บทที่ 5 1.4 รักเปลี่ยนคน
เมื่อโลกใบนี้มันช่างโหดร้ายกับเธอเหลือเกินเพราะนอกจากจะถูกสามีทรยศแล้วมันยังพรากพ่อกับแม่ของเธอไปก่อนวัยอันควรอีกด้วย หลังจากปล่อยตัวเองให้นอนจมอยู่กับความเสียใจมานานพอสมควร แพรพลอยก็เริ่มมีสติมากขึ้น
หญิงสาวพาร่างกายบอบช้ำออกมาจากห้องนอนเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอาหารบนโต๊ะในวันนี้ที่เธอตั้งใจสังสรรค์ขึ้นมาเพื่อเราสองคนนั้น เธอเองยังไม่ได้เก็บทำความสะอาดมันเลย
และเมื่อเธอเดินมาถึงบริเวณห้องอาหาร ภาพของชายร่างสูงใหญ่ก็กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดทำความสะอาดโต๊ะอาหารอยู่ แพรพลอยยืนมองภาพนั้นด้วยความเจ็บปวดพลางน้ำตาก็เริ่มจะไหลออกมาอีกครั้ง
เมื่อมันคือความอบอุ่นของภัทรที่มักจะแสดงออกมาทุกครั้งหลังจากที่ทั้งสองคนได้ทานอาหารด้วยกันเสร็จก็มักจะช่วยกันเก็บ เช็ด ล้างพวกมันอยู่เสมอ
ใบหน้างามเชิดขึ้นเพื่อไล่หยดน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมาพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อให้กำลังใจตัวเอง เธอไม่รู้ว่าควรจะเดินไปข้างหน้าเพื่อช่วยเขาเก็บหรือเดินกลับเข้าไปในห้องนอนดี
ขณะที่เธอตัดสินใจแล้วว่าจะกลับเข้าไปในห้องและปล่อยให้เขาทำมันต่อไปคนเดียว เพราะตอนนี้แพรพลอยไม่แน่ใจว่าตัวเองจะเข้มแข็งพอที่จะต้องเผชิญหน้ากับคนใจร้าย ที่พึ่งทำร้ายเธอไปได้หรือไม่
แต่คนตัวสูงก็หันหน้ากลับมาเห็นเธอพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ เพื่อส่งตรงไปให้คนที่กำลังจะเดินกลับห้องก่อนจะเอ่ยขึ้นมา
“แพร ไม่ต้องเข้าไปดูในครัวหรอกพี่ได้เก็บล้างมันหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่เช็ดโต๊ะอีกนิดหน่อยก็เสร็จหมดแล้วล่ะ”
“...”รอยยิ้มและน้ำเสียงของภัทรที่ใช้มองกับคำพูด มันทำให้แพรพลอยอดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจจะกำลังเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ หากภัทรเสียใจจริงเขาคงไม่เลือกพูดเรื่องหย่าในโอกาสครบรอบวันแต่งงานเช่นนี้
แพรพลอยเลยเลือกที่จะเดินกลับเข้าห้องไป เมื่อคิดว่ามันไม่มีความจำเป็นอีกแล้วที่จะยังยืนอยู่ตรงนี้
หมับ! ขณะที่แพรพลอยกำลังจะก้าวเท้ากลับห้องร่างสูงใหญ่ก็รีบเดินคว้าแขนเล็กเอาไว้ทันทีเมื่อเห็นว่าเธอไม่สนใจแม้จะมองเขา พลันในหัวใจก็รู้สึกปวดหนึบขึ้นมาเมื่อคิดว่าคนตัวเล็กไม่เห็นเขาในสายตาอีกแล้ว เพราะปกติแพรพลอยไม่เคยเฉยชากับเขาได้มากขนาดนี้
“แพร เป็นอะไรไป ทำไมถึงไม่คุยกับพี่เลย รู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงมากขนาดไหนที่เห็นแพรหายเข้าไปในห้องตั้งนานสองนาน เนี่ยหากแพรออกมาช้ากว่านี้นิดเดียว พี่คงต้องเอากุญแจมาเปิดประตูเข้าไปดูแล้วรู้ไหม”
“แต่พี่ก็ไม่ได้เปิดเข้าไปดูนี่คะ หึ! แต่มันก็ไม่แปลกอะไร เพราะตอนนี้พี่เองก็ไม่ได้รักแพรแล้ว ต่อให้แพรจะอยู่หรือตายไปพี่ก็มีความสุขกับเพื่อนรักของพี่อยู่ดี อ้อ ไม่ใช่สิ ต้องคนรักใหม่ของพี่มันถึงจะถูก”
“แพรอย่าพูดประชดพี่ได้ไหม เรื่องนี้จ๋าไม่ใช่คนผิด”
เมื่อได้ฟังคำพูดของภัทรที่บอกว่าเป็นห่วงเธอมาก หญิงสาวก็อดประชดเขาออกมาไม่ได้ ทั้งเขายังออกหน้าแทนผู้หญิงที่กล้าแย่งสามีชาวบ้านว่าไม่ผิดอีก ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่มีส่วนผิดมันก็คงเป็นเธอเองที่เป็นคนผิด ผิดที่เลือกรักและแต่งงานกับเขาเอง
“ค่ะ เอาเป็นว่าแพรรับทราบแล้วกันว่าเค้าไม่ผิด แค่นี้ใช่ไหมคะ ที่พี่ต้องการคุยกับแพร ถ้าอย่างนั้นแพรขอตัวก่อนนะคะ”
“แพร แพรอย่าทำแบบนี้เลยนะ ปกติแพรที่พี่รู้จักไม่ใช่คนแบบนี้ ถึงวันนี้เราสองคนจะไม่ได้รักกัน หย่ากันแล้ว แต่แพรก็ยังเป็นน้องสาวของพี่เสมอนะ”
“ค่ะ แพรคงเหมาะที่จะเป็นได้แค่น้องสาวของพี่เท่านั้น พี่ภัทรไม่ต้องกลัวนะคะว่าแพรจะไม่ยอมหย่าให้พี่ แต่ตอนนี้ขอเวลาให้แพรหน่อยเพราะมันเร็วเกินไป”
“แพร!” ภัทรมองดูคนตัวเล็กพร้อมกับรู้สึกผิดและเสียใจเมื่อวันนี้เขาทำให้หญิงสาวที่สดใส งดงาม อ่อนโยนคนหนึ่งต้องมาเสียใจ
ด้านแพรพลอยก็กำลังมองหน้าของคนใจร้ายอยู่เช่นกัน เธออยากรู้ว่าเขาจะมาทำท่าทางอาลัยอาวรณ์เหมือนยังรักเธออยู่ทำไม เมื่อภัทรเองก็เป็นฝ่ายหมดรักเธอก่อน
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังมองประสานสายตากันอยู่ต่างคนต่างตกในภวังค์ของตัวเอง แรงสั่นสะเทือนพร้อมเสียงกรีดร้องของโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของภัทรก็ดังขึ้น
แต่ดูเหมือนว่าภัทรจะไม่ให้ความสำคัญ เพราะตอนนี้เขาอยากจะคุยทำความเข้าใจกับแพรพลอยมากกว่า ภัทรไม่อยากจบกับเธอไปแล้วไม่สามารถมองหน้ากันได้
ซึ่งภัทรเองก็ยังไม่รู้ว่าจะบอกครอบครัวอย่างไรว่าตอนนี้ชายหนุ่มได้ขอหย่ากับแพรพลอยไปแล้ว เพราะท่านนายพลพัฒนากับคุณหญิงภัทราพ่อแม่ของเขาก็เอ็นดูลูกสะใภ้คนนี้มาก ส่วนเรื่องลูกที่กำลังจะเกิดมาเขาเองก็เคารพการตัดสินใจของแพรพลอยว่าจะจัดการอย่างไร
เพราะการเลิกกันและต่างคนต่างก็ไปเริ่มต้นกับคนใหม่ หากไม่มีลูกมาเป็นพันธะผูกพันรั้งทั้งสองคนเอาไว้มันย่อมดีกับทุกฝ่าย
“พี่ไม่คิดจะรับมันหน่อยเหรอคะ เผื่อว่าจะเป็นคนของพี่โทรมาก็ได้นะคะ”
“คงไม่ใช่จ๋าหรอก เพราะพี่พึ่งโทรคุยกับเขาก่อนที่จะขึ้นมาที่ห้องนี่เอง แต่ตอนนี้พี่อยากจะคุยเรื่องของเรามากกว่าน่ะ”
