บทที่ 2 มีลูกกันเถอะ
ลมหายใจของชายหนุ่มพลันหนักหน่วงขึ้น เขาจับมือของเธอที่กำลังจะเลื่อนลงไปต่ำ พลางพูดด้วยเสียงแหบพร่า “ดึกขนาดนี้แล้ว พรุ่งนี้ค่อย...”
“ฉันจะเอาวันนี้!”
ก่อนหน้านี้เจนยอมตามใจอาร์ตทุกอย่าง แต่ว่าวันนี้ เธออยากจะเอาแต่ใจตัวเองสักครั้ง
เธอจูบอาร์ตอย่างมีชั้นเชิง ตั้งแต่ริมฝีปาก ลูกกระเดือก แล้วไล่ต่ำลงไปเรื่อยๆ ในไม่ช้าคนทั้งสองก็เปลือยกายเผชิญหน้ากัน
ชายหนุ่มครางออกมาอย่างสุขสม พลิกตัวกลับมาทาบทับร่างของเธอไว้ข้างใต้ ขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบถุงยางอนามัยในตู้ เจนก็รั้งมือของเขาไว้
ใบหน้าของเจนแดงก่ำขณะมองเขา “ต่อไปนี้ไม่ต้องใส่มันแล้วนะ เรามามีลูกกันเถอะ”
ร่างกายของอาร์ตแข็งทื่อไปชั่วขณะ เมื่อได้ยินน้ำเสียงตัดพ้อของเจน “คุณพ่อคุณแม่เร่งจะแย่อยู่แล้ว ถ้ายังใส่ไอ้นี่อยู่ตลอด แล้วเมื่อไหร่เราจะมีลูกกันได้สักทีล่ะ?”
เมื่อได้ยินคำว่าลูก ความปรารถนาในแววตาของอาร์ตก็มลายหายไปในทันที
เขาก้มลงมองเจนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ตกลงว่าเป็นพวกเขาที่เร่ง หรือว่าเป็นเธอที่ต้องการมีลูกใจจะขาดเพื่อรักษาตำแหน่งของตัวเองในตระกูลปุณณ์เตชะกุลเอาไว้?”
หัวใจของเจนเย็นวาบ มองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
เธอคิดว่า ถึงแม้อาร์ตจะไม่รักเธอ แต่การที่อยู่ด้วยกันมาสามปี ก็น่าจะทำให้เขารู้ว่าเธอเป็นคนยังไง แต่ก็ไม่คิดเลยว่า...
เจนหัวเราะเสียงเย็น “ในใจของคุณ ฉันเป็นคนแบบนั้นเหรอ?”
อาร์ตถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แล้วเธอไม่ใช่หรือไง?”
หัวใจของเจนเจ็บแปลบขึ้นมา เธอมองใบหน้าหล่อเหลาของอาร์ตอย่างว่างเปล่า หัวเราะอย่างขมขื่น แล้วยอมรับไปตามน้ำ “คุณพูดถูก ฉันก็เป็นคนแบบนั้นแหละ”
ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมา
เจนมองเข้าไปในดวงตาของเขาแล้วพูดว่า “อาร์ต เราหย่ากันเถอะ!”
อาร์ตขมวดคิ้วแน่น “หาเรื่องไร้สาระน่า ฉันขี้เกียจดูเธออาละวาด”
อาร์ตผลักเจนออกแล้วเตรียมจะลงจากเตียง แต่ร่างกายของเธอบิดตัวไปเล็กน้อย บังเอิญไปทับโดนมือข้างที่เพิ่งไปให้น้ำเกลือมา ความเจ็บปวดก็แล่นปราดขึ้นมา
เจนครางออกมาด้วยความเจ็บปวด
อาร์ตสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ จึงรีบเปิดไฟในห้องทันที ถึงได้เห็นรอยเข็มจำนวนนับไม่ถ้วนบนหลังมือของเธอจากการเจาะเลือด “นี่มันเรื่องอะไรกัน คุณป่วยเหรอ?”
เมื่อได้ยินคำถามของเขา เจนกลับรู้สึกว่ามันไม่เหมือนความจริง
ที่แท้เขาก็ใส่ใจเป็นเหมือนกันนี่นา
เธอกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย “ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่เป็นหวัดนิดหน่อย เลยไปฉีดยาที่โรงพยาบาลมาเท่านั้นเอง”
เจนพิงหัวเตียง แล้วเสยผมอย่างมีจริตจะก้าน “คุณมีเวลามาสนใจฉัน สู้เรามาปั๊มลูกกันต่อดีกว่า”
เมื่อเห็นท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อนของเธอ ใบหน้าของอาร์ตก็ยิ่งดูไม่ได้มากขึ้น
เธอเจ็บตัวอยู่แท้ๆ แต่ในหัวกลับมีแต่เรื่องพรรค์นั้น!
ไม่ห่วงร่างกายตัวเองเลยหรือไง?
ตอนที่เจนพยายามจะจูบเขาอีกครั้ง อาร์ตก็ผลักเธอออกไปโดยไม่ลังเล “เธอแม่งบ้าไปแล้ว!”
ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคนั้น ชายหนุ่มก็กระแทกประตูเดินจากไป
เจนทรุดตัวลงนั่งบนเตียง แล้วหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น
...
วันต่อมา อาร์ตนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร แต่รออยู่นานก็ไม่เห็นเจนลงมากินอาหารเช้าด้วยกัน เมื่อนึกถึงรอยบนมือของเธอ สุดท้ายก็อดเป็นห่วงไม่ได้ จึงเรียกหมอประจำตระกูลมาตรวจร่างกายให้เธอ
หมอเคาะประตูอยู่หน้าห้องนานสองนาน แต่ข้างในกลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
เสียงเคาะประตูทำให้อาร์ตรู้สึกหงุดหงิด เขาจึงเดินขึ้นไปบนชั้นสอง แล้วผลักประตูเข้าไปโดยตรง “เจน เธอจะอาละวาดไปถึงเมื่อไหร่?”
“…”
ในห้องว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เลยสักคน
ข้าวของทุกอย่างยังอยู่ครบ แต่คนกลับหายไป
อาร์ตเดินวนดูรอบๆ สุดท้ายก็เจอเอกสารหย่าฉบับหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง
ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมลงทันที เขาพลิกดูคร่าวๆ ก็พบว่าเจนเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว โดยมีข้อเรียกร้องให้แบ่งสินสมรสคนละครึ่ง และยังต้องการหุ้นของบริษัทปุณณ์เตชะกุลอีกสิบเปอร์เซ็นต์
อาร์ตแค่นหัวเราะออกมา เธอกล้าคิดดีนี่
เมื่อสายตาของเขากวาดไปถึงบรรทัดของสาเหตุการหย่า ใบหน้าของอาร์ตก็ดำคล้ำลง บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบจนน่ากลัว
คุณหมอที่อยู่ข้างๆ ชำเลืองมองเพียงแวบเดียว ก็ตกใจจนไม่กล้าหายใจแรง รีบหาข้ออ้างแล้วเผ่นหนีไปทันที
อาร์ตโทรหาเจน พอเธอรับสาย เขาก็เค้นเสียงถามลอดไรฟันทันทีว่า “ที่ว่าชีวิตเซ็กส์ไม่ลงรอยกันมันหมายความว่ายังไง? บนเตียงเธอไม่เคยรู้สึกดีเลยหรือไง?”
เจนจิ๊ปากอย่างรำคาญ “คุณดูไม่ออกหรือไงว่าทุกครั้งฉันแค่แสดง? ลีลาของคุณมันห่วยแตกจะตาย ฉันแสดงจนเหนื่อยแล้วนะ”
อาร์ตโกรธจนขาดสติ ตะคอกออกมาว่า “เจน!”
เจนถือโทรศัพท์ให้ห่างจากหูเล็กน้อย รอจนเขาตะคอกเสร็จถึงพูดต่อ “อีกอย่าง คุณเองก็ไม่อยากมีลูก ผู้ชายที่ไม่ยอมมีลูกน่ะ สำหรับฉันแล้วถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์”
“รีบๆ เซ็นใบหย่าซะ ฉันจะได้ไปหาผู้ชายคนใหม่ที่อยากมีลูก ส่วนคุณอยากจะทำอะไรก็ทำไป ต่อไปนี้เราไม่เกี่ยวข้องกันอีก!”
พูดจบ เจนก็ตัดสายทิ้งทันที แล้วก็บล็อกเบอร์ของเขาไปด้วย
เธอนั่งจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ รู้สึกเป็นอิสระไปทั้งตัว
ที่ผ่านมาเธอคอยแต่ทนและยอมเขามาตลอด ในที่สุดวันนี้ก็ได้ระบายความในใจออกมา ทำให้รู้สึกโล่งใจขึ้นเยอะ
แต่ความรู้สึกดีๆ แบบนี้ก็อยู่ได้ไม่นาน
เจนซื้อของแบรนด์เนมหรูหราในห้างสรรพสินค้ามากองหนึ่ง แต่ตอนที่กำลังจะจ่ายเงิน กลับถูกพนักงานแจ้งว่าบัตรธนาคารของเธอถูกอายัด
รอยยิ้มบนมุมปากของเธอหายวับไปทันที เธอลองยื่นบัตรเสริมที่อาร์ตเคยให้ไว้ให้พนักงานรูด แต่ก็ยังจ่ายเงินไม่ได้อยู่ดี
มุมปากของเจนกระตุกอย่างแรง อาร์ต ไอ้ผู้ชายเฮงซวยนี่ นับว่านายมันเหี้ยมจริง!
เดิมทีเธอคิดว่าจะใช้โอกาสก่อนหย่ามาผลาญเงินเล่นสักหน่อย ส่วนเรื่องข้อตกลงในใบหย่าที่เขียนว่าแบ่งสินสมรสคนละครึ่งกับเรื่องหุ้นนั่น เป็นแค่เรื่องที่เธอจงใจเขียนขึ้นมาเพื่อยั่วโมโหอาร์ตเล่นๆ เท่านั้น
เธอไม่เคยคาดหวังเลยว่าอาร์ตจะยอมตกลง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ในวันแต่งงานเขาก็เคยเตือนเธอไว้แล้วว่า อย่าได้คิดหวังอะไรจากตระกูลปุณณ์เตชะกุลเป็นอันขาด
แต่หลังแต่งงาน เขาก็ยังให้เงินเธอใช้เล่นๆ เดือนละหลายล้านอยู่ดี ถือว่าใจกว้างในเรื่องเงินพอสมควร
แต่ตอนนี้ เขากลับระงับบัตรทั้งหมดของเธอ
เงินของตระกูลปุณณ์เตชะกุลมีเยอะแยะจนใช้ไม่หมด เขาคิดจะเก็บเงินไปใช้ในโลงศพหรือไงนะ?
ก่อนหน้านี้เธอคงตาบอดไปแล้วจริงๆ ถึงได้ไปชอบผู้ชายขี้งกแบบนี้ได้
เจนด่าอาร์ตในใจไปเป็นพันๆ ครั้ง พอรู้สึกตัวอีกที พนักงานก็ยังคงรักษารอยยิ้มแบบมืออาชีพไว้อย่างเหมาะสม แล้วถามอย่างสุภาพว่า “คุณเจนคะ สินค้าพวกนี้ยังจะรับอยู่ไหมคะ?”
แน่นอนค่ะ แต่ถ้าคุณลูกค้าต้องการจะยกเลิกก็ได้เช่นกันนะคะ เพราะอย่างไรคุณลูกค้าก็เป็นสมาชิกระดับวีไอพีที่ทรงเกียรติของเรา
เจนกัดฟัน “เอาสิคะ ทั้งหมดเท่าไหร่?”
จะลำบากแค่ไหน ก็จะปล่อยให้ตัวเองลำบากไม่ได้!
รอยยิ้มของพนักงานสดใสขึ้นไปอีก “ทั้งหมดห้าล้านแปดแสนหนึ่งหมื่นบาทค่ะ”
“…”
เจนเหลือบมองกองสินค้าแบรนด์เนมที่สูงเป็นภูเขาเลากาอยู่ข้างๆ แล้วฝืนยิ้มออกมา “เมื่อกี้คุณถามฉันว่าอะไรนะคะ?”
พนักงานชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดทวนอีกครั้ง “สินค้าพวกนี้ คุณลูกค้ายังจะรับอยู่ไหมคะ?”
“ไม่เอาแล้วค่ะ ขอบคุณนะ อ้อ จริงสิ รบกวนช่วยยกเลิกค่าสมาชิกรายเดือน เดือนละหนึ่งแสนบาทให้ด้วยนะคะ”
เจนพูดจบ ก็หันหลังเดินจากไป ท่ามกลางสีหน้าตกตะลึงของพนักงาน
ถ้าหากว่าเป็นเงินแค่ไม่กี่แสน เธอก็ยังพอกัดฟันจ่ายไหว แต่ตอนนี้ไม่มีความจำเป็นต้องมาเสียเงินก้อนนี้ไปโดยเปล่าประโยชน์จริงๆ
ทันทีที่เดินออกจากห้าง เจนก็โทรหาเพิร์ลทันที “เพิร์ล เธอให้ฉันไปอยู่ด้วยสักพักได้ไหม?”
เพิร์ลพูดด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูกเพราะเป็นหวัด จิ๊ปากออกมาทีหนึ่ง “ทะเลาะกับผัวผีสิงของเธอมาเหรอ? ก็ได้ เก็บของแล้วมาได้เลย”
