บทที่ 13 นายมาทำอะไรที่นี่
เลขาดาวพาริสาไปแนะนำตัวกับบอสของเธอ คุณธนภพดูเป็นคนนิ่ง ๆ ดูใจดี
“บอสคะ นักศึกษาฝึกงาน ชื่อริสาค่ะ”
“สวัสดีค่ะ” ริสายิ้มยกมือไหว้สุภาพ
“ครับ ยังไงคุณดาวมีอะไรก็สอนน้องแล้วกันนะ”
“ได้คะบอส”
นี่ถ้าไม่ติดว่าบริษัทนี้เป็นของนายแม็กซ์ ริสาว่าเธอโชคดีมากที่เจอแต่คนใจดี
ริสาเป็นเด็กหัวดีและเรียนรู้ได้รวดเร็วแม้งานที่ได้จะไม่ค่อยตรงกับสายงานที่เรียนมากนัก และงานที่ได้รับส่วนใหญ่ก็มีแค่จัดและเตรียมเอกสาร
ทำงานแป๊บเดียวก็เที่ยงแล้ว พี่ดาวเลขาชวนริสาออกไปกินข้าวข้างนอกแต่ไม่ทันที่จะตกลง
“ริสา ไปกินข้าวกัน” มาวินเดินมาหยุดยืนที่หน้าโต๊ะทำงานของริสา
“มาวิน นายมาทำอะไรที่นี่” ริสาตกใจ หันไปมองพี่ดาวเลขาที่เอาแต่ยิ้ม
“ฝึกงานสิ ทำที่เดียวกันไม่รู้เรื่องเลยเหรอ”
“ไม่เห็นรู้” ริสาพึมพำ
“เออ พี่ดาวคะ นี่มาวินเพื่อนที่คณะค่ะ” ริสาแนะนำ เพราะกลัวพี่ดาวจะแปลกใจที่อยู่ดี ๆ มาทำงานวันแรกก็เสียมารยาท ให้เพื่อนมาหาที่โต๊ะที่ทำงาน
“สวัสดีค่ะ คุณมะ... มาวิน” พี่ดาวเอ่ยทักมาวินก่อนจนริสาชะงักก่อนจะหันไปทำหน้าดุใส่มาวิน ที่ไม่มีมารยาทให้ผู้ใหญ่ทักก่อน
“สวัสดีครับ พี่ดาว” มาวินยิ้มกว้าง
“ผมมาพาเพื่อนไปกินข้าวเที่ยงก่อนนะครับ ปะริสา ลุก”
“ทำไมเราต้องไปกินกับนาย เราจะไปกินกับพี่ดาว” ริสาชักสีหน้าไม่พอใจ
“เฮ้ย ไรวะ มาจากมหาลัยเดียวกันแค่สองคน จะใจดำเกินไปแล้ว” มาวินบ่น
“น้องริสา ไปกับเพื่อนเถอะจ้ะ พอดีพี่นึกขึ้นได้ว่าจะออกไปกินข้าวกับบอส”
พี่ดาวดันมาสนับสนุนให้เธอไปกินข้าวกับไอ้หมอนี่แบบนี้อีก ริสาจำต้องลุกขึ้น เดินตามมาวินอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก
“วุ่นวาย ฉันมาทำงานวันแรก นายก็มาวุ่นวาย” ริสาบ่น
“วุ่นวายตรงไหนวะ แค่จะชวนไปกินข้าว”
“ทำไมต้องมาฝึกงานที่เดียวกับนายด้วย ไม่เห็นจะรู้เรื่อง ถ้ารู้ว่ามีชื่อนายนะ ฉันสละสิทธิ์ไปแล้ว”
“อะไรวะ รังเกียจกันขนาดนั้นเชียว ก็กูกะมึงมาบริษัทนี้แค่สองคน ไม่ชวนมึงกินข้าว มึงจะให้กูชวนใคร คิดว่ากูตามจีบมึงอีกแล้วงั้นสิ”
“ไม่ได้คิดว่าคนอย่างนายจะตามจีบ แต่นายช่วยพูดจาให้มันสุภาพหน่อยได้ไหม ที่นี่ไม่ใช่มหาวิทยาลัย นายจะมาพูดกู-มึง ไม่ได้มันไม่สุภาพ” ริสาค้อน
“อ๋อ ต้องพูดแบบไอ้ติน ที่มึงไปหอมแก้มมันอะนะ”
“นั่นมัน!” ริสาอึ้งไม่พอใจครั้นจะมาอธิบายให้คนพรรค์นี้ฟังก็คงจะไม่มีประโยชน์ เธอถอนหายใจก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย
“จะไปกินที่ไหนก็ไปสิ ฉันไม่รู้จักแถวนี้”
“เออ เดี๋ยวพาไปร้านอร่อย” มาวินยิ้ม
“นายฝึกงาน แผนกไหน ทำไมฉันไม่เห็นนายมารายงานตัวพร้อมกัน” ริสาใช้หลอดคนน้ำแข็งในแก้วไปมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องหน้ามาวินที่ดูจะอึ้งไปนิดหน่อย
“การตลาด”
“เมื่อเช้า พี่สุดาก็พาฉันไปแนะนำตัวการตลาดทำไมไม่เจอ”
“ถามทำไมนักเนี่ย ไม่กินข้าวแล้วไง” มาวินบ่นชักสีหน้าไม่พอใจ
“ก็กินอยู่นี่ไง ถามแค่นี้ก็ไม่ได้” ริสามุ่ยหน้าก่อนจะตักอาหารเข้าปาก เธอกินไปเงียบ ๆ จนหมด ก่อนจะพูดออกมาแบบเซ็ง ๆ
“เฮ้อ ไม่รู้นัชชา กับ ปลายฟ้าเป็นไงบ้าง ได้ข่าวว่าเตชินเพื่อน นายก็ไปทำด้วยนี่ เออแล้วกฤชตินล่ะ ไปทำที่ไหน”
“ทำไม ถามหามันทำไม”
“เอ้า ก็เพื่อนกลุ่มเดียวกัน ฉันก็แค่ถามธรรมดา”
“หรือว่าชอบมัน?”
“ก็น่าชอบอยู่นะ รูปหล่อ พ่อรวย แถมดูจะสุภาพกว่าพวกนายสองคน ไม่น่าเชื่อว่ากฤชตินจะมาอยู่กลุ่มเดียวกับพวกนายได้” ริสาพูดเย้าแกล้งเล่นแบบไม่คิดอะไร แต่มาวินคิด
“มิน่า ถึงเลือกจะหอมแก้มมัน”
“เลือก เลือกอะไร”
“ก็พวกกูนั่งกันอยู่สามคน แต่มึงหอมแก้มมัน”
“ก็ดีกว่า หอมแก้มคนเถื่อน ๆ แบบนายละกันน่า” ริสายักไหล่ ก่อนจะก้มลงดูดน้ำ
ทำไมเธอถึงไม่ชอบนายมาวินขนาดนี้นะเหรอ
ก็เมื่อตอนอยู่ปีหนึ่ง เธอเองก็เคยเกือบแอบจะปิ๊งเขาอยู่เหมือนกัน มาวินหล่อมากจนเป็นที่กรี๊ดกร๊าดของสาว ๆ แต่ใครจะรู้ว่า บุคลิกภายนอกช่างแตกต่างกับคำพูดคำจาเสียเหลือเกิน
มาวินไม่ใช่คนที่พูดจาสุภาพเท่าไรนัก มันทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยชอบ
ยิ่งวันนั้น ริสาบังเอิญไปได้ยินเขาคุยเรื่องของเธอกับกลุ่มของเพื่อนของเขาพนันว่าจะจีบเธอให้ติด
“โธ่ก็แค่ ยายริสาเอง กูแกล้งจีบแป๊บเดียวกูก็ติด”
“แน่ใจ แต่กูพนันว่ามึงจีบไม่ติด คุณหนูเลิศ ๆ เชิด ๆ แบบนั้นไม่เอาคนเถื่อน ๆ แบบมึงแน่”
“มึงพนันกับกูไหมล่ะ กูว่ากูจีบติด คอยดูกูจะเอาให้แม่งครางเป็นชื่อกูทั้งคืน”
ริสาได้ยินถึงกับเบ้หน้าอย่างรังเกียจ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เธอไม่ชอบขี้หน้าเขาจนวันนี้ จะด้วยเพราะเขาพูดเพราะกลัวเสียหน้าหรือพูดจริงเธอก็ไม่อาจรู้ได้ รู้แต่ว่าไม่ชอบ!
