บทที่ 9 ตอนที่ 8 หมดเวลาหมดผลประโยชน์
ตอนที่ 8 หมดเวลาหมดผลประโยชน์
วันเวลาผ่านไปไวเหมือนนอนหลับฝัน วันนี้เป็นวันครบรอบสามเดือนที่เธอเป็นผู้หญิงของเขาเต็มตัว และวันนี้ก็คงเป็นวันตัดสินว่าเธอควรจะได้ไปต่อหรือควรต้องหยุด..
“ไปไหนมาคะ” มิเกลเอ่ยถามคุณเขาที่เปิดประตูห้องเข้ามาในช่วงเช้า ก่อนจะต้องหน้าเสียเมื่อเห็นกระเป๋าเงินสดที่เขาถือเข้ามา เกมวางกระเป๋าลงบนที่นอนข้างมิเกล มองเงินในกระเป๋าสลับกับแม่อุ้มบุญที่คิดว่าจะใช่แต่กลับไม่ใช่นิ่ง
“หมดเวลาของเธอแล้ว” ชายวัยกลางคนพูดเสียงราบเรียบ ไม่ได้แสดงออกถึงความยินดียินร้ายที่ความสัมพันธ์นี้ดำเนินมาได้ถึงสามเดือนเต็ม มิเกลมองเงินสลับกับร่างสูง รีบลุกจากเตียงนอนไปสวมกอดเอวสอบแน่น..
“ขอเวลาอีกหน่อยได้ไหม..คะ”
“ฉันอยากได้คนที่พร้อม ซึ่งเธอไม่ใช่”
“เกลขอเวลาหนึ่งสัปดาห์ได้ไหม นะคะ นะ”
“หนึ่งสัปดาห์ที่รอ ฉันจะไม่จ่ายเงินและจะหาผู้หญิงคนอื่นระหว่างรอ ถ้าไม่มีคำตอบที่ฉันพอใจ เธอก็แค่หายไปเงียบ ๆ แต่ถ้ามั่นใจก็กลับมา”
“..แบบนั้นก็ได้ค่ะ” มิเกลพยักหน้ารับ ซึ่งมันดีกว่าที่คุณเขาบอกจะไม่รอเลย เธอในตอนนี้ก็แค่อยากรอให้แน่ใจว่าประจำเดือน เดือนนี้จะไม่มาเพราะมันคลาดเคลื่อนไปแล้วสองวัน
ทุกคืนทุกวันเธอภาวนาให้ไม่ต้องมาแล้ว ให้หายไปเลย ชีวิตหลังจากนี้จะได้ไม่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำอีก อย่างน้อยก็พอจะมีเงินก้อนให้ได้ไปตั้งตัวบ้างไม่มากก็น้อย..
เกมมองท่าทางอาลัยอาวรณ์ของมิเกลนิ่ง จำใจดันเธอออกแล้วหยิบกระเป๋าเงินสดยื่นให้
“กลับไปรอในที่ของเธอ” ประโยคคำพูดของเขาถือว่าสิ้นสุด
และหลังจากนี้ก็คงให้วงในเริ่มกระจายข่าวใหม่อีกครั้ง..เผื่อว่าจะมีใครสักคนที่สามารถตอบโจทย์คนอย่างเขาได้ แบบที่ไม่ต้องรอนานมากขนาดนี้
ร่างเล็กเดินลงมาด้านล่างด้วยสภาพจิตใจที่ห่อเหี่ยว จะร้องก็ร้องไม่ออก จะพูดจะเล่าให้ใครฟังก็ไม่ได้ ทำได้แค่เก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ รอวันเวลาที่เหมาะสม วันที่เธอจะได้รับสิทธิพิเศษข้อยกเว้นต่าง ๆ นานา จากคุณเขา..
แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีวันนั้นหรือเปล่า ในใจก็ได้แต่ภาวนาซ้ำ ๆ ขอให้เป็นอย่างนั้น ขอให้ชีวิตหลังจากนี้ดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้นบ้าง
“ผมไปส่งครับ” แม็กเดินมายืนดักหน้าคุณมิเกล โน้มศีรษะให้เล็กน้อยก่อนจะช้อนตามอง
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวพยักหน้ารับความหวังดี เดินตามหลังคุณแม็กไปจนเข้าไปนั่งในรถ ก็ไม่วายเหม่อลอยนึกถึงท่าทางเย็นชาที่คุณเขาแสดงออก ทั้งที่เมื่อคืน..เราก็เพิ่งมีอะไรกัน และดูเหมือนจะเข้ากันได้ดี..
“ครบสามเดือนแล้วใช่ไหมครับ”
“ค่ะ”
“คุณมิเกลโอเคหรือเปล่าครับ”
“..เกลตอบไม่โอเคได้ด้วยเหรอคะ แล้วนี่..พวกคุณหาผู้หญิงคนใหม่ให้คุณเกมหรือยังคะ”
“ก็กำลังครับ” แม็กพูดพลางระบายยิ้มแห้ง ด้วยที่ไม่คิดว่าคุณมิเกลจะวนมาถามเรื่องนี้
“เกลมีเวลาหนึ่งสัปดาห์ ระหว่างนี้คุณช่วยเลือกผู้หญิงให้คุณเกมช้า ๆ หน่อยนะคะ แต่ถ้าหลังสัปดาห์นี้ไปแล้วเกลยังไม่กลับมา คุณก็ส่งผู้หญิงคนใหม่มาหาคุณเขาได้เลยค่ะ”
“เอ่อ..” แม็กมีท่าทางอึดอัดใจ เนื่องจากว่าคนที่ถูกพูดถึงเป็นนาย อีกคนก็เป็นอนาคตแม่ของลูกนาย ครั้นจะปฏิเสธก็กลัวคุณมิเกลจะร้องไห้ฟูมฟาย เพราะนายเราดันเล่นแสดงละครซะเหมือนจริง ผู้หญิงที่ไหนไม่หวั่นไหวก็บ้าแล้วล่ะ
“นะคะคุณแม็ก..”
“เอ่อ..ครับ” คำร้องขอของคุณมิเกลเป็นผลทันทีที่เธอร้องขอ เพราะเขาเผลอตอบรับไม่รู้ตัว ถ้าต้องพูดกลับไปกลับมาก็คง..ดูไม่น่าเชื่อถือ เพราะฉะนั้นเขาจะ..
“เอาแบบนี้แทนนะครับ ภายในสัปดาห์นี้ผมจะให้นายลองเลือกผู้หญิงที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และจะนัดพูดคุยหลังสัปดาห์นี้ คุณมิเกล..โอเคไหมครับ”
“ค่ะ ยังไงแล้วเกลก็ต้องโอเค ขอบคุณคุณแม็กมากนะคะ เป็นไปได้ก็ฝากบอกคุณปืนด้วยนะคะ”
“ครับผม..” เล่นต้อนกันทุกทางแบบนี้ พวกเขาจะเหลืออะไร
ทันทีที่คุณมิเกลลงจากรถ แม็กก็หายใจโล่งท้อง รีบต่อสายไปบอกไอ้ปืนทันที รายนั้นก็เออ..ออไม่รู้ประสีประสา ต่างจากเขาที่โดนกดดันจนเผลอรับปาก
“ถ้านายรู้ซวยแน่เลย..สัดเอ๊ย!” แม็กสบถออกมาเสียงดังเมื่อทบทวนถึงประโยคที่เผลอรับปากไป แต่ไหน ๆ ก็รับปากไปแล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แต่ถ้าลูกไม่มาเกิดกับคุณเกลนี่..ซวยกันถ้วนหน้า
ทางด้านมิเกลที่กลับขึ้นห้องนอน
เธอคลานขึ้นเตียงไปนอนกอดหมอนข้างไม่พูดไม่จา หลับตาน้ำสีใสก็ไหล ลืมตาน้ำสีใสก็คลอ เธอไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองในตอนนี้..ไม่รู้ว่ากำลังเสียใจหรือกลัวชีวิตหลังจากนี้จะต้องลำบากลำบนอีกกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้เธอคิดถึงคนใจร้าย
จากที่เคยได้กอดได้หอมได้จูบ เช้าวันนี้เขาไม่แม้แต่จะทำอะไรกับเธอสักอย่าง แค่กอดตอบเขาก็ไม่ เหมือนอยากจะยัดเงินใส่มือแล้วให้เธอเดินออกไปจากชีวิตเขาซะ แค่นั้นจบ
“ใจร้ายจัง” พึมพำว่าให้เขาที่ไม่สนใจไยดีเธอเลยสักนิด หลังจากที่หมดผลประโยชน์ จนเสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้น
“แม่ทำข้าวต้มเผื่อไว้ให้นะ หิวก็ลงมากินนะเกล”
“ค่ะแม่” เธอเพียงแค่ผงกศีรษะตอบแล้วก็ทิ้งศีรษะลงบนหมอน นอนมุด นอนซบอยู่อย่างนั้น จนผล็อยหลับไป..
อีกด้านของคนที่ถูกว่าใจร้าย
มันเป็นแทบทั้งคืนที่หลับตาไม่ลง จวบจนเช้าวันใหม่ เขาถึงได้ลงไปด้านล่าง ลงไปนั่งตั้งสติเพื่อทบทวนตัวเองว่าที่มิเกลมาอยู่ตรงนี้ได้เพราะอะไร แลกกับอะไร คิดได้ดังนั้นเขาก็เดินไปเตรียมเงินสดไว้ให้เธอ
‘เกมดีกับเรามากเลย ดีจนเรารู้สึกโคตรโชคดีที่ได้เป็นผู้หญิงของเกม ~’
‘เกมอยู่กับเราแบบนี้นาน ๆ นะ’
‘อย่าทิ้งเรานะเกม เรารักเกมนะ’
‘ขอบคุณนะ’
“ดีมากไปก็ไม่ถูกรัก แล้วต้องทำยังไง?” พึมพำถามตัวเองที่อยู่ ๆ ก็เผลอไปนึกถึงคำพูดของใครบางคนที่เคยเป็นคนรักเมื่อสมัยยังเป็นวัยรุ่น ที่เปรียบเสมือนฝันร้าย..
เขาก้มหน้าแค่นหัวเราะในลำคอเปิดเมลดูภาพมิเกลสาวโรงงานที่ไอ้สองคนเคยส่งมาให้ดู ก่อนจะรีบปิดทิ้งเพราะเสียงเคาะประตู
“นายครับ ผมเอาภาพของวันนี้มาให้ดูครับ”
“เก็บไว้ก่อน กูไม่มีอารมณ์” ยกมือปัดให้มันออกไป เพราะตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะดูหรือเลือกอะไรทั้งนั้น จนลูกน้องคนสนิทก้มศีรษะให้แล้วปิดประตูเดินจากไปเงียบ ๆ
ตาคมที่เหล่มองก็ช้อนกลับมามองโทรศัพท์เหมือนเดิมโดยคราวนี้เขาเพียงแค่ดูหน้าจอมืด ๆ ไม่ได้เปิดเข้าไปดูรูปภาพเธออย่างก่อนหน้านี้
หลายวันต่อมา..
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแอบชะเง้อคอมองประตูอยู่บ่อยครั้งด้วยที่หวังอยากให้เป็นมิเกลที่เดินกลับเข้ามา แต่ก็เป็นได้แค่ความคิดเพราะความจริงแล้ว เราเลิกติดต่อกันไปแล้วนับตั้งแต่วันนั้น แม้จะไม่ได้บล็อก ไม่ได้ตัดการเชื่อมต่อ เธอก็ไม่ได้อาลัยอาวรณ์เลยไม่รู้ว่าเธอจะคิดถึงหรือเหงา..แบบเดียวกันกับที่เขากำลังเป็นอยู่ตอนนี้ไหม
“เฮ้อ..” เสียงถอนหายใจดังขึ้นเกินสิบครั้ง ภายในหนึ่งชั่วโมงนี้ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ควรสำหรับคนแก่ ๆ อย่างเขาเลย ทั้งที่อายุก็มากขนาดนี้มัวแต่มานั่งคิดถึงนั่งอกหักเพ้อไปเรื่อยแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน
เลยเป็นเหตุที่ทำให้ต้องเดินออกไปบอกไอ้สองคนให้ส่งรูปแม่อุ้มบุญที่เข้าข่ายมาดูฆ่าเวลา..
“ปริญญาเอก..ทำไมไม่ไปหางานดี ๆ ทำ?”
“นี่ก็เรียนจบสูง หน้าตาดี..แต่คุ้นเหมือนเคยกินแล้ว ไม่เอา ๆ” พูดแล้วก็รีบปัดทิ้ง
“คนนี้อายุยี่สิบสอง เป็นพนักงานบริษัทเอกชน ไม่มีพันธะ ไม่มีก็ไม่มีแต่อายุน้อย ยังเด็กคงควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยอยู่ ผ่านไปก่อน”
“สวยเลยคนนี้..” พึมพำมองภาพที่แนบมาก่อนจะอ่านประวัติ
“เปลี่ยนงานทุก ๆ สามเดือน วุฒิปริญญาตรี มีความมั่นใจในตัวเองสูง ก็เออ..คงมั่นใจจริงแหละ แนบภาพมาซะ..หึ”
“คนนี้แนบภาพลูกมาด้วย..” เขาพึมพำมองภาพที่คุณแม่ลูกหนึ่งแนบภาพมา พร้อมกับซูมดูภาพเด็กน้อยยิ้ม ๆ แล้วก็ปัดทิ้งตกรอบอีกตามเคย
ยังมีอีกหลายสิบคนที่ลูกน้องเขาส่งเข้ามา แต่แล้วยังไง..ในเมื่อเลือกแล้วยังไม่เจอใครสักคนที่ถูกใจเหมือนอย่างที่เคยถูกใจมิเกล จนตอนนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องการแม่อุ้มบุญคนใหม่หรือต้องการคนเดิมมากกว่า เพราะเท่าที่ดูแล้ว ไม่มีใครสักคนที่เขาอยากจะสานสัมพันธ์ด้วยเลย
จะว่าไม่สวย ไม่ดี ก็ไม่ใช่ แค่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ ไม่เหมาะสมเสียมากกว่า..
ด้านมิเกลที่ตื่นมากินแล้วนอนคล้ายขี้เกียจตัวเป็นขนก็โดนแม่เปิดประตูห้องเข้ามาดุ
“เป็นอะไร อกหักเหรอ” แม่ถามลูกสาวที่แทบไม่ออกจากห้องนอนเลยด้วยความเป็นห่วง มิเกลส่ายหน้าไปมายิ้ม ๆ เอ่ยตอบเสียงหวาน..
“เปล่าค่ะ แค่รู้สึกอยากนอนเฉย ๆ มันเบื่อมันเหนื่อย อยากพัก”
“ร่างกายคงเหนื่อยล้าสะสมละมั้งน่ะ งั้นก็นอนเถอะ ทำงานหนักมาหลายปีแล้วหนิ”
“ขอบคุณนะคะ”
“แล้วนี่พี่ไปไหน ไม่มาหาเหรอ แม่ไม่เห็นมาหลายวันจนจะครบอาทิตย์แล้วนะ”
“เขาคงงานยุ่งมั้ง เกลก็ไม่ได้ถาม”
“ทำไมไม่ถามพี่เขาหน่อยล่ะ เป็นแฟนกันประสาอะไร หัดเป็นห่วงกันซะบ้างมิเกล”
“เขามีคนดูแลเยอะแล้วนะแม่..”
“พูดแบบนี้แสดงว่าทะเลาะกันใช่ไหม โกรธพี่เขาแบบวันนั้นแน่ ๆ”
“…” ก็ไม่ได้รู้สึกขนาดนั้น แค่รู้สึกเหมือนหมดผลประโยชน์แล้วก็โดนเฉดหัวทิ้ง
“งอแงมากไปก็ไม่ดีนะเกล พี่เขาทำงานเหนื่อย ใจเขาใจเราหน่อย”
“แม่..เราไม่ได้ทะเลาะกันนะ”
“แล้วเป็นยังไง ทำไมมานอนซมแบบนี้บอกแม่มาสิเกล”
“เกลก็แค่เบื่อ ๆ เวียนหัว เหนื่อยง่าย เลยไม่อยากออกไปไหน”
“งั้นก็นอนพักเถอะ ดีขึ้นแล้วก็โทรหาพี่เขาด้วยนะ ป่านนี้เป็นห่วงแย่แล้วมั้งน่ะ” แม่พูดปัดด้วยที่ไม่อยากพูดถึงเหตุการณ์นั้น เพราะครอบครัวเราไม่ได้พร้อมมากขนาดที่จะเลี้ยงดูเด็กน้อยเพิ่มอีกคน แค่นี้มิเกลก็ทำงานตัวเป็นขนแล้ว ถ้ามีอีกคนที่ต้องรับผิดชอบขึ้นมาอีกละก็..เกลคงเหนื่อยมากกว่าเดิม
ร่างเล็กที่นอนแช่บนเตียงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูฆ่าเวลา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งสัปดาห์ที่ขอกับคุณเขาไว้..
“แบบนี้ควร..ลองตรวจไหมนะ” เธอลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเองพึมพำพูดเสียงเบาด้วยที่กลัวว่าทุกอย่างจะไม่เป็นอย่างที่คิด แม้ว่าประจำเดือนจะยังไม่มาก็ตาม..
จนกระทั่งเช้าวันใหม่..วันที่ครบหนึ่งสัปดาห์เต็ม
ซึ่งมิเกลก็ตั้งใจตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อที่จะไปตักบาตรทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา ในขณะที่เธอกำลังนั่งลงคุกเข่าพนมมือไหว้หลับตารับพรนั้น พระท่านก็เอ่ย..
“อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดนะโยม ฝืนก็เหมือนหลอกตัวเอง เกิดแก่เจ็บตายมันเป็นเรื่องธรรมดา”
ประโยคของพระท่านทำตากลมสวยลืมขึ้นหันมองซ้ายขวา ทว่าที่ตรงนี้มันมีแค่เธอที่นั่งอยู่คนเดียว
“โยมนั่นแหละ สองสามปีนี้หนักหน่อยนะ”
ที่พระท่านว่า..เธอยังไม่ทันได้ถามไถ่ท่านก็เดินจากไปแล้ว ทิ้งให้เธอนั่งเกาหัวงุนงงอยู่ตรงนี้ จนผู้คนที่ผ่านไปมาเหลียวมองจำต้องรีบลุกปัดเข่ารีบไปซื้อนกซื้อปลาไปปล่อยต่อ
“คงจะหนักจริงแหละมั้ง” บ่นอุบอิบว่าให้ตัวเองในเช้านี้ ขนาดมาทำบุญปล่อยนกปล่อยปลายังแกะหนังยางที่รัดถุงไม่ออก จะปล่อยนกก็หาที่เปิดไม่เจอจนต้องค่อย ๆ แกะตรงที่สานไปเรื่อย ๆ จนนกสามารถบินออกไปได้ ทีนี้ก็เหลือแต่ปลา..
“ฉีกถุงเลยไหม? ไหน ๆ ก็ยากแล้ว เอาให้สุดเลย!” ว่าแล้วก็จัดการใช้เล็บฉีกถุง ปล่อยน้องปลาสู่หนองน้ำ แต่แทนที่จะได้บุญ..กลับได้บาปซะงั้น ชั่วพริบตาปลาตัวใหญ่ก็อ้าปากสวบน้องปลาที่เพิ่งปล่อยเข้าปากไป
“เฮ้อ ให้ได้แบบนี้สิ” มิเกลถอนหายใจลุกขึ้นเดินไปทิ้งถุงและกรงนกลงในถังขยะ และในขณะที่เดินก็ไม่รู้ว่าอะไรทำให้นกที่บินอยู่บนท้องฟ้า ปล่อยของดีลงมาใส่แขน จนต้องรีบไปเดินหาก๊อกน้ำ เพื่อล้างออก
ในใจคิดว่าคนอะไรจะเคราะห์ซ้ำกรรมซัดขนาดนี้ ก่อนจะอ๋อ..คนชื่อมิเกลนี่เอง เฮ้อ!
“ก็แค่..วันแย่ ๆ วันหนึ่ง ซวยตั้งแต่เช้า..จะซวยไม่ท้องอีกก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง” พูดแล้วก็ส่ายหน้ายิ้มเดินเข้าไปในร้านขายยาเพื่อขอซื้อที่ตรวจครรภ์สองกล่อง
ทันทีที่กลับมาถึงบ้านเธอก็กลับขึ้นห้องเหมือนอย่างที่ทำหลายวันมานี้ หญิงสาวนั่งอ่านทำความเข้าใจกับที่ตรวจครรภ์อยู่ครู่หนึ่งจนมั่นใจว่ามันใช้แบบนี้ เธอเลยเดินถือออกไปเข้าห้องน้ำ
“ขีดเดียว..เองเหรอ” พึมพำเสียงเบา หยิบอีกอันมาจุ่มต่อ
“ก็ขีดเดียวเองนะ..” แต่เหมือนจะเห็นอีกขีดจาง ๆ จนต้องหยิบขึ้นมาหันมองซ้ายมองขวา พลิกหน้าพลิกหลัง จ้องมองเพ่งเล็งจนปวดตา และอีกอันที่ไม่ได้หยิบขึ้นมาดูก็..
“สองขีด จาง ๆ แปลว่า..ท้อง เหรอ?” มิเกลพูดแล้วรีบหยิบกล่องขึ้นมาอ่านอีกครั้ง
ด้วยความที่ดีใจจนทำอะไรไม่ถูก เธอหันไปหยิบโทรศัพท์มือถือมากดเข้าช่องแชตคุณเขาและกดถ่ายภาพที่ตรวจครรภ์สองอันส่งไป เพียงครู่เดียวเท่านั้น รูปภาพที่ส่งไปก็ขึ้นว่าอ่านแล้ว
G : ของใคร
Mg : ของเกล
เธอพิมพ์ตอบและถ่ายภาพตัวเองคู่กับที่ตรวจครรภ์สองอันส่งให้ว่าที่คุณพ่อป้ายแดง พลางคิดว่านี่..คงเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในวันนี้ ตอนนี้ หลังจากนี้จะเป็นตามที่พระท่านบอกไหม ค่อยว่ากันอีกที แต่ตอนนี้ขอดีใจก่อน ‘กรี๊ดดดดดดด!’ จะกรี๊ดทั้งทีก็กรี๊ดดังไม่ได้ กลัวทุกคนจะตกใจ เลยได้แต่เก็บความดีใจนี้ไว้ในใจ เก็บไปกรี๊ดใส่หมอนในห้องเอา
G : ไปหานะ
