บทที่ 9 9

บ้าชะมัด ทั้งที่ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักอย่าง ไม่ได้รู้เห็นกับสิ่งที่เพื่อนทำเลยสักนิด แต่ฉันกลับถูกตราหน้าแบบไม่มีโอกาสได้แก้ตัว

"นั่นเพื่อนลิซ แต่มันจำเป็นที่ลิซต้องรู้เห็นทุกอย่างไปกับเพื่อนแบบนั้นเหรอคะ?"

"ในเมื่อตัวเธอเองยังสามารถตามตื้อผู้ชายคนหนึ่งได้ตั้งนานสองนาน มันจะแปลกอะไรหากคนอย่างเธอจะคบกับเพื่อนที่เหมือนๆ กัน"

"การที่ลิซเหมือนเดิม การที่ลิซมั่นคง การที่ลิซไม่เปลี่ยนไปมันทำให้พี่มองว่าลิซและเพื่อนลิซต้องเป็นแบบนั้นเหรอคะ?" ฉันเอ่ยถามออกมาเสียงสั่น กลิ่นเหล้าจากกายของอีกคนมันทำให้ฉันพอรู้ ว่าตอนนี้แอลกอฮอล์กำลังเดือดพล่านอยู่ในร่างกายของอีกฝ่าย แต่การที่มาได้ยินแบบนี้มันทำให้ฉันทนไม่ไหว อดที่จะตอบโต้กลับไปไม่ไหวจริงๆ 

"ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างฉันเห็นมันกับตา ไม่ว่าเธอหรือเพื่อนเธอ มันก็คงไม่ได้ต่างกัน…"

"แบบไหนเหรอคะที่ว่าเหมือนกัน"

"ใจง่ายไง เหมือนกัน!"

เพี๊ยะ!

พอได้ยินแบบนั้น มือบางฟาดลงที่ใบหน้าคมคายทันทีเช่นกัน ที่ผ่านมาฉันไม่เคยคิดที่จะทำแบบนี้ ไม่เคยคิดที่จะใช้ร่างกายของตัวเองเพื่อทำให้เขาเจ็บปวด แต่การที่เขาไม่ฟัง ซ้ำยังกล่าวหาเพื่อนฉันทั้งที่ไม่รู้ความจริงอะไรสักอย่าง อีกทั้งลึกๆ เขายังมองฉันเป็นแบบนี้แบบนั้น มันก็จุกในใจเกินพอแล้วเหมือนกัน 

"หากความรักที่ลิซมีต่อพี่มันทำให้พี่มองว่าลิซง่าย ลิซก็จะได้จำให้ขึ้นใจ" เขามองหน้าฉัน โดยที่ฉันก็จ้องมองเขากลับเช่นกัน 

"ส่วนเพื่อนลิซพี่ก็ไม่ควรตัดสินออกมาแบบนั้น ในเมื่อสิ่งที่เห็น คือเพื่อนพี่เองก็เต็็มใจที่จะอยู่ จะจูบ หรือกอดกับเพื่อนของลิซเหมือนกัน"

"เหอะ..." เขาแสยะยิ้มที่มุมปาก แวบหนึ่งที่ตวัดหางตาไปมองที่เพื่อนฉันและเพื่อนของเขา ก่อนที่มือหนาจะเลื่อนลงมากระชากข้อมือของฉัน แล้วลากออกมาจากตรงนั้นด้วยกัน 

"มันเจ็บนะ..." ฉันร้อง เพราะความเจ็บปวดที่ได้รับมันเกินกว่าจะรับไหว แต่คนที่ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวบีบที่ข้อมือของฉันไว้ไม่ได้คิดที่จะฟัง เขายังบีบอยู่แบบนั้น ก่อนจะปลดล็อกรถเมื่อลากฉันมาจนถึงลานจอดรถ ประตูฝั่งข้างคนขับรถกระชากเปิด ก่อนที่ตัวฉันจะถูกดันเข้าไปในรถอย่างแรง ไม่ต้องถามหาความปราณี เพราะคนอย่างเขาไม่เคยมีมันให้ฉันเลยจริงๆ 

"ช่วยบอกได้ไหมคะว่าจะพาไปที่ไหน"

"สถานะระหว่างเธอและฉันมันคบหากันอยู่แล้วนี่ พ่อเธอรู้ แม่ฉันรู้ มันจะแปลกอะไรหากฉันจะลากเธอออกมาจากผับด้วยกัน"

"ลิซมากับเพื่อน เพื่อนอาจจะตามหา พวกนั้นอาจจะกำลังเป็นห่วงลิซอยู่"

"แน่ใจเหรอว่าตอนนี้เพื่อนเธอกำลังห่วงหรือตามหาเธออยู่ บางทีเพื่อนเธออาจจะลากเพื่อนฉันไปกินถึงไหนต่อไหนแล้วก็ได้" 

"ทำไมต้องดูถูกผู้หญิงแบบนี้ ทำไมถึงมองว่าผู้หญิงเป็นฝ่ายผิดทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รู้ความจริงเลยว่าอะไรเป็นอะไร ถ้าพี่ไม่พอใจในจุดนั้น พี่ควรเข้าไปถามเพื่อนพี่ในตอนที่พวกเขาอยู่ด้วยกันให้มันรู้กันไปเลยว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง" 

"มีประโยชน์ด้วยเหรอ?"

"แล้วการที่พี่มาลงกับลิซแบบนี้มันมีประโยชน์ด้วยเหรอ มันมีประโยชน์ตรงไหน หรือการได้ต่อว่า ได้หาเรื่อง พยายามขีดเส้นให้เราเป็นเหมือนเส้นขนานที่เดินกันอยู่คนละทาง พี่ต้องการแบบนั้นใช่ไหม!" 

"เธอกับฉันมันเป็นเส้นขนานอยู่แล้วมันเดินกันอยู่คนละทางแน่ๆ เพราะที่แน่ๆ ฉันก็ไม่ได้คิดแบบเดียวกับเธอ" 

"อย่าทำให้ลิซหมดความอดทนนะพี่ไมค์ อย่าบีบกันด้วยวิธีแบบนี้" 

"หึ ...ฉันยังเชื่อแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยนะว่าการที่พ่อของเธอมาเจอเธอกับฉันในวันนั้น บางทีแล้วทุกอย่างมันอาจจะเป็นเพราะตัวของเธอเองก็ได้ อยากจับฉัน อยากได้ฉันเป็นผัวจนตัวสั่น ในเมื่อผลสุดท้ายแล้วเธอก็ทำทุกอย่างเพื่อให้เธอได้ในสิ่งที่เธอต้องการ ถ้าอย่างนั้นก็จงรู้เอาไว้ว่านรกมันมีจริง" 

"บ้า บ้าไปกันใหญ่แล้ว ทำไมลิซจะต้องทำแบบนั้น ในเมื่อวันนั้นลิซกำลังจะเดินออกมาจากพี่แล้ว ลิซกำลังจะเดินออกมาจากชีวิตของพี่อยู่แล้ว" 

"ฉันไม่เชื่อเธอ!"

ฉันชักไม่แน่ใจแล้วสิว่าตอนนี้ฉันกำลังคุยอยู่กับคนเมาหรือว่าคุยกับคนบ้า เรากำลังพูดกันไม่รู้เรื่อง เขาเชื่อในแบบที่เขาคิด ในขณะที่ฉันพยายามอธิบาย ในสิ่งที่คือความจริง แต่เขาไม่คิดจะฟัง หรือบางทีคำพูดของฉันมันอาจจะไม่เคยมีความหมายและความสำคัญอะไรต่อเขาเลย

รถเคลื่อนตัวออกจากผับด้วยความเร็วสูง ความที่ดื่มแล้วมาขับรถ ส่งผลให้ฉันดึงสายรัดนิรภัยมาจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ดวงตากลมโตถูกหล่อเลี้ยงไปด้วยหยาดน้ำตา

ป่าเถื่อน ใจร้าย สิ่งที่เขาทำกับฉันแตกต่างจากสิ่งที่เขาทำกับผู้หญิงคนนั้นโดยสิ้นเชิง

"กรี๊ดดดดดดด!" 

เอี๊ยดดดดด! 

ปึกก~

เสียงเบรคแบบกะทันหัน ส่งผลให้ใจของฉันหักวูบ แรงกระแทกของหน้าผากกับคอนโซลรถสร้างความเจ็บปวดให้ถาโถมเข้ามาทันที ดวงตากลมโตสั่นระริก มองคนที่อยู่ข้างๆ พร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลออกมา

"สนุกเหรอ มีความสุขกับการเล่นกับความรู้สึกคนอื่นมากเหรอ จะเอาแบบนี้ใช่ไหม" 

"ฉันไม่เคยมีความสุขตั้งแต่ชีวิตของฉันมีเธอ!" เหมือนหัวใจแตกสลาย ฉันกัดปากตัวเอง ปล่อยน้ำตาให้ไหลพราก มาขนาดนี้ควรหยุดแคร์แล้วไหมลิซ ควรหยุด ควรพอ ควรเลิกห่วง ควรเลิกยุ่งกับชีวิตของเขาสักที

หมับ~

"อยากตายหรือไงวะ!" มือของฉันที่กำลังปลดสายรัดนิรภัยถูกกระชากอีกครั้ง ซึ่งฉันไม่ได้อยู่เฉยแต่พยายามที่จะผลักออกแต่มันไม่มีประโยชน์

"ปล่อย!" 

"อยากลงไปให้รถชนตาย?"

"ไม่มีใครอยากตาย และไม่มีใครอยากมานั่งโง่ๆ ปล่อยให้อีกคนสาดคำพูดแรงๆ ใส่แบบนี้เหมือนกัน" 

"โง่เอ้ย เกิดมาฉันไม่เคยเจอใครโง่แบบเธอ!" เขากระชากสายรัดนิรภัย แล้วจัดการให้มันอยู่ในที่ที่เรียบร้อยปลอดภัยแบบเก่า จากนั้นก็เคลื่อนรถออกมาจากตรงนั้นโดยที่ฉันไม่มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ฉันอยากทำ

ฉันรักเขา เคยอยากอยู่ใกล้เขามากๆ อยากทำอะไรหลายๆ อย่างให้เขาประทับใจ แต่การอยู่ใกล้เขาของฉัน มันทำให้ทุกอย่างโคตรพัง โดยเฉพาะหัวใจ มันพังยับเยิน พังแบบไม่มีชิ้นดี!

@ คอนโดมิเนียมของพี่ไมค์

ทันทีที่มีการดับเครื่องยนต์ ฉันปลดสายรัดนิรภัยออกจากตัวก่อนจะผลักให้เปิดออก ตามด้วยการสาวเท้าเดินเร็วๆ ออกมาจากตรงนั้น

"ลิซ..." ฝีเท้าขยับเร็วขึ้น มือกุมหน้าผากของตัวเองที่เจ็บ พร้อมกับปาดน้ำตาที่หล่อเลี้ยงทั่วทั้งดวงตา แต่ทว่า

หมับ~

คนที่ขายาวกว่า เร็วกว่า ก็วิ่งตามเข้ามากระชากแขนของฉันเอาไว้อยู่ดี

"ทำบ้าอะไรของเธอ!"

"นี่ไม่ใช่ที่ของลิซ ลิซจะกลับ ตัวของพี่เองในเมื่อเกลียดกันก็ไม่ควรเข้าใกล้กันแล้วรอแต่จังหวะที่จะสาดคำพูดแรงๆ หรือปล่อยการกระทำแย่ๆ เขาใส่กัน อย่าทำแบบนั้น เพราะมันจะทำให้ลิซเกลียดพี่" เขามองหน้าฉัน ดันลิ้นกับกระพุ้งแก้ม สุดท้ายก็กระชากฉันเข้าสู่อ้อมกอด ล็อกเอวคอดเอาไว้แน่น และเขาก็บังคับให้ฉันเดินไปกับเขา แม้ว่าฉันพยายามต่อต้านเขาก็ไม่คิดที่จะฟัง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป