บทที่ 2 หนักใจกว่าเดิม
วราพรมีสามีก็เหมือนไม่มี เพราะสิงหลนั้นเอาแต่ทำงาน กว่าจะกลับบ้านก็มืดค่ำทุกวัน พอเธอบ่น เขาก็มักจะโมโหและเริ่มทะเลาะกันอย่างรุนแรง ความห่างเหินและความไม่เข้าใจกันได้กัดกินความสัมพันธ์ของทั้งคู่มานาน
วราพรมีสามีก็เหมือนไม่มี เพราะสิงหลนั้นเอาแต่ทำงาน กว่าจะกลับบ้านก็มืดค่ำทุกวัน พอเธอบ่น เขาก็มักจะโมโหและเริ่มทะเลาะกันอย่างรุนแรง ความห่างเหินและความไม่เข้าใจกันได้กัดกินความสัมพันธ์ของทั้งคู่มานาน ครั้งนี้ การทะเลาะกันระหว่างเธอกับสิงหลรุนแรงมากเป็นพิเศษ เรื่องราวในอดีตที่เคยถูกเก็บงำไว้ถูกขุดขึ้นมาต่อว่ากันและกัน สิงหลทนไม่ไหวจึงพูดออกมาว่าจะขอหย่า คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของวราพร
เธอทำใจไม่ได้ที่ตัวเองจะต้องถูกทอดทิ้งในวัย 50 ปี เธอรู้สึกเหมือนคุณค่าของตัวเองกำลังจะหมดไป ด้วยความสิ้นหวัง เธอจึงกรีดข้อมือตัวเองเพื่อระบายความเจ็บปวด โชคดีที่สาวใช้ขึ้นไปพบเข้าและรีบเรียกรถพยาบาลให้มารับเธอไว้ได้ทัน
“แม่นอนพักก่อนนะครับ ผมขอกลับบ้าน ไปอาบน้ำและเอาของไปเก็บก่อน” เวหาพูดกับมารดาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“แล้วเวย์จะกลับมาไหม”
“มาสิครับ ผมไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วจะกลับมานอนเฝ้าแม่เองนะครับ” เขาให้คำมั่นสัญญา เขาไม่อยากให้มารดาต้องรู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป
“แน่จะเวย์” เสียงนั้นฟังดูน่าสงสารจนชายหนุ่มต้องกอดปลอบอีกครั้ง
“ครับแม่ ป้ายุพาครับผมฝากแม่ด้วยนะครับ” เขาหันมาบอกป้ายุพาที่นั่งอยู่มุมหนึ่งของห้อง
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณเวย์ ป้าจะไม่ยอมให้คุณทานคลาดสายตาอีกแล้ว” ป้ายุพาซึ่งเป็นแม่บ้านบอกกับชายหนุ่ม
เวหาออกจากห้องพักของมารดา เขาไปยังเคาน์เตอร์พยาบาลขอทราบอาการผู้ป่วย พยาบาลกำลังจะโทรศัพท์ไปขออนุญาตแพทย์เจ้าของไข้ ระหว่างรอชายหนุ่มจึงเดินวนไปมาที่หน้าเคาน์เตอร์พยาบาล
เวหาออกจากห้องพักของมารดาแล้วตรงไปยังเคาน์เตอร์พยาบาลเพื่อขอทราบอาการของผู้ป่วย พยาบาลกำลังจะโทรศัพท์ไปขออนุญาตแพทย์เจ้าของไข้ ระหว่างรอ ชายหนุ่มจึงเดินวนไปมาที่หน้าเคาน์เตอร์พยาบาลอย่างกระวนกระวายใจ
“เวย์ นั่นเวย์ใช่ไหม” เสียงทักทายดังมาจากด้านหลัง
“คุณอา สวัสดีครับ” เขารีบยกมือไหว้ผู้ใหญ่ตรงหน้าด้วยความเคารพ คุณอาที่ว่าคือหมอชลิต เพื่อนสนิทของครอบครัวและเป็นแพทย์เจ้าของไข้ของมารดา
“มาเยี่ยมแม่ใช่ไหม ได้เจอกันหรือยัง”
“เจอแล้วครับ คุณอาครับผมอยากคุยด้วยสักหน่อยได้ไหมครับ เรื่องอาการของแม่”
“ได้สิ ไปคุยที่ห้องอานะ”
พอได้คุยกับหมอชลิตถึงอาการของมารดาแล้ว แทนที่เวหาจะสบายใจ แต่มันกลับไม่ใช่แบบนั้นเลย หมอชลิตอธิบายว่าอาการทางกายของมารดาไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แผลที่ข้อมือไม่ลึกถึงเส้นเอ็น แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือปัญหาด้านจิตใจ เพราะตอนนี้ดูเหมือนคนไข้จะมีความวิตกกังวลอย่างรุนแรง จนบางครั้งก็เหม่อลอย บางครั้งก็ลุกขึ้นมาอาละวาด ทำให้หมอต้องให้ยานอนหลับและยากล่อมประสาทเพื่อให้ท่านสงบลง
“เวย์ต้องคุยกับแม่ให้มาก อย่าให้ท่านอยู่คนเดียว อย่าทำให้ท่านทุกข์ใจ” หมอชลิตที่เป็นทั้งเพื่อนและเจ้าของไข้แนะนำด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขารู้ดีว่ากำลังใจจากคนในครอบครัวสำคัญที่สุดในเวลานี้
“ครับคุณอา ผมขอบคุณแทนคุณแม่ด้วยนะครับ”
“อาทำตามหน้าที่ของอาแล้ว จากนี้ก็อยู่ที่เวย์ ว่าจะเอายังไงต่อ แม่ของเวย์คงเครียดสะสมมานานแต่เพิ่งจะมาแสดงออกตอนนี้คงเพราะมีอะไรมากระตุ้น ถ้าเราช่วยกัน อาการของท่านก็คงจะดีขึ้น”
“ผมต้องทำยังไงบ้างครับ”
“ปัญหาเกิดจากความเครียด เราก็ต้องไม่ทำให้ท่านเครียด ฟังดูเหมือนง่ายนะ แต่มันค่อนข้างยาก เวย์ต้องใจเย็นกับท่านให้มาก อย่าขัดใจท่าน”
“ครับ คุณอา”
…
เวหากลับมาบ้านด้วยอาการหนักอึ้งไปทั้งตัว ตอนนี้คิดอย่างเดียวว่าจะทำทุกอย่างให้มารดาสบายใจมากที่สุด
“กลับมาแล้วเหรอ”
“ครับพ่อ” เวหาไม่ได้กล่าวทักทายบิดาเพราะยังโกรธที่เขาทำให้แม่ต้องไปนอนที่โรงพยาบาล
“แม่แกเป็นยังไงบ้าง”
“ถ้าพ่ออยากรู้ก็ไปเยี่ยมสิครับ”
“ฉันไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นหรอกนะ” สิงหลตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“แค่ไปเยี่ยมมันจะทำให้พ่อเสียเวลาขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
“แกก็น่าจะรู้ว่างานฉันยุ่งมากแค่ไหน แม่แกแค่เรียกร้องความสนใจ” สิงหลบอกปัดเพราะรู้ว่าอาการป่วยของวราพรเป็นเพียงการแสดงละครเพื่อเรียกร้องความสนใจเท่านั้น
“พ่อไม่คิดเหรอว่าเพราะพ่อไม่สนใจแม่ เอาแต่ทำงาน แม่เลยเป็นแบบนี้” เวหาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคับข้องใจ เขาเชื่อว่าความเย็นชาของบิดาคือสาเหตุหลักที่ทำให้มารดาต้องทุกข์ทรมาน
“ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง และฉันคิดว่าฉันทำดีที่สุดแล้ว แกเองก็เหมือนกัน กลับมาคราวนี้ก็ไปเริ่มงานที่บริษัทได้แล้ว”
“ผมมีทางเลือกอื่นไหมครับพ่อ”
“แกเป็นทายาทคนเดียวของฉัน ถ้าแกไม่เข้าไปทำแล้วใครจะทำ แกจะโกรธฉันเรื่องแม่ฉันไม่ว่า แต่ก็ควรแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ฉันให้เวลาแกอีก 3 วัน”
“ครับ”
เวหารับปากแล้วรีบขึ้นไปยังห้องนอนชั้นสอง ห้องนอนของเขาได้รับการดูแลอย่างดี ของใช้ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้รอการกลับมาของเขา
ชายหนุ่มรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แม้ตอนนี้จะทั้งง่วงทั้งเพลียแต่เขาก็ต้องกลับไปหามารดาที่โรงพยาบาลตามที่ได้สัญญาไว้ เพราะไม่อยากให้ท่านเหงาอยู่คนเดียว แม้จะมีป้ายุพาที่นอนเฝ้าอยู่แล้วก็ตาม
