บทที่ 5 สลัดคราบ
สลัดคราบ
หลังจากที่มีเรื่องวุ่นวายที่มหาวิทยาลัย วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ญาณินไม่มีเรียน จึงตื่นสายกว่าปกติ แต่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว สิ่งแรกที่เธอทำก็คือการเช็กโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ก่อนที่จะได้รับข้อความจากเพื่อนสนิทสมัยมัธยม เธอจึงรีบต่อสายตรงกลับไปเพื่อถามรายละเอียดเพิ่มเติมทันที
“ฮัลโหล เก้า เราเห็นข้อความที่แกส่งมาแล้วนะ คือยังไงเหรอ?”
“ขอบคุณนะญาที่ติดต่อกลับมา พอดีตอนนี้เรากำลังต้องการคนมาช่วยเป็นดีเจให้ที่ร้านแทนคนเก่าวันหนึ่งน่ะ เรานึกไม่ออกแล้วว่าจะเป็นใครได้ ถ้าไม่ใช่แก”
เพื่อนสนิทคนนั้นตอบรายละเอียดต่าง ๆ กลับมาจนญาณินเริ่มเข้าใจเจตนาที่อีกฝ่ายติดต่อมา ซึ่งเธอเองก็ใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าควรจะตอบตกลงหรือว่าปฏิเสธออกไปดี
“หาคนอื่นแล้วไม่ได้จริง ๆ เหรอ”
“ใช่ แต่ถ้าแกไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะ เราเองก็เกรงใจเหมือนกัน”
“ไม่เป็นไร ๆ แค่วันเดียวเอง เดี๋ยวแกส่งโลเคชันร้านมาไว้เลยนะ เดี๋ยวฉันตามไป”
“ขอบคุณนะญา ไว้เจอกันนะ เดี๋ยวเราส่งโลฯ แล้วก็เวลาที่ขึ้นโชว์ให้”
“โอเค เจอกัน”
เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว สายก็ถูกตัดไป วินาทีนั้นญาณินถึงกับเอนหลังลงไปนอนอีกครั้ง แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนสนิทสมัยมัธยมที่คอยช่วยเหลือกันมาตลอด เธอก็คงจะเอ่ยปากปฏิเสธไปแล้ว
ซึ่งเวลาที่เก้าส่งมาให้กับญาณินก็คือช่วงเวลาประมาณสามถึงสี่ทุ่ม ระหว่างวันเธอจึงจัดการทำความสะอาดห้อง ทั้งปัดกวาดเช็ดถูจนเสร็จสรรพ รู้ตัวอีกทีก็มืดค่ำเสียแล้ว
ขณะนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มครึ่งโดยประมาณ ญาณินรีบอาบน้ำตั้งแต่หัววันก็จริง แต่ทว่าดันมาเสียเวลากับการแต่งตัวอยู่พักใหญ่ ๆ เลยทีเดียว
“หาว่าฉันเป็นยายเฉิ่มใช่ไหม คอยดูเลย...”
หญิงสาวบ่นพึมพำอยู่กับตัวเองก่อนที่จะหยิบเสื้อผ้าแนว
เซ็กซี่ออกมาเรียงกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่บนเตียงนอนเพื่อเลือกดูว่าวันนี้เธอควรจะใส่ตัวไหนไปออกงานดี
เธอใช้เวลาอยู่นานสองนานกว่าที่จะได้ชุดที่ถูกใจ วันนี้ญาณิน เลือกใส่เป็นเสื้อครอปเอวลอยควบคู่ด้วยกระโปรงตัวสั้นที่ไม่เคยได้มีโอกาสสวมใส่มาก่อนเลยสักครั้ง เธอเห็นว่ามันดูเข้ากับการเป็นดีเจจึงตัดสินใจเลือกมาใส่
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว ญาณินก็รีบไปตามนัดหมายที่เก้าได้แจ้งเอาไว้ในข้อความทันที
ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการเดินทางไปยังผับใจกลางตัวเมือง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่สักเท่าไรนัก ระยะเวลาที่ใช้จึงไม่ได้ยาวนานเหมือนอย่างที่คาดคะเนเอาไว้
“ญา ทางนี้!”
ต้นเสียงดังกล่าวลอยแว่วมาถึงหูของญาณินทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามายังตัวผับที่เต็มไปด้วยแสงสีเสียงและผู้คนมากมาย และเมื่อได้ยินเสียงของเพื่อนสนิทเธอก็รีบตรงดิ่งไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“โห...วันนี้แต่งตัวแซ่บไม่เบาเลยนะ เดี๋ยวนี้เปลี่ยนแนวแล้วเหรอ”
ถ้อยคำทักทายแรกของการพบเจอกันในรอบหลายเดือนแน่นอนว่าหนีไม่พ้นรูปลักษณ์ภายนอกของเธอ โดยปกติแล้วญาณินไม่ค่อยได้แต่งตัวทำนองนี้เท่าไรนัก เธอมักจะแต่งตัวมิดชิดทั้งยังมีแว่นที่คอยปกปิดตัวตนลึก ๆ ของเธอเอาไว้อีกทีหนึ่ง
“เปล่าสักหน่อย แกจะให้ฉันแต่งตัวมิดชิดมาเป็นดีเจหรือไงเล่า ก็ต้องนิดหนึ่งแหละ”
“โอเค ๆ เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวไปเตรียมตัวข้างหลังกัน อีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะถึงคิวแกแล้ว”
“อื้ม แกนำทางฉันไปหน่อยสิ”
“ได้ ตามฉันมาเลย” จากนั้นทั้งสองก็พากันเข้าไปเตรียมตัวที่หลังผับตามที่ได้ตกลงกันไว้ทันที
เก้าพาญาณินเข้าไปเตรียมตัวรอทางด้านหลัง ก่อนจะปล่อยเธอเอาไว้คนเดียวเพราะมีความจำเป็นจะต้องออกไปทำหน้าที่ของตนเอง ซึ่งญาณินเองก็ไม่ได้มีข้อกังขาใด ๆ เธอเข้าใจและปล่อยให้อีกฝ่ายไปรับผิดชอบงานแต่โดยดี
ระหว่างที่นั่งรอเวลา หญิงสาวเจ้าของรูปร่างเพรียวก็หยัดกายขึ้นยืนทั้งยังเดินวนไปวนมาด้วยความประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่าในอดีตจะพอมีประสบการณ์ทางด้านนี้มาบ้าง แต่ปัจจุบันเธอก็แทบจะไม่ได้จับงานดีเจเลยด้วยซ้ำ จึงไม่แปลกเลยถ้าหากว่าจะมีอาการเหล่านั้นผุดขึ้นมา
“คิวต่อไปสแตนด์บายรอข้างเวทีได้เลยนะครับ”
“อ๋อ โอเคค่ะ สักครู่นะคะ”
ญาณินตอบกลับทีมงาน ก่อนที่จะหยิบกระจกที่พกติดตัวขึ้นมาเช็กดูความพร้อมของใบหน้า เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี เธอก็รีบเดินตามหลังของทีมงานไปอย่างรวดเร็ว
หน้าที่การเป็นดีเจประจำผับในวันนี้สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมที่อยู่ด้านล่างเวทีได้เป็นอย่างดี ทั้งรูปร่างหน้าตาและโชว์ของญาณินทำเอาทั้งลูกค้าขาประจำและขาจรต่างก็ติดใจไปตาม ๆ กัน
แสงสีเสียงในผับส่งเสริมให้ดีเจสุดแซ่บเป็นจุดสนใจจาก
ทุกคนได้อย่างไม่น่าเชื่อ เธอรู้ดีว่าการทำงานในสายอาชีพนี้ไม่สามารถเป็นยายเฉิ่มเหมือนที่คนอื่นกล่าวหาเธอเอาไว้ได้
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวันนี้เธอถึงเลือกที่จะสลัดคราบสาวเฉิ่มเชยก่อนหน้านี้ทิ้งออกไปอย่างไม่คิดลังเล...
สองชั่วโมงต่อมา...
ญาณินเดินลงมาจากเวทีพร้อมกับเสียงร้องโห่จากลูกค้าภายในสถานบันเทิงแห่งนี้ พวกเขายังคงสนุกสนานอยู่กับโชว์ของเธอ หากแต่ระยะเวลาของญาณินได้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว เธอจึงจำเป็นที่จะต้องลงมาจากเวทีตามข้อตกลงที่ได้พูดคุยกันเอาไว้ก่อนหน้านี้
“สุดยอดมากเลยอะญา ขนาดไม่ได้จับนาน ยังโชว์มัดใจลูกค้าได้มากขนาดนี้ สงสัยต้องมาประจำอยู่ที่นี่แล้วแหละ สนใจไหม?”
“คงไม่อะ แค่สองชั่วโมงก็เหนื่อยจะแย่แล้ว อีกอย่างช่วงนี้กิจกรรมที่มหาวิทยาลัยก็ค่อนข้างเยอะ ฉันคงไม่มีเวลาหรอก”
หญิงสาวตอบปฏิเสธเพื่อนสนิทกลับไปอย่างทันควัน
ตามจริงแล้วไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากทำงานนี้ ทว่าเมื่อลองคิด ๆ ดูแล้ว เวลาว่างของเธอหลังจากที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็แทบไม่หลงเหลือเลย ถ้าจะให้มาแบกรับงานแบบนี้ เกรงว่าคงจะไม่มีเวลาเข้าไปกันใหญ่
ญาณินเพียงแค่กลัวว่าจะไม่เต็มที่กับหน้าที่ที่ได้รับก็เท่านั้น
“แต่ลูกค้าติดแกกันมากเลยนะ ดูสิ พอแกลงก็ร้องโห่กันใหญ่เลย ดูท่าคงต้องให้แกมาช่วยบ่อย ๆ”
“ไม่หรอก ดีเจคนอื่นก็เปิดมันจะตาย พวกเขาอาจจะไม่เคยได้ฟังสไตล์การเล่นของฉันน่ะ ก็เลยแตกตื่นแบบนี้”
“สไตล์ไหนไม่สำคัญหรอก เพราะฉันว่าลูกค้าที่ร้านชอบที่แกเล่นเอามาก ๆ เลยล่ะ”
เก้าเองก็ถึงกับเอ่ยชมอย่างไม่ขาดปาก ถึงจะเป็นเพื่อนที่รู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่วันนี้เขาเองก็ยังไม่ชินกับการสลัดคราบสาวเฉิ่มพร้อมกับการแสดงฝีไม้ลายมือในวันนี้เลยแม้แต่น้อย
อีกอย่างไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่อยากให้ญาณินมาเป็นดีเจประจำที่ผับ แต่ทั้งลูกค้าและเจ้าของผับต่างก็มีความคิดเห็นที่ตรงกันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
“เอาน่า ไว้ถ้าฉันว่าง แล้วอยากทำงานนี้จริง ๆ ฉันจะติดต่อแกมาก็แล้วกัน ถึงวันนี้ไม่รับไม่ได้นะ”
“ไม่สนใจจริงเหรอญา ลูกค้ากำลังติดเลยนะ”
“ตอนนี้ไม่ไหวจริง ๆ น่ะสิ ไว้ถ้ามีโอกาสจะมานะ”
ยังคงเป็นอีกครั้งที่ญาณินปฏิเสธฝ่ายตรงข้ามกลับไป เธอเองก็ไม่กล้ารับปาก เพราะเดิมทีแค่เรียนแล้วก็ทำกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยเธอก็หัวหมุนจะแย่อยู่แล้ว ยังไงก็ต้องเต็มที่กับเรื่องเรียนเป็นหลัก นั่นเป็นความคิดของญาณินในเวลานี้...
“สวัสดีครับ ใช่คุณญาณินหรือเปล่าครับ”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่อย่างเป็นจริงเป็นจัง จู่ ๆ ก็มีชายหนุ่มแปลกหน้าเดินตรงเข้ามาทักทายด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เป็นมิตร ราวกับว่ามีนัยบางอย่างแอบแฝงเอาไว้เลยอย่างไรอย่างนั้น
“ค่ะ ใช่ค่ะ”
“ผมรบกวนเวลาสักครู่ได้ไหมครับ ผมอยากคุยอะไรด้วยนิดหน่อยน่ะครับ”
“นี่คุณเพชร เจ้าของผับน่ะ” เก้าเห็นเช่นนั้นก็รีบขยับเข้ามากระซิบข้าง ๆ ใบหูของเพื่อนสาวทันที
“อ๋อ ได้สิคะ”
“ถ้าอย่างนั้นเชิญครับ”
ญาณินเห็นว่าเขาดูภูมิฐานแล้วก็น่าเชื่อถือจึงตัดสินใจตอบตกลงที่จะพูดคุยเป็นการส่วนตัวตามความต้องการของอีกฝ่าย ซึ่งว่ากันตามตรงเธอเองก็รู้ดีอยู่เต็มอกว่าเขากำลังจะพูดถึงเรื่องอะไร
กันแน่
เพชร เจ้าของผับชื่อดังแห่งนี้ ให้เกียรติดีเจสาวอย่างดี เขาพาเธอมานั่งพูดคุยกันที่โซนวีไอพี ทั้งยังสั่งอาหารแล้วก็เครื่องดื่มมาเสียเต็มโต๊ะ ส่วนหนึ่งก็เพื่อเลี้ยงขอบคุณที่มาทำหน้าที่แทนดีเจ
คนเก่าในวันนี้
“ก่อนอื่น ผมต้องขอบคุณ คุณญาณินมากจริง ๆ นะครับ สำหรับการมาเป็นดีเจในผับของผม ซึ่งลูกค้าก็ชอบกันมาก ๆ ผมไม่ได้รู้เรื่องนี้มาก่อน ไม่อย่างนั้นก็คงจะมาต้อนรับด้วยตัวเองตั้งแต่แรก”
เพชรเกริ่นขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มเบาหากแต่เจือไว้ด้วยความสุภาพและให้เกียรติหญิงสาวตรงหน้าเป็นอย่างมาก
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ ฉันแค่มาช่วยเพื่อนน่ะค่ะ ไม่ได้ซีเรียสอะไรเลย”
“ว่าแต่ปกติคุณญาณินเป็นดีเจมืออาชีพอยู่หรือเปล่าครับ”
“อ๋อ...เปล่าหรอกค่ะ ฉันก็เป็นนักศึกษาธรรมดา แค่เมื่อก่อนเคยชื่นชอบทางด้านนี้น่ะค่ะเลยได้มีโอกาสลองทำ แต่หลังจากที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็แทบไม่ได้จับอีกเลยค่ะ วันนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนเลยละค่ะ”
ญาณินตอบกลับชายหนุ่มแปลกหน้าไปตามตรง ถึงแม้ว่าจะรู้เจตนาของเขาแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดคุยตามน้ำไปเพราะไม่อยากเสียมารยาทเอ่ยปากปฏิเสธออกไปก่อน
“ถ้าอย่างนั้น ไม่สนใจทำเป็นอาชีพจริง ๆ เหรอครับ ผมยินดีให้มาทำที่ผับได้เลยนะครับ ถ้าญาณินพร้อม แล้วก็อยากทำมันจริง ๆ เรื่องค่าตัวเสนอมาได้เลยครับ ผมไม่เกี่ยงเลย”
“คงไม่น่ะค่ะ ช่วงนี้หลาย ๆ อย่างไม่ค่อยส่งเสริมทางด้านนี้สักเท่าไร แต่ก็ไม่ไช่ว่าไม่สนใจนะคะ ฉันสนใจมานานแล้ว แต่คิดว่าถ้ารับช่วงนี้ คงทำได้ไม่เต็มที่เท่าที่ศักยภาพของฉันจะทำได้ เพราะแบบนี้ก็เลยจำเป็นที่จะต้องโฟกัสอย่างใดอย่างหนึ่งไปก่อนน่ะค่ะ หวังว่าจะเข้าใจฉันนะคะ”
แน่นอนว่าคำตอบของเธอคือการปฏิเสธออกไปอย่างไม่อ้อมค้อมและให้เหตุผลตามออกไปติด ๆ หวังให้อีกฝ่ายเข้าใจและไม่มองว่าเธอถือตัว
“เข้าใจครับ แต่ผมเสียดายโอกาสตรงนี้ เพราะว่าถ้าหาคนใหม่ได้ โอกาสที่จะเปลี่ยนตัวก็คงยาก ตอนนี้มันยังพอมีตำแหน่งที่ว่างอยู่ ดังนั้นผมเลยคิดว่ามันน่าจะเหมาะกับคุณมาก ๆ แต่ก็ไม่เป็นไรครับ เอาตามที่คุณญาณินสะดวกน่าจะดีกว่าครับ”
เพชรกล่าวตอบออกไปตามมารยาท แท้จริงแล้วเขาเองก็เสียดายดีเจสาวคนนี้เอามาก ๆ ไม่อยากปล่อยให้หลุดมือไป เพราะในภายภาคหน้าญาณินคงจะทำประโยชน์ให้กับกิจการของเขาได้สูงมากเป็นแน่...
