บทที่ 9 คำสั่ง
ฉะ ฉันกลัวจนเอาแต่นั่งกอดเข่าพร้อมกับนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นจนกระทั่งมีมือใหญ่มากระชากแขนที่มีแผลเดิมจากการโดนกรีด
“โอ้ย! ฉันเจ็บนะ” ฉันลุกขึ้นยืนจากการโดนฉุดลากให้ขึ้น
“เธอมาสอดแนมอะไรที่คลับของฉันเหมือนกับไอ้พวกนั้น”
“ฉะ ฉันไม่ได้มาทำอะไร แค่เดินผ่านจะกลับห้องแค่นั้นไม่ได้สอดแนมอะไรเลยจริงๆ นะ ”
“คิดว่าฉันเชื่อเธอหรอบอกมา!”
“ก็บอกแล้วไงหูแตกหรอบอกว่าไม่ได้มาทำอะไรแล้วทำไมนายถึงฆ่าพวกเขา ชีวิตคนมันไม่เหมือนผักเหมือนปลานะที่จะฆ่ากันได้ง่ายๆ คนดีๆ เขาไม่ทำกันแบบนี้หรอก”
“…”
“นายมันเลว!”
ฉันพูดสวนขึ้นพร้อมกับเสียงของนายคิวพีอย่างเหลืออดพร้อมกับชี้ไปทางศพพวกนั้นอย่างเสียงดังลูกน้องนายคิวพีต่างหันมากมองกันอย่างตะลึง
“คนดีหรอ หึไม่มีอยู่ในนิยามวะ เลวแค่นี้พอ ”
เขาพูดขึ้นเสียงดังด้วยสายตาที่แข็งกร้าวส่งมาให้ฉันแบบตรงๆ ไม่ปิดบังใดๆ ทั้งสิ้น
“…”
ฉันจึงไม่โต้ตอบอะไรกระทั่งเขาพูดพร้อมกับหันหน้าไปสั่งลูกน้องที่อยู่รอบๆตัวพร้อมพูดว่า
“เก็บมันซะ! ถ้าอินั่นมันยั่วพวกมึงก็มั่วกับมันเลย”
เก็บมันซะ! ถ้าอินั่นมันยั่วพวกมึงก็มั่วกับมันเลย ประโยคนี้มันยังวนเวียนอยู่ในหัวของฉันเป็นร้อยรอบได้แล้วมั้ง บอกเลยว่ามันช่างเป็นคำพูดที่ทำให้คนฟังอย่างฉันนั้นถึงกับสะอึกยืนทื้ออึ้งนานอยู่จนแทบไม่ได้ตั้งสติสตางค์เลยก็ว่าได้ ถ้าไม่มีเสียงของคิวพีพูดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งต่อกัน
“ไงถึงใจเธอล่ะสิ ไม่ต้องห่วงหรอกฉันจะยืนมองอยู่ตรงนี้ไม่ให้พลาดสักช็อตเดียวเลยล่ะ”
ช็อตเดียวบ้าอะไรล่ะ
ปล่อยให้ฉันตายไปต่อหน้าคนพวกนี้ยังดีกว่ายอมให้ทำอะไรแบบนั้นกับตัวเอง ยอมรับนะว่าตอนนี้โกรธจนควันออกหูโกรธอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต
“สั่งฆ่าผู้หญิงคิดว่าเท่นักเหรอไอ้หน้าตัวเมีย!”
หน้าตัวเมียคงน้อยไป หน้าเหี้ยคงเหมาะสมกว่า
“…”
“ไอ้เลว ไอ้ชาติชั่ว!”
ความอดทนของฉันหมดลงแล้ว ผู้ชายสารเลวคนนั้นมันเลวเกินกว่าที่จะเกิดมาเป็นคนด้วยซ้ำฉันจึงตะโกนใส่หน้าของเขาอย่างไม่เกรงกลัวอีกต่อไป ความกลัวขืนปล่อยเอาไว้นานก็คงเป็นตัวถ่วงให้จิตใจเปล่าๆ ปล่อยมันไปเลยต่อเลยเพื่อจัดการกับคนชั่วๆ ดีกว่า
“ก็ไม่ได้เป็นคนดี พูดแบบนี้อยากได้กี่คนดีล่ะเดี๋ยวจะได้จัดเตรียมให้ถูก คนของฉันพร้อมเสมอแค่รอเธอเท่านั้นแหละที่จะเป็นคนสนองพวกมัน” เขาพูดกับฉันและหันไปบอกลูกน้องที่ยืนเรียงกันอยู่ “จัดการ!”
“ครับนาย”
คิวพีสั่งคนของเขาเข้ามาหาฉันทันที เท้าใหญ่ของผู้ชายพวกนั้นเดินเข้ามาส่วนเท้าฉันกับก้าวถอยลงด้านหลังเรื่อยๆ จะทำยังไงดีไม่มีใครช่วยฉันได้สักคน ทุกๆ คนในที่นี้เป็นพวกของเขาหมด
เหมือนฉันเป็นพวกหัวเดียวกระเทียมลีบ
พ่อแม่ เมย์จะทำยังไงดีคะ มะ มะ เมย์กลัวคนพวกนี้เหลือเกิน พวกเขาน่ากลัวไปแล้ว ฉันพลางคิดภาวนาไปพร้อมกับหาทางออกให้กับตัวเอง ทางออกอันแสนเลือนรางเหมือนไม่มีอยู่จริง คงเป็นความตายเท่านั้นที่จะทำให้ฉันหลุดพ้นจากไอ้คนพวกนี้ยอมตายดีกว่าที่จะถูกข่มขืน
ไหนๆฉันก็ต้องตายอยู่แล้ว
“ถอยไป อย่าเข้ามานะ บอกให้ถอยไป!”
“จะหนีไปไหนคนสวยมาหาพี่ดีกว่า สวยๆ แบบนี้ อยากจะ...”
“ไอ้บ้า! ใครอยากกับพวกมึงไปไกลๆ ตีนเลยอย่ามาแตะต้องตัวฉัน คนสกปรกคนเลวอย่างพวกมึงไม่เอามาทำพันธ์ให้เสียเวลาหรอก มันเสียชาติตระกูล!”
ก่อนที่ไอ้ดำนั้นจะพูดขึ้นมาฉันก็ตะโกนใส่หน้ามันก่อนพร้อมกับปัดมือไอ้นั้นออกก่อนที่มันจะมาจับตัว ตอนนี้สภาพชุดนักศึกษาสวมทับด้วยเสื้อแขนยาวกลายเป็นสีดำและสีแดงจากเลือด กระโปรงพลีสฉีกขึ้นมาจนเห็นขา
เอ๊ะ! ปืน มันมีปืนเหน็บไว้กับเอวฉันต้องเอาปืนมาให้ได้
“พวกมึงทำอะไรกันจับอีนั่นแค่นี้ก็จับไม่ได้ โง่เอ้ย!” เสียงทรงอำนาจของคิวพีก็ดังขึ้นมา “กูบอกให้พวกมึงจัดการแค่จับตัวพวกมึงยังทำไม่ได้ กูควรเลี้ยงพวกมึงต่อไหมวะหะ กูไม่มีเวลามานั่งรอพวกมึงทำงานพลาดนะ”
ลูกน้องมันรีบหันหน้าไปตามเสียงของนายคิวพีทันทีเป็นโอกาสของฉันจึงรีบคว้าปืนที่เอวไอ้ดำทันทีเพราะมันไม่รู้สึกตัวตอนนี้จะทำยังไงล่ะปืนอยู่ในมือของฉันที่ซ่อนไว้ทางด้านหลังยิงก็ยิงไม่เป็นปืนนี้ก็เป็นปืนจริงพลาดไปมีหวังตายแน่ๆ
“จับอินั่นให้ได้เร็ว!”
ฉันรีบถอยตัวไปให้หลังชิดกับฝาผนังทันทีพร้อมกับตะโกนออกมาอย่างเสียงดังเมื่อลูกน้องนายคิวพีจะเข้ามาจับตัว
“เข้ามาพวกมึงตาย กูยิงแน่ลองขยับตัวเดินเข้ามาอีกสิ เดี้ยง!”
ฉันรีบยกปืนขึ้นมาขู่แล้วเล็งไปยังไอ้พวกนั้นซึ่งมีอยู่ 5 คน พวกมันหยุดและไม่กล้าเดินเข้ามาอีก
“เหอะ! แค่ปืนกระบอกเดียวคิดว่าทำอะไรชั้นได้หรอ?”
