บทที่ 9 เรื่องราวแย่ ๆ

“นัชชาเป็นไงบ้าง” เสียงปลายฟ้าเพื่อนสนิทเอ่ยทักเมื่อเห็นนัชชาหยุดเรียนไปสองวันติด

“เค้าไม่ได้เป็นไรมาก พอดีมีเรื่องวุ่นๆ นิดหน่อย” นัชชาตอบ แต่สายตายังคงเหลือบไปมองตัวต้นเรื่องที่ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ แถมเมื่อกี้ยัง...จูบเธออีก

“แต่หน้าตัวเองแดง ๆ นะ มีไข้ด้วยหรือเปล่า” ปลายฟ้าลุกขึ้นยืนพลางเอามือแตะที่หน้าผากของนัชชา “ตัวไม่ร้อนนี่”

“หา หน้าแดงเหรอ ไม่นี่” นัชชายกมือขึ้นมาจับพยายามซ่อนสีหน้าสุดฤิทธิ์ แต่สายตายังอดไม่ได้ที่จะเผลอไปสบตากับเตชิน ที่ทำหน้าล้อเลียนจับปากที่จูบเธอไว้เมื่อกี้ จนนัชชาต้องเบือนหน้าหนี

“หน้าตัวเองแดงจริง ๆ นะนัช อ้าว ริสา มาพอดี” ปลายฟ้าร้องทัก นัชชารีบถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ปลายฟ้าเปลี่ยนความสนใจเรื่องสีหน้าของเธอ ก่อนรีบหันไปยิ้มทักทายริสาเช่นกัน

นัชชา ริสา และ ปลายฟ้า ทั้งสามคนเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่มัธยมปลายสนิทกันมากจนได้เรียนคณะเดียวกัน

ริสาเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะ ลุคดูเป็นคุณหนูบุคลิกภายนอกเหมือนคนหยิ่งแต่จริงๆ เธอเป็นที่อ่อนไหว เธอเหมือนจะเป็นคนโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร อาจเพราะความเป็นลูกคนเดียว พ่อแม่ทำแต่งาน เธอจึงมักจะโดดเดี่ยวคนเดียวอยู่เสมอ

ปลายฟ้า เป็นคนที่ดูจะเรียบร้อยที่สุดในกลุ่ม เธอ เหมือนจะไม่เป็นคนไม่ค่อยทันคนที่สุดในกลุ่ม ความจริงแล้วเธอก็แค่เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี ไม่เคยคิดร้ายกับใคร ที่สำคัญเธอเป็นคนที่รักและเอาใจใส่เพื่อนมาก ๆ

ส่วนนัชชา ครอบครัวฐานะปานกลาง ด้วยความที่โตมากับพี่ชาย เธอเลยไม่ค่อยอ่อนหวาน นิสัยเหมือนคนไม่ค่อยยอมคนสักเท่าไหร่ แต่เรื่องรักเพื่อนและรักคนอื่นมากกว่าตัวเองเป็นที่หนึ่ง

ถึงแม้ทั้งสามคนจะนิสัยแตกต่างกันมาก แต่ก็เป็นเพื่อนรักที่รักกันมากเช่นกัน

ริสาวางหนังสือลงบนโต๊ะแม้จะหันมายิ้มให้เพื่อน แต่แววตายังคงดูเศร้า ทำให้นัชชาและปลายฟ้า อดเป็นห่วงไม่ได้ หลังจากที่ได้ยินข่าวไม่ค่อยดีกับเรื่องการล้มละลายของบ้านริสา

“ไหวไหม ริสา” ปลายฟ้าเข้ามาถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เธอรู้ว่าริสาที่เคยเป็นลูกคุณหนูและรวยมาก พอบ้านเธอมีปัญหากลับโดนคนจับกลุ่มนินทาและดูถูก แถมยังมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ

“อย่าไปสนใจพวกปากหอยปากปูเลย เดี๋ยวเราฝึกงาน อีกหน่อยคงไม่เจอคนพวกนี้” นัชชาเข้ามาปลอบริสาอีกคน

“ฉันไม่ถือสาหรอก ช่างมันเถอะ ชิวๆ สบายใจได้ ขอบคุณที่เป็นห่วง ว่าแต่นัช ตัวเองหายดีแล้วเหรอ เป็นไงบ้าง” ริสาถามกลับนัชชาด้วยความเป็นห่วงไม่แพ้กัน ที่รู้ว่าเพื่อนหยุดเรียนเพราะได้รับอุบัติเหตุ

“เราดีขึ้นแล้ว ไปเจอเรื่องแย่ ๆ ที่ทำงานพิเศษมานิดหน่อย เลยคงต้องเปลี่ยนหางานใหม่” นัชชายิ้มแห้งแต่ไม่กล้าเล่ารายละเอียดดีเทลว่าพี่ชายตัวเองไปสร้างเรื่องอะไรไว้

“อ้าว นัชเพิ่งทำงานเองนี่นา ออกเลยเหรอ” ปลายฟ้าเองก็ยังอดแปลกใจไม่ได้ที่รู้ว่าเพื่อนไม่ได้ทำงานแล้ว

“ใช่ออกแล้ว อีกอย่างงานนั่นก็คงไม่เหมาะกับเรา เลิกดึกแถมต้องมีเรียนเช้าต่อ ก็เลยออกอ่ะ”

“อืม เราก็ว่าจะหางานพิเศษ นี่เพื่อนที่คณะนิเทศ ก็จะจ้างให้ไปถ่ายแบบ แต่ถ้าใครมีงานพิเศษดี ๆ อะไร ก็แนะนำมาได้นะ ตอนนี้เค้าทำได้หมด”

ริสาตอบพลางถอนหายใจ เธอเพิ่งเจอเรื่องราวแย่ ๆ ที่พ่อแม่เธอล้มละลายแถมหนีหายไปด้วยกันทั้งคู่ เมื่อบ้านที่อยู่โดนยึด เธอจึงต้องกำเงินส่วนเหลือมาเช่าอพาร์ทเม้นท์ ที่สำคัญเงินที่เหลืออยู่ไม่มาก ทำให้เธอต้องพยายามหาทางเอาตัวรอดใช้ชีวิตนักศึกษาในปีสุดท้ายให้จบ แต่เธอเองด้วยความเป็นลูกคุณหนู ไม่เคยทำงานอะไรเลย ได้แต่นึกว่าจะหาทางทำงานมีรายได้ของตัวเองได้ยังไงกัน

นัชชาเองก็ไม่ต่างกัน ช่วงนี้พ่อป่วยเข้าโรงพยาบาลเป็นเดือน แม่เลยต้องออกงานไปเฝ้าพ่อ เงินเก็บของที่บ้านก็ร่อยหรอ พ่อของเธอเป็นพนักงานขับรถTaxi แน่นอนว่าไม่มีประกันสังคม พอเจ็บป่วยขึ้นมานอกจากบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ทำให้ช่วยเหลือได้บ้าง แต่ค่าใช้จ่ายอย่างอื่นก็คงต้องมีบ้าง ดีว่านัชชาเป็นเด็กเรียนเก่งที่ได้รับทุน จนได้เข้าคณะที่มหาวิทยาลัยนี้ได้กับเพื่อน ๆ ไม่งั้นเธอเองก็คงลำบากที่จะหาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าเทอม ถึงกระนั้นสำหรับ นัชชาแล้วจึงอยากช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน การทำงานพิเศษเพื่อช่วยเหลือตัวเอง จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ถึงจะได้เงินปลอบขวัญมาจากผับแองเจิล และเงินเก็บของเธอที่พอมีอยู่บ้าง นัชชาก็ยังคิดจะหางานทำอื่นอยู่ดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป