บทที่ 11 สอบเสร็จ

สอบเสร็จ

เมื่อผลสอบออกมาเป็นที่น่าพอใจ ญาณินก็ถูกชวนให้ไปงานเลี้ยงฉลองกับเพื่อนในสาขา ซึ่งก็เป็นเพียงการไปทานอาหารมื้อเย็นด้วยกันเฉย ๆ ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษมากไปกว่านั้นแต่อย่างใด

“การสอบผ่านพ้นไปแล้ว ใครที่คะแนนดีก็ยินดีด้วยส่วนใครที่คะแนนยังไม่เป็นที่น่าพอใจก็ไว้ค่อยแก้ตัวกันใหม่ ทุกคน ชนแก้ว!”

เสียงของกลุ่มเพื่อนในสาขาเดียวกันดังสวนขึ้นมาเพื่อปลุกใจให้กับทุก ๆ คนที่ได้ผ่านการสอบไฟนอลมาแล้วเป็นที่เรียบร้อย มีทั้งสมหวังและผิดหวังปะปนกันไป แต่ชีวิตต้องไปต่อ จะมัวจมปลักอยู่กับอดีตไม่ได้เด็ดขาด

วินาทีนั้นเสียงแก้วกระทบกันลั่นไปทั่วบริเวณ เพื่อบ่งบอกถึงการร่วมกันเฉลิมฉลองเนื่องจากโอกาสปิดภาคเรียน

ญาณินอยู่จนงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้เลิก เธอรู้สึกมึน ๆ นิดหน่อยเพราะดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปก่อนหน้านี้ แต่ถือว่ายังดีที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ไม่เหมือนกับเพื่อนคนอื่น ๆ ที่เมากันจนหมดสภาพ

ในขณะเดียวกัน สายเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของหญิงสาวดังขึ้น เธอรีบหยิบมันขึ้นมาเช็กดู ก่อนจะพบว่าต้นสายคือ เก้า เพื่อนสนิทสมัยมัธยมที่ตอนนี้ทำงานอยู่ที่เดียวกันมาได้สักพักหนึ่งแล้ว...

“ว่าไงเก้า”

“นี่แกลืมหรือเปล่า ว่าวันนี้ต้องมาเล่นที่ผับ ป่านนี้ทำไมยังไม่มาอีก ลูกค้ามารอกันเต็มร้านแล้วนะ เบี้ยวไม่ได้เด็ดขาด”

เก้าพูดบอกเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงร้อนรน เขากลัวว่าเธอจะไม่มาตามนัด แล้วจะทำให้ลูกค้าไม่พอใจเอาได้ หากเป็นเช่นนั้น

จริง ๆ คงจะได้ซวยกันยกแผง

“ฉันไม่ได้เบี้ยวสักหน่อย พอดีมีกินเลี้ยงกับเพื่อน ๆ ในสาขา กำลังจะกลับแล้ว ไว้เจอกันที่ผับนะ จะรีบไป”

“โอเค เจอกัน ๆ”

ญาณินกดวางสาย ก่อนจะขอตัวลากลับก่อน ทั้งที่ทุกคนในสาขายังคงสนุกสนานกันหลังสอบเสร็จ

แต่ทว่าเธอมีความจำเป็นที่จะต้องที่จะต้องออกมาก่อนแม้ว่าจะดูเสียมารยาทอยู่ไม่น้อยเลยก็ตาม

ขณะนี้เป็นเวลาประมาณ สามทุ่มโดยประมาณ หลังจากที่กลับมาถึงห้องพัก ญาณินก็ไม่รอช้า รีบอาบน้ำและแต่งหน้าทำผมในทันใด

เธอเห็นว่าคืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่น่าเฉลิมฉลอง เลยกะไว้ว่าหลังทำงานครบเวลา เธอจะลงมาสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนที่นั่นเสียหน่อย วันนี้เลยต้องเด็ดกว่าทุก ๆ วันที่ผ่านมา

ใช้เวลาในการเตรียมตัวอยู่เกือบ ๆ หนึ่งชั่วโมงเต็ม จากนั้นเมื่อทุกอย่างเสร็จสรรพ ญาณินก็รีบเดินทางไปยังสถานที่บันเทิงแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว

ขณะนี้ถึงคิวของญาณินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การเปิดตัวบนเวทีของเธอยังคงเป็นที่ตราตรึงใจของแขกทุกท่าน ซ้ำแล้วยังคงเป็นดีเจสาวแซ่บที่พวกเขาต่างก็ตั้งตารอเช่นเดียวกัน

วันนี้เธอมาในชุดเสื้อเกาะอกสีแดงสดและกางเกงยีนเอวต่ำ ส่งผลให้ความเซ็กซี่ของเธอเพิ่มมากขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี ทำเอาผู้ชมที่ประจำอยู่บริเวณโต๊ะต่าง ๆ จ้องมองเธอกันเป็นตาเดียว คิดอยากดีลดีเจสาวคนนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอดกันไปข้างหนึ่ง...

ท่ามกลางแสงสีเสียง ญาณินยังคงทำหน้าที่ของตนเองได้ดีไม่มีที่ติ ใคร ๆ ต่างก็เอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่าทั้งเพลงที่เธอมิกซ์มากับท่าทางเย้ายวนด้านบนเวที มีผลต่อหัวใจของพวกเขายิ่งนัก ดูท่าแล้ววันนี้ญาณินคงได้ทิปหนักกว่าวันไหน ๆ

เวลาล่วงเลยมาถึงสองชั่วโมงเต็ม ขณะนี้เป็นเวลาเลิกงานของดีเจสาวสุดแซ่บคนนี้แล้ว กว่าจะได้ลงจากเวทีก็ถูกลูกค้าตะโกนขอร้องให้อยู่ต่อกันจนดังกระหึ่มไปทั่วทั้งผับ ใจจริงเธอก็อยากจะต่อเวลาให้

แต่ทว่าการที่เบียดเบียนเวลางานของคนอื่น ที่ต่อจากคิวของเธอเอง คงจะไม่ดีเท่าที่ควร เธอรู้ว่าถ้าหากทำแบบนั้นอาจจะเกิดปัญหาในที่ทำงานเอาได้

เพราะฉะนั้นเธอจึงเลือกที่จะปฏิเสธ แล้วให้เหตุผลที่ดีแก่ลูกค้ากลับไป

“ยังไง วันนี้ไม่รีบกลับไปพักหรอกเหรอ?”

เนื่องจากวันนี้เก้าเองก็ไม่ได้มีเล่นดนตรีสดที่ร้าน เขาเอ่ยทักทายเพื่อนเก่าสมัยมัธยมอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะเขยิบให้เธอได้เข้ามานั่งสังสรรค์โต๊ะเดียวกัน

“ไม่อะ พอดีเพิ่งสอบเสร็จ อยากพักสมองสักหน่อย ตอนไปกินข้าวกับเพื่อนในสาขา ก็ไม่ค่อยสนิทกับใคร เลยไม่ค่อยสนุกเท่าไร บรรยากาศออกจะอึดอัดซะมากกว่า”

“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ก็ต้องจัดหนักแล้วป้ะ นาน ๆ เราจะเห็นญาดื่มสักที”

“ก็พอได้นิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวต้องกลับบ้านเองอีก จะไม่ไหวเอา”

เธอตอบตกลง แต่ก็ยังดูเหมือนจะยั้งเอาไว้เพราะเธอมาคนเดียว ก็ต้องคนเดียว หากเมาจนไม่ได้สติแล้วทำให้คนอื่นเดือดร้อนต้องไปส่งถึงที่ คงจะไม่เหมาะสมเท่าไรนัก

ในกลุ่มโต๊ะที่ญาณินมานั่งดื่มด้วย ก็มีเก้า และเพื่อนร่วมวงของเก้า พวกเขาต่างก็สามารถเข้ากับดีเจสาวได้อย่างไม่น่าเชื่อ พูดคุยกันถูกคอ และไม่ลืมตะแซวความฮอตของเธอด้วย

“ดีเจญาญ่าหรือเปล่าครับ?”

ในขณะที่หญิงสาวร่างบางกำลังดื่มอยู่กับเพื่อน ๆ อยู่ ๆ ก็มีชายแปลกหน้าเข้ามาทักทาย เจตนาของพวกเขาต่างก็เหมือน ๆ กัน ก็คือการเข้ามาขายขนมจีบให้กับเธออย่างไม่ขาดสาย

“ใช่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

“ผมขอเบอร์เอาไว้ติดต่อเป็นการส่วนตัวได้ไหมอะครับ พอดีผมชื่นชอบในผลงานของคุณมากเลย เผื่อว่าจะจ้างให้ไปที่ผับข้าง ๆ นี้บ้าง”

ชายหนุ่มนิรนามเอ่ยเจตนาของการเข้ามาทักทายในครั้งนี้ออกไปตามตรง ไม่มีอ้อมค้อม ส่งผลให้ผู้ฟังชะงักงันไปชั่วครู่ เธอใช้ความคิดอยู่สักพักใหญ่ ๆ ก่อนจะให้คำตอบอีกฝ่ายกลับไปอย่างเน้นหนักและเด็ดขาด

“คงไม่ได้หรอกค่ะ ฉันไม่ได้ให้ช่องทางติดต่อส่วนตัวกับใคร เพราะนี่คือที่ทำงาน อีกอย่างฉันเองก็ยังคงประจำอยู่ที่นี่ ไม่สามารถรับงานอื่นทับซ้อนกันได้หรอกค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ แต่ไม่สะดวกจริง ๆ ค่ะ”

“อ๋อ ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นไรครับ ขอตัวก่อนนะครับ”

ทั้งที่มีคนเข้ามาไม่หยุดหย่อน แต่กลับไม่มีใครได้อะไรจากเธอเลยสักอย่าง ญาณินไม่สนใจคนพวกนั้น เพราะรู้ดีว่าเจตนาที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ ซึ่งเธอไม่ได้คิดที่จะเล่นด้วยแต่อย่างใด

หรือจะให้พูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่มีใครสักคนที่ทำให้เธอรู้สึกถูกชะตา จนอยากสานต่อ

“ฮอตจนไฟลุกก็คนนี้แหละว่ะ เราเห็นใครเข้ามาแกก็ปฏิเสธทุกคนเลยอะ ปิดใจอยู่เหรอ”

เก้าที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ถึงกับต้องเอ่ยทัก เมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทของตนดูเฉยชากับความรักเหลือเกิน

ตั้งแต่ที่รู้จักกันมา เขาก็แทบไม่เคยเห็นญาณินคบกับใครเลยสักคน แม้แต่คนคุยเพื่อดู ๆ ใจกันก็ยังไม่มีมาให้เห็นเลยด้วยซ้ำ

“ก็เปล่านะ เปิดตลอดนั่นแหละ แต่มันไม่มีคนที่ถูกใจเข้ามาเลยอะ เป็นแก แกให้เบอร์ลูกค้าทุกคนที่มาขอไหม”

“ก็ไม่นะ ก็เลือกคนอยู่อะ”

“ใช่ไง คนเรามันก็ต้องเลือกหน่อย ไม่ใช่เห็นว่าหน้าตาดี ดูรวย แล้วก็ใจอ่อนให้ไปหมด ถ้าเป็นแบบนั้นนะ ฉันคงทั้งปิดตัวปิดใจไปเลยอะ รับไม่ไหวหรอก”

ญาณินตอบกลับคนข้างกาย ก่อนจะกวาดสายตามองไป

รอบ ๆ ตัว แล้วจึงสังเกตเห็นว่ามีชายหนุ่มโต๊ะข้าง ๆ กำลังให้ความสนใจเธออยู่ด้วยการจับจ้องมาที่ร่างของเธออย่างไม่ยอมหยุดหย่อน

แต่ทว่าญาณินเองก็เพียงแค่มองเขาผ่าน ๆ เท่านั้น หารู้ไม่ว่าชายคนนั้น คือนอร์ท คู่กัดที่มหาวิทยาลัยของเธอ...

“เมื่อกี้มองใครอะ หาดีลเองเหรอ”

“เก้า แกก็พูดไปเรื่อย ฉันไม่ได้จะทำแบบนั้นสักหน่อย ไม่ได้เข้าหาคนเก่ง เรื่องนี้แกก็รู้ดีนี่”

“ก็ลองดูบ้าง ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนเลย คนนั้นก็ได้นะ รูปหล่อ สูงยาว ขาวตี๋ ออกจะสเป็กสาวไทย แกไม่สนเหรอ?”

สิ้นสุดคำพูดของเก้าได้ยังไม่ทันไร หญิงสาวเจ้าของเรือนผมยาวก็พลันสะบัดหน้าไปมาถี่ ๆ เธอปฏิเสธคำถามดังกล่าวแทบจะทันที เก้าเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ชอบยุยงให้ญาณินมีคนรู้ใจ

ตั้งแต่ช่วงที่สนิทสนมกันแรก ๆ เลยก็ว่าได้ แต่ก็ไม่คิดเลยว่าเวลาผ่านมานานถึงเพียงนี้ เขาก็ยังคิดจะหาคู่ให้เพื่อนสาวเหมือนอย่างเดิมไม่เคยเปลี่ยน

“ไม่เอาอะ ฉันเข้าหาคนไม่เก่ง อยู่เฉย ๆ เนี่ยแหละดีแล้ว”

“แกนี่นะ ตอนมัธยมก็เป็นแบบนี้ ตอนนี้แกไม่ใช่ยายเฉิ่มเหมือนที่ใครเขาพูดกันสักหน่อย ดูสิ ทั้งสวย เซ็กซี่ ตัวเล็ก แถมยังเก่งอีก ถ้าจะจีบผู้ชายสักคน ไม่ยากเกินใจหรอกน่า”

“จะเลิกอวยฉันได้ยัง แกเองก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่ ไอ้เรื่องยุให้ฉันมีแฟนอะ”

“ก็สักทีเถอะน่า ฉันก็อยากจะรู้ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใคร คนที่ได้ใจญาณินคนนี้ คิดยังไงก็คิดไม่ออกจริง ๆ”

ญาณินนั่งคุยกับเก้าอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะสังเกตว่าผู้คนภายในร้านจ้องมองมายังโต๊ะที่เธอมานั่งดื่ม ไม่คิดว่านอกจากบนเวทีแล้ว เธอจะสามารถดึงความสนใจจากคนอื่น ๆ ได้อีกด้วย

“เฮ้ย ทำไมคนอื่นเอาแต่มองมาที่โต๊ะเราวะ มีใครไปหาเรื่องใครไว้หรือเปล่า”

เพื่อนร่วมวงของเก้าเอ่ยขึ้นด้วยความไม่รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ผู้คนลอบมองโต๊ะของเขากันอย่างไม่วางตา ราวกับว่ามีสมาชิกในกลุ่มนี้ไปทำเรื่องผิดบาปเอาไว้อย่างไรอย่างนั้น

“พวกมึงนี่ก็ไม่รู้อะไรเลยเนอะ ลูกค้าที่มาผับเรา ส่วนมากก็เพื่อมารอเจอญา ดีเจสาวประจำผับเรา อาจเป็นเพราะว่าหายไปช่วงนี้เพราะต้องสอบไฟนอล คนก็คงคิดถึง ดูดิขนาดลงมาจากเวทีแล้ว ยังเป็นที่จับตามองอยู่เลย”

“แกก็พูดเกินไปน่า อาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้”

“เอาอะไรไม่ใช่อะญา ดูดิเนี่ย แกได้รับกระแสนิยมจากลูกค้าเข้ามาเยอะมาก ๆ ถึงขนาดที่พี่เพชรยังเอ่ยปากเลยว่าผับเราขาดญาไป ก็เหมือนขาดหัวใจหลัก ดูท่าแกคงจะต้องรับหน้าที่ไปอีกยาว ๆ แล้วแหละญา”

คิดแล้วก็ช่างน่าขันยิ่งนัก เมื่อตอนที่เก้าโทร.มาขอความช่วยเหลือ ญาณินตอบรับกลับไปเพียงเพราะแค่เห็นใจเขาก็เท่านั้น ไม่ได้มีความคิดที่จะมาทำเป็นจริงเป็นจัง จนเป็นอาชีพหลักที่มีผู้คนจับตามองถึงขั้นนี้

ทุกอย่างอยู่เหนือความคาดหมายของเธอไปมาก แต่ก็ยังโชคดีที่การเปลี่ยนลุกของเธอไม่ได้ถูกเปิดโปงออกไปแต่อย่างใด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป