บทที่ 11 ตอนที่ 10 ลืมเหรอว่าท้องอยู่?
ตอนที่ 10 ลืมเหรอว่าท้องอยู่?
สี่สัปดาห์ต่อมาตามที่หมอนัด..ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงก็มาเข้ารับการตรวจ จนได้ผลสรุปว่าคุณแม่เพิ่งจะตั้งครรภ์ได้เพียงหกสัปดาห์เท่านั้น ซึ่งขนาดตัวทารกในครรภ์ก็เล็กมาก จนไม่สามารถอธิบายได้ว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหน โดยระหว่างนี้หมอก็แนะนำว่าให้มาพบหมอทุก ๆ สามถึงสี่สัปดาห์ หากไม่สะดวก จะรอมาตอนครบสิบสองสัปดาห์ที่สามารถมองเห็นเพศได้แล้วเลยก็ได้ หมอจะได้ทำการจ่ายยาให้ตามจำนวนวัน..
หญิงสาวจึงหันไปสบตาคุณเขาที่เป็นฝ่ายตัดสินใจ เพราะเขารับผิดชอบทุกอย่างเกี่ยวกับเธอและลูกในตอนนี้..
“อีกสามสัปดาห์มาครับ แล้วก็นัดอีกทีสิบสองสัปดาห์”
“รวมเป็นสองนัดนะคะ”
“อืม” ผู้เป็นพ่อตอบรับในลำคอ มองแม่ของลูกที่นอนยิ้มอยู่บนเตียงพลางส่ายหน้าไปมา หน้าตามิเกลตอนนี้มันน่ากัดน่าฟัดจนอยากจับกดทำรัก แต่ก็ติดที่เธอยังท้องอ่อน ๆ อยู่
“มีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหมคะคุณพ่อคุณแม่” แพทย์หญิงหันมาระบายยิ้มถามทั้งคุณพ่อคุณแม่ จนได้เห็นท่าทางยึกยักของคนเป็นพ่อ เธอจึงเอ่ย..
“ทุกกิจกรรมที่เคยทำสามารถทำร่วมกันได้เหมือนที่ผ่านมาเลยนะคะ เพียงแค่ต้องระวัง นุ่มนวลมากกว่าเดิมค่ะ หมอประเมินดูสุขภาพร่างกายคุณแม่แล้ว..แข็งแรงดีค่ะ ยิ่งคุณพ่อคุณแม่แสดงความรักกัน ตัวคุณแม่จะหลั่งฮอร์โมนความสุขออกมา ช่วยให้ทั้งแม่และลูกอารมณ์ดีค่ะ..
..แต่ปัญหาหลัก ๆ ที่หมอพบเจอคืออาการแพ้ท้อง และฮอร์โมนคุณแม่ที่ไม่คงที่ อาจจะควบคุมได้บ้างไม่ได้บ้าง คุณพ่อต้องทำใจ ใจเย็นกับคุณแม่ระหว่างที่ตั้งครรภ์หน่อยนะคะ อาจจะเกรี้ยวกราดนิดหนึ่ง อยากให้คุณพ่อช่วยโอ๋กอดปลอบเข้าใจคุณแม่มากกว่าดุค่ะ เพราะสภาพจิตใจของคุณแม่ส่งผลต่อลูกโดยตรง ส่วนเรื่องอาหารให้เลือกทานอาหารที่สดใหม่ ปรุงสุกนะคะ แล้วก็เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบห้าหมู่ เพราะทารกในครรภ์จะได้รับสารอาหารนี้ด้วยค่ะ”
ทั้งสองที่ตั้งใจฟังพยักหน้ารับแทบทุกถ้อยคำที่หมอเอ่ย..จนกระทั่ง
“วางแผนไว้ว่าอยากจะผ่าคลอดหรือคลอดธรรมชาติคะ เดี๋ยวหมอจะได้ประเมินอุ้งเชิงกรานคุณแม่ให้ เผื่อว่าจะคลอดเองไม่ได้”
“คลอดธรรมชาติค่ะ” มิเกลตอบเสียงใส ทำคนได้ยินหันขวับคว้าไหล่แม่ของลูกแล้วพูดแทน
“ผ่าคลอดครับ เธอจะได้ไม่เจ็บ ไม่เสี่ยงมากด้วย”
“แต่เกล..”
“เธอทนไม่ไหวหรอก อย่าทนเลย”
“เพื่อลูกของเราไงคะ..” มิเกลยิ้มตาหยีตอบ ทำเสียงคนเป็นพ่ออ่อนลงจำต้องพยักหน้าเอาตามที่เธอว่า
แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้เพราะมินนี่ที่เห็นว่าแข็งแรงก็ยังช็อกหมดสติจนต้องผ่าตัดด่วน ไม่รู้ล่ะ..เขาไม่อยากให้มิเกลแบกรับความเสี่ยงมากขนาดนั้น อีกอย่าง..เขาอยากเข้าไปอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดแบบนั้นกับเธอด้วย และมันคงดีมาก ถ้าเธอหันมายิ้ม พูดคุยกับเขา แทนการแสดงสีหน้าเจ็บปวดทรมานตอนปวดท้องเบ่งคลอดลูก ไหนจะมีเรื่องลมเบ่ง เธอที่ต้องอดทนจนตัวสั่น ไม่ไหวจริง ๆ รู้แหละว่าเก่งทนได้ แต่อยู่กับเขาไม่จำเป็นต้องเก่งทุกเรื่อง อ่อนแอบ้างก็ได้ไม่เห็นจะเป็นอะไร ตัวเขาเองก็ไม่ได้เก่งไม่ได้เข้มแข็งตลอดเวลาขนาดนั้น ก็มีบ้างที่เสียน้ำตานั่งร้องไห้ มันไม่ได้เสียหายอะไร แค่ล้มแล้วต้องลุกให้ไว ยืนให้มั่น ตั้งสติให้ดี จะได้ไม่พลาดซ้ำอีก..
บทสรุปคือเขาขอคุยกับหมอนอกรอบในตอนที่แม่ของลูกไปเข้าห้องน้ำ จนได้ความว่ามิเกลจะผ่าคลอด โดยมีเขาเป็นสามี เซ็นยินยอมผ่าคลอด..
หลังจากที่รอรับยาเสร็จเรียบร้อย เกมก็เลือกชวนมิเกลกลับบ้านเลย..
“วันนี้เราไม่แวะหาอะไรกินกันเหรอคะ”
“อาหารที่บ้านก็มี”
“ทำแล้วใช่ไหมคะ”
“เธอหิวก็แค่บอก ทุกคนพร้อมทำให้เธออยู่แล้ว”
“สบายจัง ~” พูดเสียงใส ขยับตัวดุกดิกไปมาตะแคงข้างหันมองพ่อของลูก จนเขาหันมาสบตาถาม
“เป็นอะไร”
“เปล่าค่ะ แค่อยากมองเฉย ๆ”
“ง่วงบ้างหรือเปล่า?” ถามเธอที่เอาแต่มองเขาตลอดทั้งทางกระทั่งถึงบ้าน..
“ขอไปกินผลไม้ก่อนนะคะ เดี๋ยวตามขึ้นไปค่ะ”
“ฉันนั่งรอที่ห้องรับแขก”
“กินด้วยกันไหม”
“ยกมาแล้วกัน อาจจะสักชิ้นสองชิ้น” ประโยคนี้ทำมิเกลยิ้มแฉ่งเดินลิ่ว ๆ ไปยังห้องครัว คงไม่แคล้วเข้าไปขอช่วยแม่บ้านทำนู่นนี่ตามประสาเธอ
ร่างเล็กที่ย่องเบาเข้ามาในห้องครัว หันมองซ้ายมองขวาจนมั่นใจว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่ เธอจึงย่อตัวนั่งลงเลือกผลไม้สามสี่อย่างออกมาวางบนเคาน์เตอร์เพื่อทำการล้างและปอกเปลือก ท้ายที่สุดคือการปอกเปลือกมะนาว เพื่อจะทำการใส่พริกน้ำปลาผงปรุงรสเพิ่มความอร่อย ในขณะที่เธอกำลังฝานมะนาวให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ปลายมีดแหลมก็ผ่านนิ้วเรียวไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอที่ไม่รู้อะไรเริ่มรู้สึกแสบจึงวางมีดลงเดินไปเปิดก๊อกน้ำยื่นมือไปล้าง จนได้เห็นว่ามีเลือดซึมมาจากนิ้วมือ
“ทำอะไรเหรอคะคุณผู้หญิง” แม่บ้านสูงวัยเดินยิ้มแย้มเข้ามาก่อนจะตกใจยกมือทาบอก หันมองซ้ายมองขวารีบหาผ้าสะอาดมาช่วยกดแผลห้ามเลือดคุณผู้หญิงไว้ เจ้าของเลือดที่ไหลซึมยิ้มแห้งมองคุณแม่บ้านตาละห้อยสลับกับมะนาวที่ตัวเองฝานไว้แล้ว
“อยากทานทำไมไม่เรียกคะ กำลังท้องกำลังไส้มาจับของมีคมแบบนี้ไม่ดีนะคะ”
“เกล..ไม่อยากรบกวนค่ะ”
“แล้วแบบนี้คุณผู้ชายเห็นก็โดนดุกันหมดสิคะ” พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงเจ้าของบ้านก็ดังขึ้นและเหมือนจะใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
“อย่าบอกคุณเขานะคะ”
“คุณผู้หญิง..”
“มิเกล เธอทำอะไร นานมากแล้วนะ”
“ก็..กำลังหั่นมะนาวไงคะ”
“เสร็จหรือยัง ออกมาได้แล้ว อากาศมันไม่ค่อยถ่ายเทมายืนนาน ๆ ทำไม”
“เหลือปรุงรสก็เสร็จแล้วค่ะ ขออีกห้านาที”
“ไม่ห้านาที ออกมาเลย” เจ้าของบ้านพูดอย่างเอาแต่ใจ เดินไปคว้าข้อมือแม่ของลูกให้เดินออกไปพร้อมกันจึงได้เห็นผ้าที่พันนิ้วมือเธอเอาไว้
เขาเลยตวัดหางตาไปสบตาแม่บ้านเก่าแก่ของบ้านนี้ทันที..
“คุณผู้หญิงโดนมีดบาดค่ะ”
ประโยคบอกเล่าของคนตรงหน้าทำลิ้นสากดันติดกระพุ้งแก้มซ้ายขวา ตวาดเรียกเหล่าแม่บ้านในบ้านเสียงดังจนทุกคนมายืนเรียงรายกัน
“คุณเกม..เกลทำเองนะ ถ้าจะดุก็ดุเกล ทุกคนไม่เกี่ยว”
“ฉันจะไม่ดุเธอ แต่ฉันจะดุทุกคนที่ดูแลเธอไม่ดี แล้วถ้าเธอไม่อยากให้ทุกคนโดนดุด่าเธอก็อย่าทำให้ตัวเองเจ็บตัวแบบนี้อีกมิเกล!” เขาพูดแล้วรั้งท้ายทอยมิเกลมาซุกอก คล้ายบังคับให้เธอหยุดพูด
“พวกเธอไปไหนกันหมด ทำไมไม่มีใครมาคอยดูแลมิเกล!”
“พวกเรากำลังเก็บพืชผักปลอดสารพิษข้างบ้านมาไว้ทำอาหารให้คุณผู้หญิงค่ะ”
“ใครสั่งให้พวกเธอเก็บ!”
“เกลสั่ง..” มิเกลเงยหน้าเกยคางบอกพ่อของลูกเสียงอ่อนลง เกมที่ได้ยินจึงถอนหายใจเบือนหน้าหนี
“ต่อไป..”
“คุณเกม..ไม่ดุได้ไหม ~” หญิงสาวกระชับกอดแน่นขึ้นพร้อมกับร้องขอพ่อของลูกให้ไม่ต้องดุทุกคน ทำเขาที่กำลังอ้าปากจะต่อว่าหยุดชะงักถอนหายใจเสียงดังอีกครั้ง
“เอาผลไม้ออกมาที่ห้องรับแขก หยิบกล่องปฐมพยาบาลมาด้วย”
โทนเสียงที่คุณเขาใช้เอ่ยเบาลงกว่าเมื่อครู่มาก มิเกลจึงขยับคลายกอดหันไประบายยิ้มแห้งให้แม่บ้านทุกคนก่อนจะขยับปากเอ่ยคำว่าขอโทษแบบที่ไม่มีเสียง ทุกคนต่างก็ยิ้มตอบด้วยที่รู้ว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครตั้งใจอยากให้เกิดขึ้น แต่ที่กลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ก็เป็นเพราะคุณผู้ชายที่เป็นห่วงคุณผู้หญิงมาก
ภายในห้องรับแขก
ผลไม้หลากหลายถูกวางเสิร์ฟตรงหน้าพร้อมกับเครื่องปรุงที่มิเกลมักจะชอบใส่ ก็ถูกวางเรียงรายให้ได้เลือกตักปรุงเอง
“ซ่านักเหรอ หายเงียบไปตั้งนาน ถ้าไม่เข้าไปจะเห็นไหมว่ามีดบาด” พูดพลางล้างแผล ติดปลาสเตอร์ให้
“ก็ กำลังห้ามเลือดอยู่ไงคะ”
“พูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาเลยนะ”
“เป็นปกติของคนจับมีดหรือเปล่าคะ”
“จับทำไม?” คำถามของเขาทำมิเกลแสดงสีหน้างุนงง
“ก็ปอกผลไม้ไงคะ ไม่จับจะปอกยังไง ให้เอาฟันแทะเหรอ..ไม่เอาอะค่ะ เหงือกอักเสบกันพอดี”
“แม่บ้านมีเยอะแยะ แค่เธออ้าปากทุกคนก็พร้อมจะทำให้แล้ว ฉันไม่เข้าใจว่าเธอทำไปทำไมมิเกล”
“อยากทำเองนี่คะ บางสิ่งบางอย่างก็ไม่ได้อยากให้ใครช่วย”
“แต่เธอลืมไปหรือเปล่าว่าท้องลูกของฉันอยู่?”
“…”
“จะทำอะไรก็หัดนึกถึงลูกให้มาก ๆ เธอก็รู้นี่..ฉันต้องการลูกมากแค่ไหน”
“ค่ะ เกลขอโทษนะคะ” ขอโทษที่อยากจะช่วยเหลือตัวเอง ทำอะไรเพื่อตัวเองจนโดนมีดบาด จนลืมนึกไปถึงความปลอดภัยของลูกในท้อง ก็อย่างว่า..เขาต้องการแค่ลูก ไม่ได้ต้องการแม่ ไม่จำเป็นต้องห่วงแม่แบบเธอมันก็ถูกแล้ว
“ทำอะไรไม่รู้จักระมัดระวัง ลืมเหรอว่าท้องอยู่?”
“เกลอิ่มแล้วค่ะ ขอตัวขึ้นไปนอนพักก่อนนะคะ” หญิงสาวพูดแล้วก็วางช้อนส้อมในมือลงข้างจาน ลุกขึ้นยืนเดินลูบท้องตรงไปยังบันไดบ้าน และเมื่อเข้ามาในห้องนอนอาการน้อยใจก็ยิ่งทวีคูณขึ้น จนต้องไปฟุบหน้ากับหมอนร้องไห้โวยวายระบายอารมณ์ที่สุดจะกลั้น
พ่อของลูกที่เดินตามหลังมาติด ๆ ย่องเบามาแง้มประตูห้องมองแม่ของลูก จึงได้เห็นว่าเธอกำลังโกรธและโวยวายเลยเลือกมองอยู่ตรงนี้เงียบ ๆ รอให้ใจเย็นกว่านี้อีกหน่อยค่อยเข้าไปปลอบ
‘คุณพ่อต้องทำใจ ใจเย็น’
‘อยากให้คุณพ่อช่วยโอ๋กอดปลอบเข้าใจคุณแม่มากกว่าดุค่ะ’ เสียงหมอที่แว่วเข้ามาทำให้เขาตัดสินใจดันประตูห้องเข้าไป ไม่ลืมปิดและล็อกกันคนนอกมารบกวน
เกมนั่งลงด้านข้างแม่ของลูกที่ฟุบหน้าไปกับหมอนร้องไห้สะอึกสะอื้น วางมือลงบนท้ายทอยลูบปลอบลงมาถึงแผ่นหลังแผ่วเบา ก่อนจะรั้งเธอให้ผละออกจากหมอนมาโอบกอดเขาแทน..
“ฮึก..” เสียงสะอื้นดังขึ้นในลำคอ แม้ว่าจะพยายามไม่ร้องไห้ต่อหน้าคุณเขาแล้ว
“ฉัน..พูดแรงไปใช่ไหม ขอโทษนะ”
“…”
“ฉันก็เป็นห่วงเธอเหมือนกัน เลยพลั้งปากพูดแบบนั้นไป แต่ต่อไปฉันจะไม่พูดจาทำร้ายใจเธอแบบนี้อีก..”
“…”
“ให้อภัยฉันได้ไหม เกล..” ประโยคของชายวัยกลางคนสามารถทำให้แม่ของลูกยอมคลายกอดออกมาสบตากันได้ หญิงสาวพยายามมองและฮึบบอกตัวเองไม่ให้ร้องไห้แล้วจึงเอ่ย..
“เกลไม่ได้โกรธ เกลแค่น้อยใจทั้งที่เกลก็เจ็บแต่คุณกลับ..”
“โอเค ฉันผิดที่พูดแบบนั้น ต่อไปฉันจะพูดให้เป็นกลาง ห่วงทั้งแม่ทั้งลูก ดีไหม” ร่างสูงเอ่ยเสียงอ่อนโยน รั้งแม่ของลูกมากอดปลอบอีกครั้ง มิเกลที่เผลอคิดไปไกลไม่ได้กอดตอบ เพียงแค่บอกตัวเองให้หยุดร้องอย่าอ่อนแอแบบนี้
สามสิบนาทีต่อมา
มิเกลที่อารมณ์ไม่คงที่เริ่มกลับมาเป็นปกติ มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะเพราะหนังตลกที่พ่อของลูกเปิดให้ดู แม้ในใจจะยังรู้สึกจี๊ดกับคำพูดก่อนหน้านี้อยู่ก็ตาม..
“ชอบไหม..” ร่างสูงถามพลางกดปลายจมูกคลอเคลียขมับบางที่นอนหนุนช่วงไหล่ขณะดูหนังด้วยกันยิ้ม ๆ มิเกลเงยหน้าขึ้นมาสบตาพยักหน้ายิ้มแทนคำตอบ
“ฉันมีหนังที่อยากดูเยอะแยะไปหมด แต่ไม่ค่อยมีเวลาสักเท่าไหร่”
“เพราะคุณทำงาน กินนอนที่คลับไม่ได้กลับบ้านใช่ไหมคะ”
“ประมาณนั้น”
“เกล..ถามได้ไหม ทำไมคุณถึงไม่กลับบ้านคะ”
“ฉันไม่ได้มีคนรออยู่ที่บ้าน กลับมาก็เหงา จะกลับมาทำไม”
“แต่นี่เป็นบ้านของคุณนี่”
“ก็บ้าน บ้านเฉย ๆ ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไร” คำตอบของเขาทำให้หญิงสาวในอ้อมแขนพยักหน้าเงียบครู่หนึ่ง..
“ถ้ารู้สึกพิเศษ คุณจะกลับมาอยู่บ้านทุกวันเหรอคะ”
“ถามทำไม”
“ให้พูดตามตรงก็อยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้ค่ะ”
“ทั้งที่สุดท้ายเธอต้องไปน่ะเหรอ?”
ประโยคนี้เหมือนเป็นการจบบทสนทนาเรื่องบ้านไปโดยปริยาย..จวบจนกระทั่งหนังจบลง
“ไปอาบน้ำกันไหม..จะได้รู้สึกผ่อนคลาย”
“อาบด้วยกันเหรอ..คะ”
“อืม ฉันจะได้ดูด้วยว่าร่างกายเธอมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง”
“^_^ ถ้าคุณต้องการเกลขอไม่ทำในห้องน้ำนะคะ กลัวลื่น..” พูดดักไว้ก่อนกลัวคุณเขาจะเกิดอาการหื่นขึ้นมาจนลืมนึกถึงความปลอดภัย และประโยคของเธอก็ทำคุณเขาหัวเราะเสียงดัง
“กลัวลื่นหรือกลัวฉันกันแน่”
“ปลอดภัยไว้ก่อนค่ะ”
“หึหึ ช่างพูดนะ” หัวเราะในลำคอมองหญิงสาวที่พูดดักไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
จนกระทั่งสองเราตัวเปลือยเปล่า เขาก็จับเธอยืนตะแคงข้างหันซ้ายมองขวาดูว่ามีส่วนไหนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง ทว่าดูแล้วก็ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่..เลยเลือกคลอเคลียผลัดกันถูสบู่ให้กันตอนอาบน้ำแทน
“อย่าซน..” ว่าให้มิเกลที่อาสาจะถูหลังให้แต่กลับสวมกอดจากด้านหลังมากอบกุมความใหญ่ที่มันแข็งพร้อมออกรบแล้วเล่น เธอใช้สองมือขยับถูฟองสบู่จนมันแข็งมากกว่าเดิมจำต้องงอตัวรับความเสียวซ่านที่เธอมอบให้กัน
“เกล..”
“ถูสบู่ไงคะ ~” กรอกเสียงหวานตอบ ทำคุณเขายืนเกร็งงอตัวสลับหลังตรง เธอไม่รู้ว่าระหว่างเราห่างหายกันไปนานหรือเป็นเขาที่โดนเธอแตะต้องตัวจน..เสร็จไว เพราะเธอแค่จับเล่นแป๊บเดียวเท่านั้น คุณเขาก็..เผลอหลั่งออกมาจนต้องอาบน้ำใหม่อีกครั้ง
