บทที่ 13 ร่องรอยของคนที่หายไป
เช้าวันถัดมา พริมลภัสแทบไม่มีสมาธิทำงาน
ตั้งแต่รู้ว่ารถในภาพอาจเกี่ยวข้องกับพี่ชายของเธอ ความทรงจำหลายอย่างก็ย้อนกลับมา
พี่ชายของเธอหายไปก่อนวันที่เธอตัดสินใจจากภาคินไม่นาน
ตอนนั้นเธอคิดว่าเขาเพียงต้องการหลีกหนีปัญหาของครอบครัว
แต่ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกี่ยวข้องกันจริง ๆ...
การหายตัวไปของเขาอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ช่วงสาย ภาคินส่งข้อความมาหาเธอ
“ขึ้นมาหาผมตอนพักเที่ยง”
พริมลภัสมองข้อความแล้วรีบขึ้นไปทันที
เมื่อเปิดประตูเข้าไป เธอเห็นเอกสารหลายชุดวางอยู่บนโต๊ะ
“นี่อะไรคะ?”
“ข้อมูลเกี่ยวกับพี่ชายคุณ”
เธอเดินเข้าไปดู
“คุณไปหามาจากไหน?”
“ผมให้คนที่ไว้ใจได้ช่วยตรวจสอบ”
ภาคินยื่นแฟ้มให้เธอ
“ชื่อเขาคือ พีรพล”
พริมลภัสพยักหน้า
“ค่ะ”
“ก่อนหายตัวไป เขาเคยทำงานกับบริษัทหนึ่ง”
เธอเปิดเอกสาร
แล้วต้องชะงัก
ชื่อบริษัทนั้นเป็นบริษัทเดียวกับที่ธันวาเคยทำงาน
“นี่มัน...”
ภาคินพยักหน้า
“ผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
พริมลภัสนั่งลงช้า ๆ
“พี่ฉันเคยบอกว่าเขามีปัญหากับคนในบริษัท แต่ไม่เคยเล่าว่าเป็นเรื่องอะไร”
“แล้วก่อนเขาหายไป เขาเคยติดต่อคุณไหม?”
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“มีค่ะ”
“ว่าอะไร?”
“เขาบอกฉันว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขา อย่าไว้ใจคนที่เข้ามาเสนอความช่วยเหลือ”
ภาคินนิ่ง
“คุณคิดว่าเขาหมายถึงใคร?”
“ฉันไม่รู้”
เธอหลับตา
“ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดว่ามันสำคัญ”
ภาคินเดินมานั่งข้างเธอ
“คุณไม่ผิดที่ไม่รู้”
พริมลภัสหันมองเขา
“แต่ถ้าฉันใส่ใจมากกว่านี้ บางทีเรื่องทั้งหมดอาจไม่เกิดขึ้น”
“อย่าโทษตัวเอง”
น้ำเสียงของเขานุ่มลง
“เราไม่มีทางรู้อนาคต”
เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะขยับเข้าไปพิงไหล่เขา
ทั้งคู่เงียบอยู่แบบนั้น
แต่ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
พริมลภัสรีบขยับออก
“เข้ามา”
เลขานุการของภาคินเปิดประตู
“คุณภาคินครับ มีแขกมาขอพบ”
“ใคร?”
“คุณลลินครับ”
พริมลภัสชะงัก
ภาคินมองเธอ
“ให้เธอเข้ามา”
ลลินเดินเข้ามาในห้อง
สายตาของเธอหยุดอยู่ที่พริมลภัส ก่อนมองภาคิน
“ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอก”
พริมลภัสรู้สึกไม่สบายใจ
“เรื่องอะไร?”
ลลินวางซองเอกสารลงบนโต๊ะ
“เรื่องพี่ชายของพริม”
พริมลภัสลุกขึ้นทันที
“คุณรู้อะไร?”
ลลินมองเธอ
“ฉันรู้ว่าเขายังไม่หายไปไหน”
พริมลภัสตัวชา
“หมายความว่าอะไร?”
“เขายังมีชีวิตอยู่”
ห้องทั้งห้องเงียบลง
ภาคินขมวดคิ้ว
“คุณแน่ใจ?”
ลลินพยักหน้า
“เมื่อสามวันก่อน ฉันได้รับข้อความจากเขา”
พริมลภัสเดินเข้าไปหา
“เขาส่งอะไรมา?”
ลลินหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเปิดข้อความ
มีเพียงประโยคเดียว
“อย่าให้พริมกลับไปที่บ้านหลังเก่า”
พริมลภัสอ่านแล้วหน้าซีด
บ้านหลังเก่า...
คือบ้านที่เธอเคยอยู่กับครอบครัวก่อนเกิดเรื่องทั้งหมด
และสถานที่เดียวกันนั้น คือสถานที่ที่เธอไม่เคยกล้ากลับไปอีกเลย
ภาคินมองเธอ
“คุณไม่ต้องไปคนเดียว”
เธอส่ายหน้า
“ฉันต้องไปค่ะ”
“งั้นผมไปด้วย”
พริมลภัสมองเขา
ครั้งนี้เธอไม่ได้ปฏิเสธ
เพราะเธอรู้แล้วว่า ความจริงที่ตามหามาตลอดสองปี...
อาจกำลังรอพวกเขาอยู่ที่บ้านหลังนั้น
