บทที่ 1 ผู้ชายในฝัน

ท่ามกลางต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ที่เรียงรายเต็มสองข้างทาง กลีบใบดอกสีชมพูกำลังร่วงหล่นจนกลีบเกลื่อนกระจายเต็มสองฟากพื้นถนน

นัชชา นักศึกษามหาวิทยาลัยปีสี่กำลังเดิมแกมวิ่งไปที่ตึกของคณะด้วยความเร่งรีบเพราะวันนี้เธอสายมาก จากที่ต้องทำงานพิเศษเลิกตีหนึ่งจนทำให้เผลอตื่นสายในเช้านี้

ช่วงนี้พ่อของเธอป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล ที่บ้านจำเป็นต้องใช้เงินอยู่มาก พี่ชายตัวดีที่ชื่อน๊อตก็ไม่ค่อยเอาถ่าน พอเรียนมหาวิทยาลัยไม่จบ สุดท้ายก็ไปทำงานเป็นดีเจที่ผับ ที่สำคัญติดพนันออนไลน์จนเจ้าหนี้มาตามที่บ้านบ่อย ๆ นัชชาเลยจำใจต้องหางานทำพิเศษเป็นเด็กเสริฟ์ที่เดียวกับพี่ชาย เพื่อที่จะได้มีรายได้แบ่งเบาภาระของครอบครัวได้บ้าง

-ทำไงได้ ชีวิตของคนเราบางทีต้นทุนก็ไม่เท่ากัน ความดิ้นรนต่างกันออกไป ทุกคนล้วนก็ต่างใช้ความพยายามในการดิ้นรนของชีวิตต่างกัน-

นัชชาได้แต่ฮึดสู้อยู่ในใจ เดี๋ยวพอได้ฝึกงาน เรียบจบมาก็คงจะมีรายได้ที่แน่นอน เลี้ยงดูพ่อกับแม่ไม่ให้ลำบากได้

-ถ้าพี่ชายตัวดีไม่ขยันสร้างแต่เรื่องมาให้ที่บ้านนะ-

กว่าจะถึงตึกคณะนัชชากึ่งเดินกึ่งวิ่งจนแทบจะหอบ ครั้นจะรอรถเวียนก็นานแสนนาน จะเรียกวินมอเตอร์ไซด์ก็ดันหมด วันนี้เรียกว่าวันซวยของนัชชาโดยแท้ เธอได้แต่บ่นอยู่ในใจก่อนจะมองซ้ายมองขวาเพื่อวิ่งข้ามถนนไปที่ตึกคณะฝั่งตรงข้าม

จังหวะที่จะข้าม ไม่รู้รถซุปเปอร์คาร์สีแดงโผล่มาจากไหน ก่อนจะวิ่งผ่านหน้าเธอไปแค่เสี้ยว เลี้ยวเข้าไปทางคณะทันที

ส่วนตัวนัชชาไม่ต้องพูดถึง ด้วยแรงรถที่ผ่านหน้าไปเมื่อครู่แบบเฉียดฉิว ทำให้เธอตกใจจนเซถอยหลังล้มไปนั่งอยู่กับพื้น

“ว้าย! ไอ้บ้า” นัชชาสบถตามหลังเธอรีบหยิบกระเป๋ากับหนังสือที่หล่นอยู่ที่พื้น เดินกะเผลกแกมวิ่งไปที่รถคันต้นเรื่อง ที่กำลังจอดนิ่งตรงลานจอดรถด้านหน้า

“ไอ้เตชิน ขับรถหมา ๆ อีกแล้วนะ” เธอโวยวายลั่น ยิ่งเห็นเตชินยังไม่ยอมลงมาจากรถ เพราะยังมัวจู๋จี๋กับน้องพลอยคนสวยยิ่งโมโห จนเขาลดกระจกลงมามองเธอด้วยสายตาขุ่นมัว

“โวยวายอะไรวะ”

“เมื่อกี้นายเกือบขับรถชนฉัน ...จนล้ม!”

“ตอนไหนวะ”

“เมื่อกี้ไง ก่อนที่นายจะเลี้ยวเข้าคณะ อย่าบอกนะว่านายขับรถไม่มองถนน แล้วถ้านายชนฉันตายจะทำไง ห๊ะ”

“แล้วตายยัง”

“หา!!”

“ไม่ตายนี่ยังยืนโวยวายได้ขนาดนี้ แสดงว่ายังมีชีวิตอยู่”

เตชินฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะเลื่อนกระจกรถปิดใส่หน้าของนัชชาแล้วหันไปสนใจน้องพลอยของเขาต่อ ทิ้งนัชชาให้ยืนโวยวายอยู่คนเดียวจนเหนื่อย ต่อเมื่อรู้ว่าเขาไม่สนใจแน่แล้ว เธอจึงยอมเดินกะเผลกจากไป

“พี่ชิน พี่คนนั้นมีเลือดออกตรงแขนด้วยอะ” น้องพลอย ชี้ให้เตชินมองตามร่างนัชชาที่เพิ่งเดินออกไป

ช่วงแขนของเธอมีรอยครูดกับพื้นถนนจนเลือดออกซิปๆ แถมกระโปรงนักศึกษายังมีรอยเปื้อนฝุ่นจากการที่เธอล้มลงไปเมื่อครู่ เตชินได้แต่อึ้ง ยอมรับว่าไม่ทันมองจริงๆ เพราะมัวแต่เผลอเงยหน้ามองดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ที่กำลังร่วงหล่นเป็นสาย จนไม่ทันสังเกตเห็นนัชชา

-ว่าแต่เธอน่าจะเจ็บแย่-

เขาเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักหน้ารถเพื่อหยิบพลาสเตอร์ยาทั้งแผงออกมา

“งั้นเดี๋ยวค่อยเจอกันน้องพลอย พี่ไปดูเพื่อนพี่ก่อน” เขายิ้มพลางโน้มตัวไปหอมแก้มเธอ ก่อนจะลงจากรถแล้วแยกย้ายกัน เพราะว่าก่อนหน้านี้น้องพลอยขอติดรถเขามาที่คณะ

ในห้องน้ำ

นัชชาเข้ามาล้างแผลที้เปื้อนฝุ่นด้วยน้ำเปล่า พลางหยิบทิชชูขึ้นมาซับไว้เบา ๆ แล้วเดินออกมา ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเจอกับเตชิน ที่ยืนพิงกำแพงหน้าห้องน้ำรอเธออยู่

“อ๊ะ นี่” เตชินพูดพลางยื่นพลาสเตอร์ยาส่งให้

“อะไร”

“พลาสเตอร์ยาไง ไม่รู้จักเหรอ”

“รู้จัก แต่เอามาทำไม”

“ก็มึงเป็นแผลไม่ใช่เหรอ ที่แขน” เขาส่งสายตาเชิงชี้ไปที่แขนของเธอ

“แผลแค่นี้ ไม่ตายหรอก ถ้าตายจะมายืนด่านายได้ไง” นัชชาปัดมือเขาที่ยื่นพลาสเตอร์ยาให้เธอออก ก่อนเดินออกไปทั้งที่ยังขากะเผลก แต่ทิศทางที่เดินกลับไม่ใช่ทางห้องเรียน

“ไปไหนอะ ไม่เรียนแล้วไง”

“ไม่ลง ไม่เรียนแล้ว สายขนาดนี้ แถมสภาพแบบนี้ด้วย” นัชชาตอบ แต่ไม่ยอมหันกลับไปมองเจ้าของคำถามที่เดินตามเธออยู่

“งั้นเดี๋ยวพาไปหาหมอ” ว่าแล้วเตชินก็เดินตีคู่มาขนาบข้าง ก่อนจะใช้มือจับแขนอีกข้างของเธอที่ไม่มีแผล กึ่งเดินกึ่งลากไปที่รถ

“จะพาไปไหน ปล่อยนะ ไม่ไป” เธอโวยวายแถมยังดิ้นไม่ยอมหยุด

“หนวกหูชิบหาย กูไม่พามึงไปฆ่าหรอกน่า ถ้าคิดจะฆ่าจริง กูขับรถให้ชนมึงตายไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ไป! ขึ้นรถ!”

บทถัดไป