บทที่ 1 ตามหา
ตอนที่ 1 ตามหา
เสียงแตรรถยนต์ที่กำลังแผดเสียงดังระรัวอยู่ภายนอกรั้วบ้านตระกูลพิชิตชัยติดต่อกันเป็นเวลานานจนคนภายในบ้านต่างรู้สึกผิดสังเกต ด้วยเพราะมีไม่บ่อยครั้งนักที่จะมีแขกผู้มาเยือนบีบแตรส่งสัญญาณถึงการมาเยือนบ้านหลังใหญ่หลังนี้
“เสียงใครมาบีบแตรเสียงดังลั่นขนาดนี้”
เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงสะโอดสะอง ใบหน้าคมเข้มราวกับหนุ่มลูกครึ่งฝั่งยุโรปเอ่ยขึ้น พร้อมกับบ่ายหน้าไปตามทิศทางของบริเวณหน้าบ้านอันเป็นที่มาของเสียงดังกล่าว
ชนะภาค คือเจ้าของเสียงนุ่มละมุนหู ใบหน้าคมคายกับดวงตาคมเข้มนั้นแลดูอบอุ่น อ่อนโยนแต่คิ้วเข้มๆ ของชายหนุ่มบัดนี้มันขมวดเข้าหากันจนเห็นรอยย่นตรงระหว่างคิ้วทั้งสอง นั่นแสดงถึงความขุ่นใจอันเกิดจากเสียงแตรรถซึ่งดังอยู่หน้าบ้านนั่นเอง
“นั่นสิ ลุงศรให้คนไปดูหน่อยเถอะครับ เดี๋ยวชาวบ้านชาวช่องแถวนี้เขาจะก่นด่าเอาเสียหมด” เสียงทุ้มห้าวจากชายหนุ่มอีกคนเอ่ยขึ้น
ชนะพงศ์ คือเจ้าของเสียงห้วนห้าวของชายหนุ่มอีกคน ชายหนุ่มผิวเข้มสูงปราดเปรียวอยู่ในชุดเครื่องแบบนายตำรวจครึ่งท่อน เสื้อยืดสีขาวตัดกับแถบสีแดงเลือดหมู ใบหน้าคมคายละม้ายกับชายหนุ่มอีกคนซึ่งนั่งรับประทานอาหารมื้อเย็นอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน เวลาผ่านไปสักครู่เสียงแตรรถยนต์ก็ยังคงดังอยู่ไม่ขาดระยะ และไม่มีทีท่าว่าจะเงียบลงเลย
คนรับใช้หนุ่มเชื้อสายลูกอีสานวิ่งหน้าตั้งกลับมาพร้อมกับเสียงโหวกเหวกโวยวายของหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งชายหนุ่มทั้งสองยังไม่เห็นหน้า
“เสียงใครเอะอะ อยู่หน้าบ้านหรือนายเผือก” ชนะภาค เอ่ยถามคนรับใช้หนุ่ม
“ไม่ทราบครับคุณภาค ผมไม่รู้จักไม่เคยเห็นมาก่อนครับ” คนรับใช้ร่างท้วมรายงาน
“แล้วเขามาหาใคร” ชนะภาคเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง
“เขามาตามหาคุณชนะภูมิครับ โวยวายใหญ่เลยจะเข้ามาในบ้านให้ได้ แต่ผมกับลุงศรไม่ได้ให้เธอเข้ามานะครับ ลุงศรแกให้ผมมาเรียนคุณพงศ์ครับ ส่วนลุงศรแกยืนเฝ้าผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่หน้าบ้านครับ” นายเผือก คนรับใช้รีบรายงานเจ้านายหนุ่มทั้งสองอย่างรวดเร็ว
“พี่ว่าเราไปดูกันหน่อยดีกว่านะภาค ปล่อยให้มายืนโหวกเหวกโวยวายแบบนี้ไม่ดีแน่” ชนะพงศ์ลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารแล้วเดินนำหน้าน้องชายไปยังหน้าประตูรั้วหน้าบ้านซึ่งอยู่ห่างจากตัวบ้านไปพอสมควร
ประตูรั้วแบบอัตโนมัติค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เมื่อชายหนุ่มทั้งสองคนมาถึงพร้อมด้วยคนรับใช้วัยกลางคนที่ชื่อเผือกและชายสูงวัยนามว่าศร หญิงสาวร่างเล็กหน้าตาหวานละมุน ยืนชะเง้อคอมองมายังบานประตูรั้วบานใหญ่ซึ่งค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ เบื้องหลังของหล่อนนั้นคือรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรุ่นเก่าซึ่งผ่านการใช้งานมาเกือบสิบปี ถูกติดเครื่องยนต์อยู่ถัดไปด้านหลัง ไฟหน้าของรถยนต์นั้นเปิดส่องสะท้อนให้เห็นหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของรถยืนทำหน้าตาโกรธเกรี้ยวอยู่เบื้องหน้า
“พี่สาวของฉันอยู่ไหน” เสียงเล็กๆ ตวาดห้วนออกมาทันทีจากริมฝีปากบางๆ ของหญิงสาว
“พี่สาวของคุณ...” ชนะภาคเอ่ยย้อนคำถามของหญิงสาวพร้อมกับสีหน้าตั้งคำถาม
“ใช่ พี่ชายของคุณเอาพี่สาวของฉันไปไว้ที่ไหนบอกมาเดี๋ยวนี้นะ” เสียงแหลมๆ ห้วนตวัดถามน้ำเสียงเกรี้ยวกราดชัดเจน
บงกช หรือ บัว หญิงสาววัยยี่สิบสองปี เจ้าของเสียงเล็กๆ ดวงหน้ารูปไข่ ทำหน้าบึ้งตึงใส่ชายหนุ่มทั้งสี่คนซึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าแบบไม่คิดจะรักษามารยาทแต่อย่างใด
“พี่ชายของผม พาพี่สาวของคุณไปอย่างนั้นหรือ” ชนะพงศ์ นายตำรวจหนุ่มทำสีหน้าประหลาดใจ พลางนึกไปถึงพี่ชายคนโตซึ่งเขาเองก็ไม่ได้เห็นพี่ชายคนโตของบ้านมาหลายวันแล้ว
“ใช่ ฉันหมายถึงนายชนะภูมินั่นแหล่ะ เขาพาพี่สาวฉันไป เขาอยู่ที่ไหนฉันจะพาพี่สาวฉันกลับบ้าน”
“นี่คุณ คุณแน่ใจได้ยังไงว่าพี่ชายผมพาพี่สาวคุณมา ไม่ใช่ว่าพี่สาวคุณตามพี่ชายผมไปอย่างนั้นหรือ” ชนะภาค โต้กลับอย่างทันทีเพราะมั่นใจว่าพี่ชายคนโตของเขาคงไม่ทำในสิ่งที่หญิงสาวตัวเล็กเบื้องหน้ากล่าวหาอย่างแน่นอน
“นี่คุณกำลังจะบอกว่าพี่สาวของฉันหนีตามพี่ชายของคุณอย่างนั้นหรอ” บงกชตวาดเสียงหลง นัยน์ตาโตบ่งบอกอารมณ์ว่าโกรธจัด
“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ แล้วที่คุณมายืนตะโกนกล่าวหาพี่ชายของผมแบบนี้คุณมีหลักฐานอะไรหรือเปล่าที่จะมาบอกว่าพี่ชายของผมพาพี่สาวคุณหนีหายไป” ชนะภาคหรี่ตาลงมองหญิงสาวร่างเล็กตรงหน้า แววตาเยาะน้อยๆ จนบงกชหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธจัด
“หลักฐานนั้นฉันมีแน่ แล้วฉันจะไปแจ้งความให้ตำรวจมาจับพวกคุณฐานลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยวพี่สาวฉัน”
บงกชกัดกรามตัวเองแน่นมือทั้งสองกำหมัดเข้าหากันแน่นเหมือนกำลังพยายามจะระงับอารมณ์เดือดพล่านซึ่งกำลังลุกโชนอยู่ภายใน
“นี่คุณครับ ผมเองก็เป็นตำรวจนะครับ ถ้าคุณบอกว่าคุณมีหลักฐานยืนยันว่าพี่ชายคนโตของพวกผมพาตัวพี่สาวคุณไป ไหนขอผมดูหลักฐานที่คุณว่าหน่อย ถ้าหากว่าเป็นเรื่องจริงในฐานะที่ผมก็เป็นตำรวจคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าพี่ภูมิจะเป็นพี่ชายของผม แต่ถ้าเขาทำผิดตามที่คุณบอกจริงๆ ผมจะช่วยคุณตามหาพี่สาวคุณเอง ตกลงหรือเปล่า” ชนะพงศ์เอ่ยขึ้น
บงกช มองชายหนุ่มในเครื่องแบบตรงหน้าอย่างชั่งใจ หญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเองแน่น กดคิ้วเรียวทั้งสองข้างลงต่ำก่อนจะเดินย้อนไปเปิดประตูรถยนต์คันเก่าของตน พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วส่งให้กับนายตำรวจหนุ่มตรงหน้าเปิดดูบันทึกภาพจากกล้องติดหน้ารถยนต์
ภายในโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กบันทึกภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดลำลองดูภูมิฐาน กำลังยืนพูดคุยกับหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ แต่เหมือนกับว่าการสนทนาของทั้งสองดูจะไม่ราบรื่นเท่าไหร่นักเพราะเห็นได้ว่าเพียงไม่กี่นาทีชายหนุ่มคนดังกล่าวก็ฉุดให้หญิงสาวขึ้นรถยนต์คันหรูของตนแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว ในเทปบันทึกแสดงให้เห็นว่ารถยนต์คันที่ติดกล้องเอาไว้นี้พยายามขับติดตามรถยนต์คันหน้าไปอย่างเร็วที่สุดแต่กลับคลาดกันเพียงแค่ช่วงรถติดไฟแดงเท่านั้น
เมื่อชายหนุ่มทั้งสองคนดูเทปนั้นจบลงต่างหันหน้าสบตากันอย่างรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย แน่นอนว่าชายคนในคลิปมีความละม้ายคล้ายกับพี่ชายคนโตของพวกเขาราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน แต่ถ้าจะให้ชัดเจนเห็นจะเป็นรถยนต์หรูคันละเกือบยี่สิบล้านนั้นซึ่งป้ายทะเบียนก็เป็นรถยนต์ของที่บ้านเขานั่นเอง
“ว่ายังไง พี่ชายของคุณอยู่ที่ไหน” บงกช ตวาดถามอีกครั้งอย่างร้อนรน
“ผมไม่รู้ว่าตอนนี้พี่ภูมิอยู่ที่ไหน”
