บทที่ 7 ความรักที่บริสุทธิ์และมั่นคง

รถยนต์หรูของคริสต์มาจอดเทียบท่าอย่างนุ่มนวลที่บริเวณลานจอดรถของสวนสแตนลีย์ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ทอดยาวริมน้ำในแวนคูเวอร์ อากาศช่วงบ่ายวันนี้เย็นสบายจนเกือบจะหนาว แต่ก็ยังคงมีความสดชื่นของธรรมชาติที่รายล้อมอยู่ เพลงมองออกไปนอกกระจกด้วยสายตาที่สงบลงมากหลังจากได้ตรวจร่างกายและรับยามาแล้ว

คริสต์ลงจากรถและเดินมาเปิดประตูฝั่งเพลง เขาไม่ได้รีบร้อน แต่ยื่นมือมาประคองเธออย่างอ่อนโยนที่สุด

“ไปกันเถอะน้องเพลง” คริสต์กล่าวชวนเบา ๆ “พี่จะพาไปเดินเล่นชมวิวที่สวยที่สุดของที่นี่เลย”

จากนั้นทั้งคู่ก็เดินไปตามทางเดินริมอ่าวที่รายล้อมไปด้วยต้นสนสูงใหญ่และต้นเมเปิลที่เริ่มเปลี่ยนสีในบางมุม คริสต์ยังคงโอบไหล่เพลงไว้ตลอดเวลา โดยที่ฝ่ามือของเขาไม่ได้แค่แตะไว้เท่านั้น แต่แนบชิดเพื่อถ่ายเทความอบอุ่นให้เธอ

“น้องเพลงยังชอบที่นี่อยู่ไหม หรือว่าเริ่มเบื่อแล้ว” คริสต์เอ่ยเบา ๆ

เพลงเอียงหัวเข้ากับไหล่ของเขา ก่อนจะตอบกลับไป “ชอบสิพี่คริสต์ ไม่เบื่อหรอก ที่นี่น่ะอากาศดี...และที่สำคัญคือมีพี่คริสต์อยู่ข้าง ๆ ด้วย”

“หึ พี่ก็ต้องอยู่ข้าง ๆ สิ พี่รู้ว่าเพลงเครียดสะสมมามากแล้ว เลยอยากชวนมาเดินเล่นแบบไม่ต้องคิดอะไรเลยบ้าง” คริสต์กระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นแล้วโน้มตัวลงมาจูบเบา ๆ ที่เรือนผมของเธอ

พวกเขาเดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงจุดชมวิวที่มองเห็นสะพานไลออนเกตส์สีเขียวมรกตที่ทอดข้ามอ่าวเบื้องหน้า คริสต์พาเพลงมานั่งลงบนม้านั่งไม้ตัวยาวใต้ต้นสนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่หันหน้าเข้าสู่ทิวทัศน์อันงดงามของมหาสมุทร

หลังจากนั่งเงียบ ๆ ชมวิวไปครู่หนึ่ง คริสต์ก็เปิดประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาใช้น้ำเสียงที่นุ่มทุ้มและจริงจัง “พี่ว่า...น้องเพลงไม่ได้บอกพี่ทั้งหมดใช่ไหม”

เพลงเงียบไปครู่หนึ่ง และหัวใจเธอก็เริ่มเต้นแรงอีกครั้ง “รู้ได้ยังไง”

“ก็พี่ดูแววตาของน้องเพลงออกนี่” คริสต์หันมามองเธออย่างจริงจัง มือของเขายกขึ้นมาสัมผัสที่แก้มของเธออย่างแผ่วเบา “ไม่ต้องกลัวที่จะบอกความจริงกับพี่หรอก ไม่ว่าคุณหมอจะพูดถึงเรื่องอะไรก็ตาม พี่รับได้ทุกอย่าง เพราะน้องเพลงคือคนสำคัญที่สุดของพี่”

เพลงมองไปยังผิวน้ำที่สะท้อนแสงแดดยามบ่าย ความกล้าหาญและความจริงใจของคริสต์ผลักดันให้เธอยอมพูดความจริงออกมาจนได้ “คุณหมอพูดถึงความเสี่ยงเรื่องการมีลูกของเพลงว่ามัน…อันตรายมาก”

“อันตรายมากขนาดไหน” คริสต์กุมมือเธอไว้แน่น สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกและสั่นเทาเล็กน้อย

“คุณหมอบอกว่ามันเสี่ยงต่อการที่หัวใจจะล้มเหลว อาจจะต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย ๆ และเป็นความเสี่ยงที่สูงมากถึงชีวิตเลยด้วย” เพลงก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด “พี่คริสต์...เพลงขอโทษนะ” คำพูดของเธอขาดห้วงและเสียงสั่นเครือ

คริสต์ยื่นมือไปเชยคางของเพลงขึ้นมาให้สบตากับเขา ใบหน้าของเขาดูเศร้าหมองลงไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีความโกรธหรือความผิดหวังเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความรักและความเห็นอกเห็นใจที่ท่วมท้นอยู่ในแววตา

“น้องเพลงจะขอโทษทำไม พี่เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าพี่รักน้องเพลงที่เป็นน้องเพลง ไม่ใช่รักเพราะพี่อยากจะแต่งงานมีลูกอย่างเดียว ถ้าการมีลูกมันต้องเสี่ยงชีวิตน้องเพลงขนาดนี้พี่ก็ไม่เอา” คริสต์เน้นเสียงหนักแน่นเป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาด

“พี่คริสต์...”

“วันข้างหน้า…เราเป็นสามีภรรยากันได้โดยไม่มีลูกก็ได้นี่ เรารอเลี้ยงหลานก็ได้” คริสต์กอดเพลงไว้แน่นอย่างปลอบโยน เขาใช้มือลูบแผ่นหลังของเธอเบา ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ “สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพี่คือน้องเพลงจะได้อยู่กับพี่ไปตลอดชีวิต สุขภาพของน้องเพลงต้องมาเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว”

เพลงเริ่มร้องไห้ออกมาอย่างเงียบ ๆ ในอ้อมกอดของคริสต์ ความกลัวที่แบกรับมานานหลายปีถูกคลี่คลายด้วยคำพูดที่หนักแน่นและจริงใจของเขา มันเหมือนกับก้อนหินขนาดใหญ่ที่หลุดออกจากหัวใจเธอไปจนหมดสิ้น

“พี่คริสต์ทำให้เพลงไม่แน่ใจเลยนะว่าเพลงรักตัวเองได้มากเท่าที่พี่คริสต์รักเพลงหรือเปล่า”

คริสต์ประคองใบหน้าของเพลงขึ้นมา แล้วเช็ดน้ำตาให้เธอด้วยความอ่อนโยน “ทำไมคิดแบบนั้นล่ะครับคนดีของพี่ พี่อยากให้เพลงจำให้ขึ้นใจเลยนะ ไม่ว่าใครจะพูดอะไร ไม่ว่าอนาคตจะเป็นยังไง เราจะมีกันและกันเสมอ” เขาโน้มตัวลงไปจูบที่หน้าผากของเพลงอย่างแผ่วเบา เป็นการยืนยันคำสัญญาจากหัวใจของเขา

หลังจากความตึงเครียดผ่านพ้นไป ความเงียบก็เข้ามาแทนที่ แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความเข้าใจ คริสต์ช่วยจัดท่าทางให้เพลงเอียงทั้งตัวมาซบกับไหล่เขา ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งลูบแขนเธอเบา ๆ แล้วยื่นแขนอีกข้างไปโอบเธอไว้

“น้องเพลงรู้ไหมว่าอะไรทำให้อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะของน้องเพลงดีขึ้น” คริสต์กระซิบข้างหู

“อะไรเหรอพี่คริสต์”

“เสียงหัวใจของพี่ไง ตอนที่เราอยู่ใกล้กัน…จังหวะหัวใจของพี่จะเต้นสม่ำเสมอและหนักแน่นที่สุด เพราะมันรู้ว่ามันได้อยู่ใกล้กับเพลงที่เป็นเจ้าของ ไม่เชื่อลองฟังดูสิ”

เขาค่อย ๆ ขยับให้เพลงสามารถซบหูลงบนหน้าอกของเขาได้พอดี ซึ่งเพลงก็ทำตามอย่างว่าง่าย เธอซบหน้าลงบนแผงอกของคริสต์ เธอได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นอย่างหนักแน่นและสม่ำเสมอของเขาจริง ๆ มันทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด

“จริงด้วย หัวใจของพี่คริสต์แข็งแรงดีจัง”

“แน่นอนสิ” คริสต์พึมพำ “มันทำงานหนักเพื่อจะช่วยรักษาน้องเพลงในสักวันหนึ่งไง แล้วน้องเพลงก็ต้องสัญญาด้วยนะ ว่าจะไม่เก็บเรื่องเครียด ๆ ไว้คนเดียวจนอาการทรุดตัวอีก เพราะถ้าน้องเพลงเป็นอะไรไป...หัวใจของพี่ก็คงหยุดเต้นตามไปด้วย”

“พี่คริสต์พูดอะไรแบบนั้นเล่า!” เพลงเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยสีหน้าตำหนิเล็กน้อย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินกับคำพูดหวาน ๆ ของเขา

“พี่พูดจริงนะ เพลงคือทุกอย่างของพี่ไปแล้ว” เขาเลื่อนมือไปจับปลายคางของเธอ แล้วค่อย ๆ ประทับรอยจูบอย่างอ่อนโยนและเนิ่นนาน

ริมฝีปากที่สัมผัสกันภายใต้ร่มเงาของต้นสนในสวนสาธารณะแห่งนี้เต็มไปด้วยรสชาติของความรักที่บริสุทธิ์และแสนจะมั่นคงมาหลายสิบปี ไม่นานนักพวกเขาก็ถอนจูบออก แล้วใช้เวลาที่เหลือนั่งเงียบ ๆ อยู่บนม้านั่งนั้นพักใหญ่ พูดคุยกันอย่างแผ่วเบาเป็นระยะ สลับกับการมองวิวทิวทัศน์และผู้คนที่เดินผ่านไปมาที่ดูจะรื่นรมย์ในชีวิตของตัวเอง

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง อากาศก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เมฆสีเทาเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาบดบังแสงอาทิตย์ และลมก็เริ่มพัดแรงขึ้นจนหนาวเหน็บ คริสต์สัมผัสได้ถึงความเย็นจากผิวหนังของเพลงที่เริ่มซีดเล็กน้อย แม้เธอจะสวมเสื้อโค้ทอยู่ก็ตาม เขาจึงขยับตัวลุกขึ้นยืนทันที

“พี่ว่าเรากลับกันเถอะน้องเพลง อากาศเริ่มหนาวแล้ว” คริสต์พูดพลางดึงปกเสื้อโค้ทของเธอขึ้นมาปิดคอให้มิดชิด

“ทำไมรีบกลับจังเลยล่ะพี่คริสต์ เพลงยังไม่อยากกลับเลย เพลงชอบอยู่กับพี่คริสต์ตรงนี้” เพลงเงยหน้ามองเขาอย่างแปลกใจ

“พี่ก็ชอบที่ได้อยู่กับน้องเพลงแบบนี้เหมือนกัน แต่เราอยู่ต่อไม่ได้แล้ว” คริสต์ส่ายหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง “อากาศมันเริ่มเย็นเกินไปสำหรับน้องเพลง พี่ไม่อยากให้ปอดน้องเพลงติดเชื้อหรือมีอาการหัวใจกำเริบอีก เพราะแคลร์เคยบอกว่าความเย็นมันจะทำให้หลอดเลือดหดตัวได้” เขาพูดพลางกอดเธอแน่นขึ้นเพื่อถ่ายเทความอบอุ่น

“พี่คริสต์นี่ขี้กังวลเกินไปแล้ว” เพลงบ่นพึมพำเบา ๆ

“ยอมให้พี่กังวลแทนน้องเพลงเถอะนะ” คริสต์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน เขาลูบหัวของเพลงเบา ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วช้อนอุ้มเพลงขึ้นมาในท่าเจ้าสาวอย่างรวดเร็ว

“ว้าย! พี่คริสต์! ทำอะไรเนี่ย! คนมองเต็มเลย ปล่อยเพลงลงเดี๋ยวนี้นะ!” เพลงอุทานด้วยความตกใจและเขินอายเล็กน้อย เธอรีบซ่อนใบหน้าแดง ๆ เข้ากับอกของเขา

“พี่จะอุ้มน้องเพลงกลับจะได้ถึงรถเร็ว ๆ แล้วห้ามปฏิเสธเด็ดขาดด้วย เพราะพี่จะถือว่าเป็นการไม่ฟังคำสั่งแพทย์ที่ต้องระวังไม่ให้ร่างกายเหนื่อยล้า” คริสต์พูดพลางยกยิ้ม

เพลงที่เห็นว่าผู้คนรอบข้างเริ่มมองมาด้วยความขบขันและเอ็นดู ก็รู้สึกเขินอายอย่างมาก เธอทำได้เพียงแค่ซบหน้าเข้ากับอกแกร่งของคริสต์

“ก็ได้ ๆ ๆ รีบไปเลย” เพลงกระซิบ

คริสต์พยักหน้าก่อนจะเดินออกจากสวนสาธารณะอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังลานจอดรถ และเดินทางกลับบ้าน ไม่นานก็กลับมาถึง แล้วทั้งคู่ก็พบว่าผู้เป็นแม่กำลังยืนรออยู่ที่โถงทางเข้าบ้านด้วยสีหน้ากังวล

“เพลงเป็นยังไงบ้าง กลับมาเกือบเย็นเลย” ภิณรีบเดินเข้ามาหาอย่างร้อนใจ

“เพลงไปหาหมอมาเรียบร้อยแล้วค่ะแม่ภิณ” เพลงตอบอย่างอ่อนโยน

“แล้วทำไมกลับช้าขนาดนี้ล่ะ อากาศข้างนอกมันหนาวนะ”

“คริสต์พาน้องเพลงไปเดินเล่นมาน่ะครับ”

ภิณพยักหน้ารับอย่างโล่งใจ ก่อนจะเข้ามากุมมือเพลงไว้แล้วพาไปนั่งที่โซฟาด้วยกัน หลังจากนั้นก็มีโอกาสได้พูดคุยกันถึงอาการของเพลงอย่างเปิดอก เพื่อให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้ และเพลงก็ได้รับกำลังใจเพิ่มมากขึ้นด้วยนั่นทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นมาก

และเมื่อเดินกลับขึ้นไปพักบนห้อง เธอก็พบว่าคริสต์ที่แยกตัวขึ้นมาก่อน กำลังเตรียมน้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำให้ พร้อมด้วยกลิ่นอโรม่าบำบัดอ่อน ๆ และผ้าขนหนู

“คุยกับคุณแม่เสร็จแล้วเหรอ” คริสต์หันมาเอ่ยถามด้วยยิ้ม

“อื้ม แล้วนี่พี่คริสต์ทำอะไร”

“ก็กำลังเตรียมน้ำอุ่น ๆ ให้น้องเพลง อาบน้ำอุ่นจะได้ผ่อนคลายหลับสบาย แล้วพี่ก็จะนั่งรออยู่ตรงนี้”

“พี่คริสต์จะนั่งรอทำไม ไปอาบน้ำอาบท่าบ้างสิ”

“เดี๋ยวพี่ค่อยไปก็ได้ พี่จะนั่งรอให้น้องเพลงอาบน้ำเสร็จก่อน จะได้ดูให้แน่ใจว่าน้องเพลงไม่ลื่นล้ม แล้วพี่ก็ไม่อยากห่างน้องเพลงไปไหนแล้วด้วย” คริสต์พูดด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม “พี่จะรออยู่นอกผ้าม่านนะ แต่ถ้าน้องเพลงอยากให้พี่ช่วยถูหลัง...พี่ก็ยินดีมาก ๆ เลย”

“นั่นไง! เพลงว่าแล้ว” เพลงหน้าแดงก่ำพลางทำท่าจะฟาดมือไปที่ไหล่ของคริสต์ แต่เขาก็เอี้ยวตัวหลบทันด้วยความรวดเร็ว “เดี๋ยวเถอะ พี่คริสต์อย่ามาหื่นใส่เพลงนะ เพราะเพลงจัดการถูหลังตัวเองได้แน่นอน ส่วนพี่คริสต์น่ะไปรออยู่ข้างนอกนู่นเลย”

“ไม่เอา ไม่ไป รอแค่หลังผ้าม่านก็พอแล้ว ขอพี่เห็นเงาน้องเพลงให้ชื่นใจหน่อย”

“พี่คริสต์” เพลงเรียกชื่อเขาด้วยเสียงแข็ง คริสต์จึงทำหน้ามุ่ยทันที

สุดท้ายเขาก็ต้องยอมออกไปรอหน้าห้องน้ำแต่โดยดี และหลังจากที่เพลงอาบน้ำเสร็จเธอก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับสีหน้าที่ดูสดชื่นขึ้นมาก คริสต์ที่นั่งรออยู่ก็ลุกขึ้นมาทันที

“น้องเพลงมานี่เลย” คริสต์พาเพลงมานั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กค่อย ๆ ซับผมของเธออย่างเบามือที่สุด “วันนี้พี่รับหน้าที่บริการน้องเพลงอย่างเต็มที่เอง”

“พี่คริสต์กลายเป็นพี่เลี้ยงเพลงตั้งแต่เมื่อไหร่” เพลงหัวเราะเบา ๆ แล้วมองใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนผ่านกระจกเงา

“พี่ทำได้มากกว่าแค่การเป็นพี่เลี้ยงอีกเยอะเลยนะ” คริสต์ตอบอย่างภาคภูมิใจ “ขอแค่น้องเพลงแข็งแรงอย่างนี้ไปตลอด พี่ก็จะดูแลน้องเพลงไปตลอดชีวิตเหมือนกัน”

เมื่อคริสต์ช่วยเช็ดและเป่าผมให้เพลงจนแห้งสนิทแล้ว เขาก็พาเพลงขึ้นไปนอนเอนกายเตียง แล้วสวมกอดเธอไว้ใต้ผ้าห่มผืนหนา

“พี่คริสต์ไม่กลับห้องหรือไง”

“รอน้องเพลงหลับก่อนค่อยกลับ” คริสต์พูดพลางจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวย “ฝันหวานนะครับน้องเพลง...พี่รักน้องเพลงนะ”

“ฝันดีค่ะพี่คริสต์...เพลงก็รักพี่คริสต์เหมือนกัน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป