บทที่ 6 1.5 รักเปลี่ยนคน
“เรามีอะไรจะต้องคุยกันอีกคะ หรือพี่ภัทรกลัวว่าแพรจะเปลี่ยนใจไม่ยอมหย่าขึ้นมา ถ้าเป็นเรื่องนั้นพี่สบายใจได้เลย เพราะถ้าเป็นไปได้แพรก็จะเซ็นใบหย่าให้พี่ในวันพรุ่งนี้เลย พี่จะได้ไม่ต้องรอให้ถึงวันจันทร์”
“ทำไม แพรอยากหย่ากับพี่มากนักหรือไง หรือว่ามีใครกำลังรอแพรอยู่แล้ว แพรก็เลยถือโอกาสเอาเรื่องของพี่กับจ๋ามาเป็นข้ออ้างในการรีบหย่ากัน”
“ถ้าเป็นแพร แพรจะไม่พูดนะคะ และก็อย่าคิดว่าใครจะเป็นเหมือนกับพี่สิคะ พี่เองเป็นคนมีนอกใจแพร แล้วมาโยนความผิดให้คนอื่นอย่างนี้ พี่ใจร้ายกับแพรมากนะพี่ภัทร”
“แพร! พี่ขอโทษ พี่ก็แค่ เอ่อ”
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเมื่อภัทรได้ยินคำพูดของแพรพลอยเหมือนเธอต้องการให้การหย่ามันเกิดขึ้นเร็วๆ เขาก็รู้สึกโหวงในอกเมื่อคิดว่าเธอจะมีคนใหม่ และไม่ให้ความสำคัญกับเขาอีกแล้ว
และภัทรเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าทำไมเขาต้องมีความรู้สึกอย่างนี้ เพราะหากแพรพลอยมีคนใหม่จริงมันก็ต่อพวกเขาทั้งสองคนไม่ใช่เหรอ ถึงว่าตอนนี้จะมีเรื่องลูกเพิ่มเข้ามาก็ตาม
ซึ่งความรู้สึกที่เกิดขึ้นขณะที่ได้ยินว่าแพรพลอยต้องการหย่ากับเขาให้เร็วขึ้น จึงทำให้คนตัวใหญ่เผลอต่อว่าหญิงสาวออกไป แม้ลึกๆจะยังเชื่อว่าผู้หญิงอย่างแพรพลอยจะไม่มีวันทำเรื่องอย่างนั้นได้
ภัทรเริ่มรู้สึกตัวว่าสิ่งที่ตัวเองพูดไปนั้นไม่สมควร ชายหนุ่มจึงเอ่ยคำขอโทษออกไป แต่เขาก็พูดได้แค่นั้นเพราะไม่สามารถบอกความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ได้ว่ารู้สึกอย่างไร ในเมื่อเขาเป็นฝ่ายขอหย่าจากเธอเอง
ด้านแพรพลอยเองก็ไม่ได้ยอมแพ้ เมื่อได้ยินสิ่งที่คนตัวสูงปรามาสเธอออกมา ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายนอกใจเธอก่อน ตัวเองเลวก็คิดว่าเธอจะต้องเลวเหมือนเขาหรือไงกัน
หากเธอไม่เห็นแก่ท่านนายพลพัฒนากับคุณหญิงภัทราพ่อแม่ของเขาที่รักและเอ็นดูเธอ ว่าพวกท่านจะต้องเจอกับปัญหาเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของสังคมและบริษัท ประกอบกับเธอเองก็ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าทั้งสองคนเป็นชู้กัน แพรพลอยจึงไม่สามารถเรียกร้องศักดิ์คืนด้วยการฟ้องชู้กับทั้งสองคนได้
ด้านคนถูกบริภาษก็เค้นเสียงลอดไรฟันเรียกชื่อคนตรงหน้าออกมาอย่างเจ็บแค้น พลางมือหนาก็คว้าข้อมือเล็กพร้อมกับออกแรงกระชากเล็กน้อยเพื่อดึงเธอมาปะทะอกแกร่งของตัวเอง
ใบหน้างามเชิดขึ้นอย่างถือดีก่อนจะเบนหน้าหนีเมื่อถูกคนใจร้ายกระชากเธอเข้ามาหา พลางมองเธอด้วยสายตาเหมือนคนที่ยังรักเธออยู่ ทั้งที่ภัทรเองก็เป็นคนบอกเองว่าได้หมดรักเธอแล้ว
ด้านคนได้เปรียบเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่ยอมสบสายตาด้วยก็นึกโมโห เธอทำเหมือนว่ารังเกียจเขาอย่างนั้นแหละ แต่ความจริงแพรพลอยไม่อยากจะเห็นสายตาวิบวับของภัทรกำลังมองเหมือนว่าเขายังรักเธอต่างหาก
“พี่มีอะไรก็ว่ามา แพรอยากพักผ่อนแล้วค่ะ”
“แพร อย่าทำเป็นเมินพี่ เหมือนกับพี่เป็นคนน่ารังเกียจอย่างนั้นแหละ แพรทำตัวแบบนี้พี่ไม่ชอบเลยรู้ไหม น้องแพรคนที่น่ารัก อ่อนหวาน คนนั้นไปไหนแล้ว”
“แพรคนนั้นจะไปไหนก็ช่างมันเถอะค่ะ เพราะถึงอย่างไงเราสองก็ต้องหย่ากันอยู่ดี และตอนนี้พี่ภัทรก็ควรจะปล่อยแพรได้แล้ว เพราะหากเมียใหม่ของพี่รู้ว่าพี่ภัทรยังอาลัยอาวรณ์เมียเก่าอยู่อย่างนี้ พี่อาจจะมีปัญหาก็ได้นะคะ”
“พี่กับจ๋าเรายังไม่...” ขณะภัทรกำลังพูดยังไม่จบประโยค เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นสะเทือนพร้อมกับเสียงกรีดร้องอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหากไม่มีการกดรับสาย
ด้านแพรพลอยมองดูคนตรงหน้ากดรับสายโทรศัพท์ ก็รู้สึกเจ็บหัวใจอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านั้นภัทรยังทำเหมือนยังแคร์เธออยู่มาก
แต่ก็ดีเหมือนกันให้เขาทำเธอเจ็บมาก ๆ เธอเองจะได้ตัดใจจากเขาได้เสียที แล้วก็หันกลับมารักตัวเองกับลูกที่กำลังจะเกิดมา ไม่ใช่เดี๋ยวตัดใจ เดี๋ยวก็ยังอาวรณ์เขาอยู่เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้
หลังจากบอกตัวเองร่างงามระหงก็ก้าวเท้าเพื่อกลับเข้าห้องนอนทันที แต่เธอเดินไปไม่ถึงห้าก้าวน้ำตาก็เริ่มไหลออกมาเมื่อได้ยินเสียงตามหลังของภัทรกับคนปลายสายของเขาขึ้นมา
“ครับ ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ ก็รู้อยู่แล้วไม่พูดได้ไหมครับ เฮ้อ! ภัทรรักจ๋านะ...”
‘ภัทรรักจ๋านะ’ ประโยคนั้นของภัทรยังดังก้องอยู่ในหูของเธอ และหลังจากได้ยินสามีบอกรักคนอื่น แพรพลอยก็ไม่รับรู้อะไรอีก เขาไม่คิดบ้างหรือไรว่าเธอจะเจ็บเพียงไหนที่ได้ยินสามีบอกรักคนอื่น ถึงวันนี้จะรู้แก่ใจว่าเขาไม่ได้รักเธอแล้วก็ตาม
ทางด้านภัทรแม้จะกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับจารุณีแต่สายตาของเขากลับมองดูแพรพลอยที่กำลังไกลออกไปเรื่อย ๆ พร้อมกับแรงสั่นไหวของแผ่นหลังเล็กหายเข้าไปในห้องนอน
