บทที่ 7 สัญญาณกันขโมย
ตอนที่ 78 สัญญาณกันขโมย
“ปล่อยฉันนะคนบ้า” บงกชดิ้นรนแข็งขืนฝืนแรงของชายหนุ่ม
“ไม่ปล่อย ถอยให้ห่างจากพี่ชายผมแล้วก็หยุดทำกิริยาแบบนั้นกับพี่ภูมิด้วย” ชนะภาคเหวี่ยงร่างบางๆ นั้นให้ถอยออกจากพี่ชายของเขาจนพ้นระยะไขว่คว้าจากหญิงสาวร่างเล็กคนนี้ได้
“พวกคุณมันพวกคนรวยนิสัยเสีย รังแกแต่คนไม่มีทางสู้ คุณพาพี่สาวฉันไปทำอะไรมา ตอบฉันมานะ ตอบมาเดี๋ยวนี้นายชนะภูมิ”
บงกชตะโกนใส่นายชนะภูมิอย่างโกรธจัดใบหน้านวลนั้นแดงก่ำด้วยความโกรธ หญิงสาวพยายามพุ่งเข้าใส่บุตรชายคนโตของตระกูลพิชิตชัยอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่สำเร็จเพราะติดอยู่ที่น้องชายคนเล็กของบ้านนั้นรั้งร่างหล่อนไว้จนแน่นในกำมือ
“ผม....” ชนะภูมิ อึกอักในลำคอมองดูหญิงสาวตรงหน้าอย่างประหลาดใจ
“นี่หยุดตะโกน สักทีหนวกหูกลับไปเดี๋ยวนี้ถ้าไม่อย่างนั้นผมจะเรียกตำรวจ” ชนะภาคลากเอาหญิงสาวตัวปลิวกลับไปยังรถของหล่อนซึ่งจอดอยู่ไม่ห่างกันนัก
“ปล่อยฉันนะ ฉันไปแน่ จำเอาไว้นะพวกคุณจะต้องเสียใจในสิ่งที่พวกคุณทำกับพี่สาวฉันและก็ทำกับฉัน ปล่อยฉัน”
บงกชสะบัดแขนให้หลุดจากมือของชายหนุ่ม น้ำตาหยดโตร่วงเผาะลงมา พร้อมกับสายตาอาฆาตแค้น ก่อนจะขับรถออกไปยังไม่วายที่หญิงสาวจะกดแตรรถยนต์เสียงดังลั่นเป็นระยะเวลานานยาวจนชายหนุ่มทั้งสองต้องเอี้ยวหน้าหนี
“ร้ายกาจจริงยัยเด็กคนนี้” ชนะภาคสบถพร้อมทั้งส่ายหัวไปมา
“....” ชนะภูมิมองตามไฟท้ายรถยนต์คันนั้นไปจนมันลับตา
“พี่ภูมิแน่ใจนะครับ ว่าไม่ได้ไปทำอะไรพี่สาวของยัยเด็กนี่อีก” ชนะภาคพยักหน้าตามท้ายรถยนต์ของหญิงสาวที่เพิ่งงขับจากไป
“เปล่า...พี่ไม่ได้ทำอะไร” ชนะภูมิตอบเสียงเรียบ
“ครั้งหน้าถ้าขืนบุกมาอาละวาดแบบนี้อีกเห็นทีจะต้องจัดการเด็ดขาดเสียบ้างแล้ว ไม่อย่างนั้นนึกจะทำอะไรก็ได้ตามใจแบบนี้ ถ้ามาครั้งหน้าผมจะแจ้งความว่าหล่อนบุกรุกบ้านเรา” ชนะภาคส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา
“อย่าเลยภาค บัวเขาแค่รักและเป็นห่วงพี่สาวเขามากเท่านั้นเอง” ชนะภูมิยิ้มเศร้าๆ ให้น้องชายก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไปตามเดิม
บงกชค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งเคียงข้างพี่สาว พลางหันไปมองเสี้ยวหน้าอันซีดเซียวของผู้เป็นพี่สาว ปรางวลัยมีอาการไม่ปกติในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากบงกชพาพี่สาวไปหาหมอในวันนี้จึงได้ทราบว่าพี่สาวของเธอกำลังตั้งครรภ์ ก็คงจะเป็นคนอื่นไปเสียไม่ได้หากไม่ใช่ฝีมือของนายชนะภูมิ และนั่นเองจึงเป็นสาเหตุของการบุกไปอาละวาดที่บ้านหลังใหญ่ในวันนี้
“พี่ปรางเป็นยังไงบ้างคะ ทานข้าวทานยาหรือยัง” บงกชเอ่ยถามพี่สาว
“พี่รอบัวอยู่ แล้วบัวล่ะหายไปไหนมาตั้งนาน” ปรางวลัยหันมายิ้มฝืดๆ ให้น้องสาว
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พี่ปรางไปทานข้าวกันนะคะ ป่านนี้หลานบัวหิวข้าวแย่แล้วมั้งคะ” บงกชยิ้มหวานให้พี่สาวพลางฉุดพี่สาวให้ลุกขึ้น
“พี่ปรางไม่ต้องห่วงนะคะ ต่อไปนี้นะบัวจะเป็นคนดูแลพี่ปรางกับเจ้าตัวน้อยเอง” บงกชพูดยิ้มอย่างร่าเริง
“บัวต้องลำบากเพราะพี่อีกแล้ว” ปรางวลัยเอ่ยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“ลำบากที่ไหนกันคะ เมื่อก่อนตอนบัวเรียนหนังสือ พี่ปรางเป็นคนทำงานส่งเสียบัวจนเรียนจบ ลำบากกว่าบัวตั้งเยอะไม่ว่าจะต้องอดทน ลำบากแค่ไหนก็ตามบัวก็ทำได้ค่ะ แต่บัวขอแค่เรื่องเดียวนะคะ”
“เรื่องอะไรหรือบัว” ปรางวลัยเอียงคอถามน้องสาว
“พี่ปรางห้ามกลับไปยุ่งกับนายชนะภูมิอีกนะคะ คนพวกนั้นนิสัยไม่ดีบัวไม่ชอบเลย” บงกชเอ่ยขึ้นพลางนึกไปถึงชายหนุ่มทั้งสามคน
“พี่บอกแล้วไง ว่าพี่กับเขาเราจบแล้วระหว่างเขากับพี่ไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว” ปรางวลัยเอ่ยนัยน์ตาเหม่อลอยเซื่องซึม
“ค่ะ จบก็จบส่วนเจ้าตัวเล็กนี่ถือว่าเป็นเทวดาหรือนางฟ้าตัวน้อยๆ ที่จะมาทำให้เราไม่เหงานะคะ”
บงกชยิ้มให้กับพี่สาวอย่างน่าเอ็นดู ปรางวลัยสวมกอดน้องสาวต่างสายเลือดไว้แน่นน้ำตาไหล หล่อนรู้ดีว่ารอยยิ้มของบงกชนั้นซุกซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้เพียงแค่ไม่อยากทำให้พี่สาวเช่นเธอเป็นทุกข์ใจเท่านั้นเอง
++ หลายเดือนต่อมา ++
เสียงสัญญาณกันขโมยของบ้านพิชิตชัยดังขึ้นกลางดึก ปลุกให้คนในบ้านตื่นขึ้นกลางดึกคืนหนึ่ง ชนะภาคกระโดดลงจากเตียงนอนหลังใหญ่พร้อมกับอาวุธปืนซึ่งถูกเก็บไว้บริเวณลิ้นชักหัวเตียง ชนะพงศ์เพิ่งจะกลับเข้ามาบ้านหลังจากที่เข้าเวรประจำมา ส่วนชนะภูมินั้นยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ภายในห้องหนังสือของบ้าน คุณหญิงพิมพ์กับนายชนะพลนั้นเปิดประตูออกจากห้องออกมาพบกับบุตรชายคนรองและลูกชายคนเล็ก
“คุณพ่อกับคุณแม่รออยู่บนนี้ก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวพวกผมลงไปดูเองว่าเกิดอะไรขึ้น” ชนะพงศ์เอ่ยบอกกับบุพการีทั้งสองแล้วหันไปพยักหน้ากับน้องชายคนเล็ก
“ระวังตัวกันด้วยนะลูก” คุณหญิงพิมพ์บอกไล่หลังบุตรชายทั้งสองคนไป
