บทที่ 6 คู่จิ้น

“คราวหน้าถ้ามีงานเลี้ยงปิดกล้องอีก พ่อจะเป็นคนไปรับแป้งเอง”

ปุณณัตถ์ ก็ยังคงเป็นปุณณัตถ์ผู้หวงแหนลูกสาวคนเดียวราวไข่ในหินอยู่ดี

“พ่อขา ไม่ต้องเป็นห่วงแป้งขนาดนั้นหรอกค่ะ พ่อก็รู้ว่าแป้งไม่เคยเมาขนาดนี้ บังเอิญว่าช่วงนี้แป้งไม่ค่อยได้พักผ่อน ร่างกายเลยไม่ค่อยแข็งแรง เลยเมาง่าย ป่วยง่าย แต่ต่อไปแป้งจะพักผ่อนให้มากกว่านี้ค่ะ แป้งสัญญา”

“พ่อให้แป้งเอาคนขับรถไปใช้ แป้งก็ไม่ยอม”

คุณพ่อคนหล่อขมวดคิ้ว ทำหน้ายุ่ง ราวกับเด็กหนุ่มแสนงอน เพราะเอาเข้าจริงๆ เขาเองก็ใจอ่อน ไม่สามารถขัดใจอะไรลูกสาวสุดที่รัก รวมถึงเมียรักได้เลยสักครั้ง

“ก็แป้งชอบไปไหนมาไหนเองนี่คะ มันสะดวก คล่องตัวพ่อก็รู้ นะคะ อย่ากังวลเลยนะคะ แป้งสัญญา โอเคไหม”

“หึ พ่อไม่เคยขัดใจแป้งได้เลย แป้งก็รู้ แต่เรื่องผู้ชาย พ่อไม่ยอมนะ ถ้ามีใครมาจีบ แป้งต้องเอามาให้พ่อรู้จักก่อนจะคบเป็นแฟน ถ้าไม่ผ่าน พ่อไม่ให้คบ แป้งห้ามขัดใจพ่อด้วย”

“ค่ะๆๆๆ แป้งยอมแล้วค่ะพ่อ อย่างอนนะ”

ปุณณดาจำต้องลุกขึ้นมากอดคอคุณพ่อรูปหล่อ แล้วหอมแก้มเนียนๆ นั้นฟอดใหญ่เพื่อเอาใจคนขี้งอน

“เอาๆ กินข้าวกันเถอะ แม่หิวแล้ว แป้งจะได้รีบขึ้นไปกินยานอนพัก พรุ่งนี้มีบวงสรวงละครเรื่องใหม่อีกแล้วไม่ใช่หรือลูก”

“ค่ะแม่”

เธอเดินกลับไปนั่งประจำที่ของตัวเอง พร้อมกับกินข้าวให้ดูเป็นปกติที่สุด แม้อาหารเลิศรสเหล่านั้นจะฝืดคอเต็มที เพราะพรุ่งนี้ละครเรื่องใหม่ที่กำลังจะบวงสรวง ดันมีเขาเป็นพระเอกคู่กับนางเอกน้องใหม่ที่ช่องต้องการให้เธอช่วยดัน

เธอยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าเขาเลย แต่จะไม่ไปงานบวงสรวงยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ บ้าจริง ทำไมเรื่องยุ่งยากใจพวกนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับสาวมั่นอย่างเธอด้วยนะ เธอไม่เคยรู้สึกประหม่าและไม่เป็นตัวของตัวเองขนาดนี้มาก่อนเลย ให้ตายสิ


ดวงตาคมกริบมองภาพในกระจกเงาตรงหน้า เห็นเจ้าของบริษัทผลิตละครและผู้จัดละครแสนสวยที่เพิ่งมีค่ำคืนแสนหวานกับตนเอง เปิดประตูเข้ามาในห้องแต่งตัวและห้องพักผ่อนของนักแสดง

เธอรับไหว้และทักทายทุกคนกลับอย่างสดใสเป็นปกติแบบที่เธอเคยทำ แต่วันนี้ รอยยิ้มหวานๆ ของสาวมั่นสุดสวย กลับทำให้หัวใจแกร่งกระตุกวูบแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนต้องกระแอมเบาๆ เพื่อเรียกสติของตนเอง

“เสร็จแล้วค่ะกวิน วันนี้หล่อจัง”

ช่างทำผมใจหญิงเอ่ยชมดาราหนุ่มหล่อในดวงใจ ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้เขาแบบทุกที

“แล้วปกติ ผมไม่หล่อหรือครับพี่ยิ้ม”

คนรูปหล่อยังคงอารมณ์ดี พูดจาอย่างเป็นกันเองกับทีมงาน และนี่เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาเป็นขวัญใจของทุกคนในกองละครมาตลอดหลายปี

“หล่อสิคะ แต่วันนี้หล่อมากกว่าปกติ ออร่าพุ่งมาก มีความรักหรือเปล่าคะ”

“หึหึ ความรักอะไรกันครับ ผมเพิ่งอกหักนะ”

“แหม คนหล่อๆ แบบกวิน จะอกหักได้กี่ชั่วโมงคะ สาวๆ ทั่วประเทศพร้อมต่อแถวกันมาดามอกค่ะ แค่กวินเปิดรับสมัคร”

“ฮ่าๆๆ ผมขออยู่โสดๆ แบบเดิมดีกว่าครับ ผมชอบคนยากน่ะ”

“อย่ายากนักสิคะ คนที่เหมาะสมกับเรามีอีกเยอะ น้องน้ำตาลก็น่ารักนะ ยังโสดด้วย ครอบครัวก็ดี พี่ว่ากระแสจิ้นต้องเกิดแน่นอน”

“ฮ่าๆๆ จิ้นอีกแล้วหรือครับ เมื่อไหร่ผมจะได้เป็นตัวจริงของใครนะ”

ดวงตาคู่คมเหลือบมองไปยังผู้จัดละครสาวที่กำลังกุลีกุจอสั่งการกับพิธีบวงสรวงที่กำลังจะเริ่มขึ้น ยังไม่ได้เดินมาทางนี้แม้แต่น้อย

“คนนี้ถ้ากวินจีบจริงๆ พี่ว่าได้ น้องยังโสด แถมยังเด็ก น่ารักจะตายไป”

“ครับๆ รอผู้ใหญ่สั่งดีกว่านะ ถ้าเขาต้องการกระแสจิ้นหนักจริงๆ ค่อยว่ากันครับ”

เพราะครั้งที่เขาเคยเป็นคู่จิ้นกับมะลิ กระแสละครดีมาก ทางผู้ใหญ่ที่ช่องและทางผู้จัดก็ขอร้องให้เขากับมะลิทำตัวติดกันและสนิทสนมกันให้มากเพื่อดันกระแสจิ้น จนเขาและเธอดังล้นฟ้า มีงานคู่มากมายจนแทบไม่ได้พักผ่อน

แถมผู้ใหญ่บางคนในช่องยังอยากให้เขากับเธอเป็นแฟนกันจริงๆ อีกต่างหาก ติดที่มะลิปฏิเสธเพราะเกรงใจผู้ปกครองของตนเอง ทั้งที่เขาสุดแสนจะเต็มใจเป็นคู่จริงๆ ของเธอยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

“นั่นไง น้องน้ำตาลมาพอดี แต่งตัวเสร็จแล้ว สวยมากเลย ว่าไหมคะ กวิน”

ช่างทำผมบุ้ยปากไปยังนางเอกน้องใหม่ ที่เพิ่งแต่งหน้าทำผมเสร็จ และเดินเข้ามาสวัสดีทักทายผู้จัดละครสาวสวยคนนั้น

เขาไม่สามารถละสายตาไปจากสองสาวได้เลย อีกหนึ่งคนเป็นสาวน้อยวัยเพียงยี่สิบปี หน้าตาสดใสสวยหวาน ท่าทางน่ารักบอบบางราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ

กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่อายุเข้าสู่เลขสามมาสองสามปีแล้ว รูปร่างบอบบางกลมกลึงเย้ายวนไปทุกสัดส่วน ท่วงท่ามั่นใจ ทุกการเคลื่อนไหวสง่างามราวนางหงส์ ผิวพรรณขาวผ่องสะท้อนแสง ทุกส่วนในร่างกายของเธอหอมและหวาน ใบหน้างดงามไร้ที่ติ ดวงตากลมโตนั่นยิ่งทำให้เธอดูอ่อนเยาว์ ราวกับคนอายุยี่สิบต้นๆ ก็ไม่ปาน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป