บทที่ 6 6

@มหาวิทยาลัย

"ลิซ" 

"..." 

"ลิซ" 

"..."

"ยัยอลิซ!"

"อื้อ ตะโกนอะไร อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง" ฉันมองเจ้าของเสียงที่เรียกชื่อฉันดังมากพร้อมๆ กับการเรียกสติของตัวเองให้คืนกลับ โดยการยกมือตบแก้มตัวเองเบาๆ

"หนักกว่าเดิมแล้วนะลิซ ถ้าจะแย่ขนาดนั้น ควรหยุดรักได้แล้วนะ" ฉันก้มหน้า มองโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือ ก่อนจะดับหน้าจอโทรศัพท์ลง พึ่งรู้ว่าตัวเองพลาด ส่องความเคลื่อนไหวของอีกคน พอเห็นเขาให้ความสนใจในตัวเพื่อนสนิทของเขามากๆ ความน้อยใจก็ถาโถมจนลืมปกปิดหลักฐาน หลุดออกไปว่าอาการของฉัน เป็นเพราะเรื่องราวของคนที่ปรากฎอยู่ในโทรศัพท์ และเป็นคนที่เพื่อนรักกำลังพาดพิงถึงจริงๆ

"บอกพ่อเธอนะลิซ สั่งเก็บอีพี่ไมค์ไปเลย" 

"แตงกวา..." 

"เพื่อนฉันสวยปะวะ เพื่อนฉันเพอร์เฟค คนตามจีบมีจนนับไม่ถ้วน ถ้าเธอไม่มัวจมปลักอยู่กับความรักห่วยๆ ป่านนี้เธอมีแฟนเป็นตัวเป็นตนไปแล้ว" 

"ฉันยังไม่พร้อมที่จะเปิดใจให้ใคร" 

"ตลอดนั่นแหละลิซ เมื่อไหร่จะหยุดคิดแบบนี้สักที" แตงกวากุมหัวตัวเองอย่างหนักใจ เพราะความที่เป็นเพื่อนรัก เพราะความที่สนิทสนมกันมาก ไม่แปลกที่เพื่อนจะรู้เรื่องราวของฉัน แม้ที่ผ่านมาฉันจะพยายามปิดบังเพื่อนมาโดยตลอดก็ตาม

"จะทนแบบนี้เหรอลิซ วันนั้นฉันไม่น่าปล่อยให้เธอไปส่งอีพี่ไมค์เลย เรื่องราวมันเลยเลยเถิดจนได้" 

"อย่าโทษตัวเองเลยน่า ฉันเองก็มีส่วนผิดเหมือนกัน จริงๆ ฉันควรถอนตัวตั้งนานแล้ว ไม่ควรเดินเข้าไปยุ่งกับชีวิตเขาด้วยซ้ำ" 

"ถ้ารู้แบบนั้นทำไมไม่ถอยล่ะ ทำไมต้องทน เริ่มต้นก็ปล่อยทิ้งกลางทางแล้วให้มาเรียนด้วยตัวเอง จากนี้จะเจอกับอะไรอีก" 

"...เขาคงไม่ใจร้ายไปตลอดหรอก" 

@ตกเย็นของวันนั้น

"จะโทรหาฉันทำไมนักหนา ฉันบอกว่าจะมารับ ก็คือจะมารับปะ" เขาตะโกนใส่หน้าฉันทันทีที่มาถึง เหตุผลอาจจะเป็นเพราะสามชั่วโมงที่ผ่านมา ฉันพยายามที่จะโทรไปหาเขา ไลน์ไปก็แล้ว เขาไม่ยอมอ่าน ไม่ยอมตอบ ฉันซึ่งรอตั้งแต่บ่ายสามโมงจนถึงหกโมงเย็น ฉันไม่ได้สนุกด้วยเลย

"จริงๆ จะไม่มารับก็ได้นะคะ ถ้าพี่บอกว่าติดธุระ หรือไม่ก็บอกว่ามาไม่ได้" 

"อย่ามาต่อปากต่อคำกับฉัน ฉันบอกว่าจะมารับ แต่เวลาที่เธอต้องการฉันไม่ว่าง!"

"มัวกินข้าวกับผู้หญิงคนนั้นอยู่งั้นเหรอคะ"

"ตามส่องชีวิตฉัน? แบบนั้นหรือเปล่าที่ทำให้เธอพยายามโทรหาฉัน พยายามที่จะดึงฉันออกมาจากที่นั่นเพื่อให้มาหาเธอทั้งที่ฉันไม่ได้อยากมาเลยสักนิด" ความน้อยใจถาโถมเข้าใส่จนฉันต้องเบือนหน้าหนี เลื่อนมือที่สั่นเทาไปดึงสายรัดนิรภัยมาคาดให้กับตัวเอง หางตาเหลือบเห็นถุงข้าวของที่วางอยู่ทางด้านหลัง หุ่นยนต์ตัวใหญ่ที่เหมือนจะพึ่งซื้อมาใหม่ ครอบครัวของพี่ไมค์ไม่ได้มีเด็ก บางทีเจ้าของหุ่นยนต์ อาจจะเป็นหลานชายของผู้หญิงคนนั้น คนที่วันนี้เขาอยู่ด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน มิหนำซ้ำ คนที่ลงมือทำอาหาร คือคนที่อยู่ในสถานะคบหาอยู่กับฉัน

แค่ส่องแล้วไปเห็นเขาอยู่ด้วยกัน ฉันก็เจ็บจนอยากร้องไห้ พอมาได้ยินคำพูดแบบนี้ หัวใจของฉันมันยิ่งยับเยินไปกันใหญ่

"พ่อโทรตามหลายรอบ มีคนอื่นสำคัญสำหรับพี่ ลิซก็มีคนที่สำคัญสำหรับตัวเองเหมือนกัน" 

"เลิกปั้นหน้าเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยแบบนี้สักทีได้ป่ะ ฉันบอกเธอตรงๆ ว่าต่อให้เราจะคบกันเพราะความจำเป็น แต่เวลาของฉันมันไม่ใช่ของเธอแน่ๆ ฉันจะยังทำทุกอย่างที่ฉันอยากทำ จะยังรู้สึกกับคนที่ฉันอยากรู้สึก แบบนี้ต่อไป" 

"..." ฉันเลือกที่จะเงียบแทนคำตอบ จริงๆหลังจากที่จบคลาส ฉันจะกลับบ้านเองก็ยังได้ แต่สิ่งที่เขาพูดเอาไว้มันสำคัญ เขาเป็นฝ่ายบอกเองว่าจะมารับและจะกลับไปส่งฉันที่บ้าน เพราะเหตุผลนั้นที่ฉันคอย

"ฉันจะเอาของไปให้เขาก่อน" ฉันรับฟังคำบอกกล่าวของอีกคนเงียบๆ สุดท้ายข้าวของที่อยู่ทางเบาะหลัง มันก็เป็นของเขาคนนั้นจริงๆ สามชั่วโมงที่ฉันคอย สุดท้ายก็ต้องทนคอยต่อไป

รถยนต์ส่วนตัวของพี่ไมค์เลื่อนเข้ามาจอดที่บ้านหลังใหญ่ ซึ่งฉันเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก การจอดรถที่ห่างจากตัวบ้าน บ่งบอกชัดเจน ว่าคนที่เลือกจอดไม่ต้องการให้คนที่อยู่ภายในบ้านพบว่ามีใครคอยอยู่ที่รถ แม้จะรู้อยู่เต็มอก สุดท้ายฉันก็ทำได้เพียงแค่เงียบตามเดิม

"รอ" ประโยคสั้นๆ ถูกส่งต่อ ก่อนที่เขาจะหิ้วข้าวของที่อยู่ทางด้านเบาะหลังแล้วก้าวขาลงจากรถไป

คนที่อยู่ภายในบ้านหลังนั้นเดินออกมาจากตัวบ้าน ส่งผลให้คนที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ตลอดเวลาที่นั่งรถมาด้วยกัน ปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มทันที

จุกในอก เมื่อเห็นความแตกต่าง เขาคงรักผู้หญิงคนนั้นมากจริงๆ

ครืด ครืด~

โทรศัพท์มือถือดังอยู่ภายในกระเป๋าสะพาย เป็นเวลาเดียวกับที่น้ำตาเม็ดโตร่วงเผาะลงมา ฉันรีบใช้หลังมือปาดมันออกไปก่อนจะล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าและกดรับสายทันที

"ค่ะพ่อ..." 

[ ลิซ ทำไมวันนี้กลับช้าล่ะลูก มีปัญหาอะไรหรือเปล่า? ] ความห่วงใยจากบิดา ยิ่งพาลให้ฉันอยากจะร้องไห้

"ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ พอดีว่าหลังจากที่เรียนเสร็จ ลิซกับพี่ไมค์ไปกินข้าวด้วยกันต่อก็เลยกลับช้าหน่อย พ่อคงไม่ว่าอะไรนะคะ" 

[ พ่อไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว ขอแค่ลูกพ่อมีความสุขเท่านั้นก็พอ ]

"พ่ออยากได้อะไรไหมคะ ตอนนี้ลิซอยู่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น มีของอร่อยๆ หลายอย่าง เดี๋ยวซื้อไปฝากพ่อด้วย" 

[ ไม่เป็นไรลูก พ่อเรียบร้อยแล้ว เราน่ะกินเยอะๆ ทุกอย่างไม่มีปัญหาก็ดีแล้ว ...หรือถ้ามี หนูบอกพ่อนะ ]

"รู้แล้วค่ะ เดี๋ยวหนูรีบกลับนะคะ" 

[ ไม่ต้องรีบหรอกลูก ถ้าอยู่กับเขาแล้วมีความสุข พ่อไม่ขัดอยู่แล้ว ]

"...ค่ะพ่อ งั้นเดี๋ยวเจอกันที่บ้านนะคะ" ฉันวางสายจากบิดาด้วยมือไม้ที่เริ่มสั่น การพยายามกับคนที่ไม่เห็นค่า มันไม่มีความหมาย ยิ่งฉันพยายามเท่าไหร่ ยิ่งได้ก้าวมาอยู่ที่จุดนี้ จุดที่เคยต้องการ แต่ความใกล้ที่เกิดขึ้นเพราะความไม่เต็มใจ มันยิ่งทำให้ใจของฉันพังมากกว่าเดิม

จะเก่งได้แค่ไหน แล้วจะทนได้อีกนานแค่ไหนล่ะอลิซ!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป