพวกมึงแน่นอน”
เสียงก้าวร้าวอันทรงพลังพูดขึ้นมาอย่างน่าเกรงกลัว เขาคงจะโกรธมากแต่พยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้มันระเบิดออกมามากกว่านี้ มือใหญ่ที่ฉันเห็นนั้นมันสั่นนิดๆ เนื่องจากแรงบีบ
ฉันไม่ควรอยู่ที่นี่แล้วเสียล่ะขืนอยู่ต่อไปพวกนั้นเจอเข้าคงมีหวังโดนยิงเป็นศพไร้ญาติอยู่ที่นี่แน่ อยู่ดีๆ ไม่ควรเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงกับอะไรพวกนี้ไม่ได้ไม่คุ้มเสีย
หมับ!
มือใคร...
