บทที่ 7 ดีเจญาญ่า
ดีเจญาญ่า
วันต่อมา...
ขณะนี้เป็นเวลาสองทุ่มครึ่งโดยประมาณ ญาณินเดินทางมายังที่ทำงานใหม่ของเธอเพื่อเตรียมตัวและซาวนด์เช็กก่อนเริ่มงานในเวลาห้าทุ่มถึงตีสอง เนื่องจากว่าตอนนี้เธอได้เป็นดีเจประจำของที่ผับแล้ว
ดังนั้นการจัดเตรียมต่าง ๆ ก็ควรจะเป็นหน้าที่ของเธอ เวลาหยิบจับอะไรก็จะได้ง่ายขึ้นหน่อย
ด้วยความที่ทางด้านของผับประกาศออกไปสู่สาธารณะว่าคืนนี้จะเป็นคืนแรกที่เปิดตัวดีเจประจำผับคนใหม่ และใบ้ว่าเป็นคนที่ทุกคนชื่นชอบ วันนี้ผู้คนจึงหนาตาเป็นพิเศษ
ลูกค้าต่างพากันมาต้อนรับและสนุกสนานกับแสงสีเสียงในคืนวันศุกร์กันอย่างล้นหลามเลยทีเดียว
“เป็นไงบ้าง ดีเจคนใหม่ วันนี้มีลูกค้ามารอแกเต็มเลย ภูมิใจแทนเลยว่ะ” เก้าเดินตรงเข้ามาหาญาณินด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะตบเข้าที่บ่าของอีกฝ่ายอย่างเบามือ
“แกก็พูดเว่อร์ไปน่า จะไปได้ดีหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย”
“มันต้องเป็นไปได้ด้วยดีแน่นอน เรามั่นใจ”
“ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้นนะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปเตรียมตัวก่อนนะ”
“โอเค เจอกัน”
ญาณินไม่ได้ตอบกลับอะไร เธอเพียงแค่ยิ้มตอบ แล้วเดินจากไปเพื่อเตรียมตัวขึ้นโชว์เปิดตัวดีใจคนใหม่ที่ทางผับจัดคิวไว้ให้ทันที
ยังคงเป็นอีกครั้งที่ญาณินไม่คุ้นชินกับสถานการณ์ตรงหน้า เมื่อได้รู้ว่าจะต้องขึ้นไปบนเวทีเพื่อสร้างความสนุกให้กับลูกค้า เธอก็มักจะรู้สึกตื่นเต้นแล้วก็ประหม่าเป็นอย่างมาก
ยิ่งไปกว่านั้นการแต่งตัวของเธอก็ยังดึงดูดสายตาของผู้คนได้เป็นอย่างดี ไม่เหลือคราบสาวเฉิ่มแว่นหนาเตอะคนนั้นอยู่อีกเลยแม้แต่น้อย...
เวลาประมาณ เที่ยงคืนเศษ กลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณสี่ถึงห้าคนเดินเข้ามาในสถานบันเทิงแห่งนี้กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เนื่องจากว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเรียนของสัปดาห์นี้
ดังนั้นพวกเขาจึงนัดกันมาสังสรรค์เพื่อคลายเครียดเสียหน่อย
“ไอ้นอร์ท กูนอนอยู่บ้านห้องดี ๆ เสือกยังจะลากกูมา ถ้ามึงไม่เลี้ยง กูเอาตายแน่”
วีกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่เต็มใจเท่าไรนัก เวลานี้คนในกลุ่มก็เกือบจะเข้านอนกันหมดแล้ว แต่ก็ต้องลุกพรวดขึ้นมาทันทีที่นอร์ทวิ่งแจ้นมาตามถึงที่
“เออ ก็กูบอกแล้วว่าคืนนี้จะเลี้ยง ถ้าไม่ลากพวกมึงมา จะให้กูไปลากหมาที่ไหนวะ”
“พวกมึงเลิกเถียงกันก่อนเหอะ ไปหาโต๊ะ วันนี้คนโคตรเยอะ เดี๋ยวก็ไม่มีโต๊ะนั่งกันพอดี”
“เออว่ะ ทำไมคนเยอะแปลก ๆ ปกติที่นี่ คืนวันศุกร์โคตรเงียบเลยนะ”
“มึงจะสนใจทำไม กูชวนแดกเหล้า ไม่ได้ชวนมาสงสัยนู่นสงสัยนี่ รีบ ๆ ตามกูมาสักที”
นอร์ทพูดขัดเพื่อนสนิทที่กำลังตั้งข้อสงสัยกันอยู่อย่างไม่หยุดหย่อน ก่อนที่จะเดินนำไปด้านหน้าเวทีเพื่อหาโต๊ะว่างสำหรับการสังสรรค์ในค่ำคืนนี้
“โต๊ะข้างหน้าเต็มหมดแล้วว่ะ”
“พวกมึง ทางนี้มีว่างอยู่ เร็ว!” วีที่แยกไปหาโต๊ะทางด้านซ้ายมือของเวทีตะโกนเรียกกลุ่มเพื่อนของเขาทันทีที่เจอโต๊ะหนึ่งว่างและใหญ่พอที่จะรองรับกลุ่มของเขาได้
ซึ่งอีกฝั่งนอร์ทก็ไม่รอช้า รีบสาวเท้าเดินตรงกลับไปหาวีอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ที่นั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็จัดการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกับแกล้มมาจนเต็มโต๊ะ สมแล้วที่วันนี้นอร์ทเป็นคนออกมาปากที่จะเลี้ยงเพื่อน ๆ ทุกคน
“วันนี้มึงมาแปลกว่ะ ทำไมอยู่ ๆ ถึงอยากจะเลี้ยงเหล้าพวกกูขึ้นมาวะ ไปอารมณ์มาจากไหน”
ด้วยความสงสัย วีจึงถามเพื่อนรักอย่างนอร์ทขึ้น โดยปกติแล้วนอร์ทไม่ใช่คนที่ใจใหญ่ถึงเพียงนั้น หรือจะพูดง่าย ๆ ว่า ไม่ค่อยสนโลกเลยก็ว่าได้ ถ้าเพื่อนในกลุ่มไม่ออกปากชวน เขาก็แทบจะขลุกตัวอยู่แต่ในห้องเลยด้วยซ้ำ
“แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศเฉย ๆ แล้วมันไม่ดีหรือไง กูอุตส่าห์เลี้ยง พูดมากเดี๋ยวกูก็ให้หารซะหรอก”
“เฮ้ย ไม่ได้นะเว้ย คำพูดก็ต้องเป็นคำพูดดิวะ บอกว่าจะต้องเลี้ยงก็ต้องเลี้ยง จะมากลับคำไม่ได้ เพราะวันนี้กูเตรียมใจมาแดกของฟรีล้วน ๆ เลยครับเพื่อนรัก”
“เออ กูเลี้ยง จบยัง”
“จบ”
ระหว่างนั้นพวกเขาก็พากันพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ ไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งได้ยินเสียงพิธีกรบนเวทีประกาศโชว์ลำดับต่อไป
ซึ่งนอร์ทเองก็ได้ยินมาแว่ว ๆ ว่าเป็นโชว์เปิดตัวดีเจคนใหม่ของผับ เขาไม่ได้เอะใจอะไร เพียงแค่เสียงปรบมือและฮือฮาของผู้คนรอบตัว
กลับทำให้เขาอยากรู้ขึ้นมาแล้วว่าดีเจคนใหม่ที่ว่ามีดีอย่างไรกันแน่ ถึงได้เป็นที่สนใจของทุกคนได้มากถึงขนาดนี้
ทางด้านของญาณินเองก็ยังคงทำสมาธิอยู่ด้านข้างเวที แต่อีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า เธอจำเป็นที่จะต้องสวมวิญญาณความเป็น
ดีเจสาวสุดเซ็กซี่เพื่อทำให้ผู้คนด้านล่างเวทีมีความสุขและสนุกไปกับโชว์ของเธอ
วินาทีที่หญิงสาวเจ้าของรูปร่างสมส่วนเดินออกมา เสียงปรบมือและกรีดร้องเพื่อต้อนรับเธอก็พลันดังกระหึ่มขึ้นมา จน
ใคร ๆ ต่างก็มองมาที่เธอกันเป็นตาเดียว
ญาณินกล่าวทักทายแขกผู้มาเยือนทุกท่านพอเป็นพิธี ก่อนที่จะเริ่มเปิดเพลงที่ตนได้ทำงานมิกซ์มาอย่างลงตัวแล้วออกสู่สาธารณะ
ในทันใด
ญาณินในคราบดีเจสุดสวยทำเอากลุ่มของนอร์ทไม่เอะใจว่าเป็นยายเฉิ่มคนนั้นเลยแม้แต่น้อยนิด ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอมีเสน่ห์และเซ็กซี่เกินคำบรรยาย ซึ่งนอร์ทเองก็เห็นด้วยกับความคิดเหล่านั้น
“ดีเจคนใหม่ของที่นี่เหรอวะ งานดีจัด”
“กูจะฟ้องแตงกวา อย่าหัวหมอให้มาก เมียก็มีแล้ว”
เพื่อนอีกคนหนึ่งในกลุ่มที่ได้ยินวีพูดเช่นนั้นก็รีบเอ่ยคัดค้านขึ้นมาอย่างรวดเร็วทันใจ ทุกคนต่างรู้ดีว่าเขามีคนของใจอยู่แล้ว จะชมหญิงอื่นไปทั่วแบบนี้ไม่ได้เป็นอันขาด
“กูก็แค่ชมตามเนื้อผ้า แต่กูว่ากูรู้สึกคุ้น ๆ หน้ายังไงก็ไม่รู้ว่ะ แต่ก็จำไม่ได้ว่าเคยเจอที่ไหน”
“ชีวิตมึงนอกจากแตงกวาแล้ว จะมีผู้หญิงสวย ๆ ที่ไหนกล้าคบอีกด้วยเหรอวะ”
“โห เอางี้เลยดิ กูเพื่อนนะเนี่ย ไว้หน้าหน่อยก็ได้มั้ง มึงว่าไงไอ้นอร์ท สวยเซ็กซี่ถูกใจมึงเลยไหมไอ้เพื่อนรัก” วีตอบกลับเพื่อนอีกคน และไม่ลืมที่จะหันกลับมาต่อบทสนทากับนอร์ทที่นั่งอยู่ไม่ไกล
“ก็พอได้อยู่ แต่ถ้าเห็นแบบนี้บ่อย ๆ กูก็คงเบื่อ”
นอร์ทเอ่ยขึ้นตามความคิดเห็นของตนเอง เขาเป็นคนเบื่อง่าย จึงไม่ค่อยชอบผู้หญิงที่มีสไตล์เดียวเหมือนกับ...ยายเฉิ่ม
“ต้องแบบญาณินปะวะ มึงถึงจะชอบอะ กูเห็นกัดกันบ่อยจัด แอบชอบกันหรือเปล่าวะไอ้นอร์ท”
“ชอบก็เหี้ยละ พูดถึงก็ยังแค้นใจไม่หาย กูอุตส่าห์ขู่ให้กลัว แต่ดันไม่กลัว กล้าหนีหน้ากูซะงั้น”
“เป็นคนแรกเลยนะเนี่ย ที่ไม่กลัวมึง แถมยังกล้าต่อปากต่อคำ แบบนี้หรือเปล่าที่ทำให้มึงสนใจเขาอะ”
วีกล่าวสมทบ เขาเองก็เป็นเพื่อนกันกับนอร์ทมานานพอสมควร รู้ดีว่านิสัยใจคอของเพื่อนสนิทตัวเองเป็นอย่างไร ดังนั้นการคาดเดาในครานี้คงไม่คลาดจากความจริงมากเท่าไร
“ใครสนใจ ก็เด็กมันกวน กูก็แค่กวนกลับเฉย ๆ ไม่มีอะไรทั้งนั้น พวกมึงอย่าพูดไปเรื่อย กูไม่มีทางสนใจคนเฉิ่ม ๆ แบบนั้นหรอก”
“มึงจำคำที่มึงพูดวันนี้เอาไว้ให้ดีเลยนะ ถึงวันนั้นกูจะขำให้ท้องแข็งเลย”
“เรื่องของมึง แต่กูแน่ใจว่ามันจะไม่มีวันนั้น ฝันไปเถอะ...”
ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าคมคายยังคงยืนกรานตอบกลับเพื่อน ๆ ไปว่าเขาไม่มีทางที่จะสนใจญาณิน ทั้งหมดเป็นเพียงแค่
การกวนประสามกันไปมาเท่านั้น
ทว่าในเวลาเดียวกัน สายตาของดีเจสาวกลับสะดุดอยู่ที่บริเวณโต๊ะ ๆ หนึ่งทางด้านขวามือเธอ
ญาณินพยายามเพ่งสายตามองอย่างสุดความสามารถ ก่อนที่จะเผยให้เห็นกลุ่มชายหนึ่งที่รู้จักหน้าค่าตากันเป็นอย่างดี พวกเขาก็คือกลุ่มแฟนหนุ่มของเพื่อนสาวอย่างแตงกวานั่นเอง
นาทีนั้นญาณินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกอกตกใจ เธอไม่คิดมาก่อนว่าจะเจอพวกเขาที่นี่ จึงไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจเพื่อรองรับมาก่อน ถ้าหากว่าอีกฝ่ายจำเธอได้ ความแตกขึ้นมาคงถูกล้อไปอีกนานแหง ๆ
หญิงสาวได้แต่ก้มหน้า แล้วภาวนาอยู่ในใจว่าขอให้หมดเวลาของเธอเร็ว ๆ และหวังเพียงว่านอร์ทที่กำลังตั้งใจมองมายังด้านหน้าเวทีจะไม่รู้ว่านี่คือเธอซึ่งได้สลัดคราบสาวเฉิ่มที่เขาดูถูกมาตลอดทิ้งออกไปแล้ว
“ขอร้องล่ะ อย่าจับได้เลยนะ”
เธอดึงไมค์ออกจากปากแล้วบ่นกับตัวเอง สายตาคู่สวยเต็มเปี่ยมไปด้วยความกังวลอย่างชัดเจน ความมั่นใจของเธอสูญสลายหายไปจนหมดสิ้น แต่ยังไงซะคำว่าหน้าที่ก็ยังคงค้ำคอ เธอยังคงยืนหยัดทำหน้าที่ดีเจต่อ จนกระทั่งเวลาที่รอคอยได้มาถึง...
“หวังว่าวันนี้ทุกคนจะสนุกกันต่ออย่างเต็มที่ สำหรับวันนี้
ดีเจญาญ่าต้องขอตัวก่อน แล้วเจอกันใหม่ค่า” ถ้อยคำกล่าวอันแสนเร่งรีบเล็ดลอดออกมาจากปากของดีเจสาวทันทีที่หมดเวลาการแสดงโชว์ของเธอแล้วเป็นที่เรียบร้อย
หนึ่งชั่วโมงยาวนานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ ญาณินรีบเร่งฝีเท้าวิ่งลงมาจากเวทีอย่างรวดเร็ว เมื่อลับสายจากผู้คน เธอก็โล่งใจเป็นอย่างมาก ความกังวลเหล่านั้นจางหายไปเป็นปลิดทิ้ง
ทว่าด้วยความที่ยังคงกลัวว่าความจะแตก เธอจึงขอตัวกลับทันทีที่เก็บสัมภาระเสร็จสรรพ ไม่รอหลังผับปิดเหมือนอย่างที่ควรจะเป็น อย่างน้อยเธอก็ขอเว้นวันนี้เอาไว้สักวัน ญาณินยังไม่ได้อยากที่จะความลับแตกตอนนี้
ยิ่งเป็นนอร์ทแล้วด้วย ยิ่งไม่ได้เข้าไปกันใหญ่ จะให้คนคนนี้รู้ความลับของเธอไม่ได้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นเธอคงใช้ชีวิตแบบไม่มีความสุขแล้วจริง ๆ
“ญากลับก่อนนะคะพี่ ๆ พอดีหนูมีธุระด่วน ต้องรีบไปจัดการ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะคะ บ๊ายบายค่ะ...”
คำบอกลาดังกล่าวจบลงได้เพียงเสี้ยววินาที หญิงสาวร่างเล็กก็พลันวิ่งออกไปจากร้านทันที เธอดูมีเรื่องร้อนใจจริง ๆ เลยทำให้
ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากรั้งเธอเอาไว้ ทุกคนต่างก็ยอมปล่อยให้ญาณิน
กลับไปทำธุระด่วนอย่างที่ได้บอกเอาไว้แต่โดยดี
แม้ว่าจะขัดใจไปบ้างก็ตามที่ไม่ได้อยู่ปิดงานเปิดตัวดีเจใหม่เสียก่อน แต่ยังไงทุกคนก็พร้อมที่จะเข้าใจเธออยู่ดี
เพราะฉะนั้นญาณินจึงได้กลับบ้านไปตั้งสติตามอำเภอใจ อย่างไรก็ตามการที่หนีออกมาถือเป็นทางออกเดียวที่ดีที่สุดในสถานการณ์อันแสนคับขันแบบนั้นแล้ว
ใครจะไปรู้ว่ากลุ่มของนอร์ทจะมาเที่ยวกลางคืนได้ตรงวันเวลาถึงเพียงนี้ ถ้าเธอรู้ก่อนก็คงจะบ่ายเบี่ยงการขึ้นโชว์บนเวทีไปตั้งแต่แรกแล้ว...
