บทที่ 6 เก็บความลับให้เธอ

เบนซ์มองเจนด้วยสายตาที่มีความหมาย ก่อนจะรับปากอย่างง่ายดาย “ได้เลย เรื่องนี้ไม่มีปัญหา เดี๋ยวผมให้คนเพิ่มเข้าไปในสัญญา”

อาร์ตต้องไม่รู้แน่ ๆ ว่าเจนเป็นผู้เขียนเรื่อง《เริ่มใหม่》 ไม่อย่างนั้นคงไม่ดั้นด้นมาหาเขาถึงที่นี่เพื่อมาขอรับบทให้แคลร์หรอก

แต่ครั้งนี้ต้องสนุกแน่ๆ เขาตั้งตารอดูฉากหายนะของอาร์ตได้เลย

เจนเห็นสีหน้าที่พร้อมจะเผือกของเบนซ์แล้วก็อยากจะอธิบายว่าที่ทำไปไม่ใช่เพราะอาร์ต แต่ก็รู้สึกว่ายิ่งอธิบายก็ยิ่งดูเหมือนจงใจเกินไป เลยเลือกที่จะเงียบ

เพื่อไม่ให้เจนต้องเสียเวลามาอีกรอบ เบนซ์จึงให้คนเพิ่มข้อสัญญาเข้าไปอีกหนึ่งข้อ หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีปัญหาแล้ว ทั้งสองคนก็เซ็นสัญญา ณ ตรงนั้นทันที

เบนซ์เดินมาส่งเจนที่หน้าลิฟต์ ก่อนจะถามขึ้นอีกหนึ่งประโยค “พี่สะใภ้ พี่อาร์ตยังไม่รู้เรื่องที่พี่เป็นนักเขียนบทใช่ไหมครับ”

เจนชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า

หลายปีมานี้ นอกจากเรื่องที่จำเป็นต้องคุยกันแล้ว พวกเขาก็แทบไม่มีเรื่องอื่นให้คุยกันเลย อาร์ตไม่สนใจเรื่องของเธอ เธอก็เลยไม่ได้พูดถึง

คนที่อยากรู้ย่อมมีวิธีนับพันเพื่อหาคำตอบ แต่คนไม่อยากรู้ แค่ปิดหู ปิดตาก็พอแล้ว

เบนซ์ยิ้มกริ่ม “พี่สะใภ้วางใจได้เลยครับ ผมจะช่วยพี่เก็บเป็นความลับไม่บอกให้ใครรู้แน่นอน”

เขากำลังรอชมวันที่อาร์ตเป็นคนเปิดโปงตัวตนของเจนด้วยตัวเองอยู่

พอเขาหรี่ตาลง เจนก็มองความคิดในใจของเขาออกทันที

จริง ๆ แล้วเธออยากจะบอกว่าไม่จำเป็นต้องเก็บเป็นความลับก็ได้ ยังไงเสียพอได้เจอกับแคลร์เข้า เดี๋ยวอาร์ตก็ต้องรู้ไม่ช้าก็เร็ว แต่เมื่อเห็นท่าทางดื่มด่ำกับความคิดของเบนซ์แล้ว เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป

ระหว่างทางกลับบ้าน เจนได้รับโทรศัพท์จากชัญญาผู้เป็นแม่

ทันทีที่รับสายก็ได้ยินเสียงดีใจของชัญญา “เจน วันนี้แม่ได้โสมชั้นดีมาต้นหนึ่ง คืนนี้ชวนอาร์ตกลับมากินข้าวที่บ้านด้วยกันนะ”

เจนเอียงคอมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถ พลางตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อย่าเลยค่ะ คืนนี้เขามีนัดแล้ว คงไม่ว่างไปหรอกค่ะ”

สามปีที่ผ่านมา เธอก็ใช้ข้ออ้างแบบนี้เพื่อบ่ายเบี่ยงมาตลอด

เพราะคนตระกูลนันทพิวัฒน์เรียกเธอกับอาร์ตกลับไปทีไรก็ไม่เคยมีเรื่องดี ๆ เลยสักครั้ง ถ้าไม่ขอให้ลงทุนก็ขอโครงการ

เธอไม่อยากให้ครอบครัวนี้กลายเป็นแวมไพร์ที่คอยดูดเลือดจากตระกูลปุณณ์เตชะกุล แค่นี้ภาพลักษณ์ของเธอในใจของอาร์ตก็แย่พออยู่แล้ว

ที่วันนี้ไม่ตกลง ไม่ใช่เพราะยังแคร์ภาพลักษณ์ แต่เป็นเพราะใกล้จะหย่ากันแล้ว เธอไม่อยากติดหนี้บุญคุณอะไรอาร์ตอีก

เป็นไปตามคาด วินาทีต่อมาน้ำเสียงของชัญญาก็เปลี่ยนไป ก่อนจะพูดออกมาอย่างไม่พอใจ “ถ้างั้นแกก็กลับมาคนเดียว วันนี้มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย”

เจนขมวดคิ้ว กำลังจะปฏิเสธ แต่อีกฝ่ายราวกับคาดการณ์ไว้แล้วจึงชิงพูดขึ้นก่อน

“อย่าบอกนะว่าแกก็ไม่มีเวลา เป็นแม่บ้านอยู่แต่ในบ้านทั้งวัน จะไม่มีเวลาได้ยังไง? อย่ามาหาข้ออ้าง คืนนี้ต้องกลับมาให้ได้!”

หลังจากออกคำสั่งสุดท้าย ชัญญาก็วางสายไปทันที

เจนถอนหายใจยาว ในที่สุดก็ขัดใจชัญญาไม่ได้

พอกลับถึงบ้าน เธอก็เขียนต้นฉบับนิดหน่อย แล้วต้มโจ๊กไว้ในหม้อให้กับเพิร์ล ก่อนจะส่งข้อความไปบอกเธอให้กลับมาอุ่นกินเอง

หลังจากทำทุกอย่างเสร็จ เธอถึงค่อยกลับไปที่บ้านของตระกูลกิจธนะวรกุล

ทันทีที่เจนก้าวเข้าบ้าน ปาลินที่นั่งอยู่บนโซฟาในชุดที่แต่งองค์ทรงเครื่องอย่างดีก็ลุกพรวดขึ้นมา มองไปที่ประตูด้วยความคาดหวัง

เจนเปลี่ยนรองเท้าแล้วเดินเข้ามาในบ้าน แต่ที่ประตูก็ยังไม่มีคนที่สองเดินเข้ามา แสงในดวงตาของปาลินค่อย ๆ หม่นลง

แต่สุดท้ายเธอก็ยังไม่ยอมแพ้ มองไปที่ประตูอีกหลายครั้ง ก่อนจะหันมาจ้องเจนอย่างไม่พอใจ “กลับมาคนเดียวจริง ๆ เหรอ?”

เจนกางมือสองข้างออกอย่างจนใจ “ก็คงจะอย่างงั้นล่ะคะ? ฉันจะซ่อนคนตัวโต ๆ อย่างอาร์ตไว้กับตัวได้ยังไงกันล่ะคะ?”

ปาลินคือพี่สาวของเจน สมัยนั้นตระกูลนันทพิวัฒน์ตั้งใจจะให้เธอแต่งงานกับอาร์ต แต่ใครจะไปคิดว่าสุดท้ายอาร์ตจะเลือกเจน

อาร์ตทั้งหล่อ หุ่นดี แล้วก็รวย ผู้หญิงคนไหนบ้างจะไม่ชอบ?

การถูกน้องสาวตัวเองแย่งผู้ชายดี ๆ แบบนี้ไป ปาลินจะทนได้อย่างไร?

ทุกครั้งที่รู้ว่ามีความเป็นไปได้ที่อาร์ตจะมา เธอก็จะนั่งรอราวกับเป็นรูปปั้น

พอไม่ได้เจออาร์ต ก็จะจ้องเจนราวกับเป็นหญิงสาวที่ถูกสามีทอดทิ้ง

เป็นแบบนี้ทุกครั้ง จนเจนรู้สึกชินชาไปแล้ว

ความหวังของปาลินพังทลายลงอีกครั้ง ในใจมีความไม่พอใจ จึงไม่มีสีหน้าดี ๆ ให้เจนแม้แต่น้อย

เธอแค่นเสียงเย็นชา "เก่งเรื่องซ่อนคนนี่ ปีแล้วปีเล่าก็ไม่เห็นจะพาอาร์ตกลับมาสักครั้ง ถ้าเก่งจริงก็ซ่อนเขาไว้ให้ได้ตลอดชีวิตเลยสิ"

เจนเงียบไม่ตอบ

เวลาของเธอเองก็เหลืออีกไม่มากแล้ว รอให้ปาลินรู้ว่าเธอหย่ากับอาร์ตแล้ว คงจะดีใจมากสินะ แบบนี้เธอก็จะมีโอกาสแล้ว

แต่ปาลินจะสู้ชนะแคลร์ได้หรือไม่ ก็ต้องดูความสามารถของเธอแล้ว

เจนล้างมือแล้วเดินไปที่โต๊ะอาหาร ทักทายธีร์กับชัญญาที่โต๊ะ “พ่อคะ แม่คะ”

เมื่อเห็นว่าเจนกลับมาคนเดียวอีกแล้ว ชัญญากับธีร์ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร แต่บนใบหน้าก็ยังคงซ่อนความผิดหวังไว้ไม่มิด

พอเริ่มทานอาหาร ชัญญากับธีร์ก็เอาแต่คีบกับข้าวให้ปาลินตามความเคยชิน เวลาฟังเธอพูดก็ยิ้มแย้มเสมอ

ปาลินเริ่มบ่นเรื่องงาน สองสามีภรรยาก็ตั้งใจฟังอย่างอดทน

เจนกำตะเกียบแน่น มองบรรยากาศที่อบอุ่นของคนทั้งสาม รู้สึกเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นคั่นกลางระหว่างเธอกับพวกเขา

ทั้ง ๆ ที่เธอก็ใช้นามสกุลนันทพิวัฒน์ แต่ตั้งแต่เล็กจนโต ความอ่อนโยนและความรักของธีร์กับคนอื่นๆ แทบจะมอบให้ปาลินทั้งหมด

ส่วนเธอกลับถูกมองข้ามมาโดยตลอด

บางครั้งเธอก็อดคิดไม่ได้ว่า เธอเป็นลูกแท้ ๆ ของพวกเขาจริงหรือ? ไม่อย่างนั้นพ่อแม่ที่ไหนจะลำเอียงกับลูกตัวเองได้ขนาดนี้?

ขณะที่เจนกำลังเหม่อลอย ธีร์ก็ให้คนนำชุดกระดานหมากล้อมและตัวหมากหยกขาวทั้งชุดออกมา

แล้วพูดกับเจนว่า “คุณจอร์จชอบเล่นหมากล้อม นี่เป็นกระดานหยกขาวที่พ่อสั่งทำพิเศษ อีกสองสามวันลูกเอาไปให้ท่านนะ”

เจนเหลือบมองแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “พ่อคะ คุณปู่ไม่ได้ขาดกระดานหมากนะคะ”

“คนที่ชอบเล่นหมากที่ไหนจะไม่ชอบกระดานหมากล่ะ? เดี๋ยวกลับไปอย่าลืมเอาไปด้วย”

เจนไม่อยากรับมา ก็เพราะเมื่อไหร่ที่ธีร์ให้ของขวัญ ก็หมายความว่ามีเรื่องจะขอร้องตระกูลปุณณ์เตชะกุล

เป็นไปตามคาด เธอเพิ่งจะตักข้าวเข้าปากไปได้สองคำ ก็ได้ยินธีร์พูดว่า “โครงการศูนย์ก่อสร้างเมืองนั้นยังไม่มีความคืบหน้าเลย ลูกกลับไปถามอาร์ตหน่อยสิ ว่าจะยกโครงการนี้ให้เราได้ไหม”

เจนกลืนข้าวในปากลงไป ก่อนจะเอ่ยปาก “เรื่องธุรกิจเจนไม่เข้าใจ พ่อไปถามเองเถอะค่ะ”

ชัญญาที่เงียบมาตลอดอดไม่ได้ที่จะโกรธขึ้นมา “ทำไมแกถึงไร้ประโยชน์ขนาดนี้? แกแต่งงานไปตั้งสามปีแล้ว หลายปีมานี้เอาแต่สุขสบายคนเดียว เคยทำประโยชน์อะไรให้ที่บ้านบ้างไหม?”

“ตอนนี้แค่ให้แกไปถามนิด ๆ หน่อย ๆ แกก็บ่ายเบี่ยงไปมา”

ถ้ารู้ว่าแกช่วยที่บ้านไม่ได้แบบนี้ ตอนนั้นไม่น่าเห็นด้วยให้แกแต่งงานไปเลย ถ้าให้ปาลินแต่งไป ป่านนี้ตระกูลนันทพิวัฒน์ของเราคงไม่ตกต่ำถึงขนาดนี้หรอก

ชัญญาพูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงก็เริ่มสั่นเครือ

หลายปีก่อนตระกูลนันทพิวัฒน์ยังถือว่ารุ่งเรือง แต่สองปีมานี้เพราะธีร์ทำโครงการขาดทุนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงไม่รุ่งเรืองเหมือนแต่ก่อนแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป