บทที่ 3 สัญญาลูกผู้ชาย
อีกหลายวันต่อมาคุณวราพรได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว สีหน้าของเธอในที่วันนี้ดูมีเลือดฝาดขึ้นกว่าวันแรกที่เวหาเดินทางมาถึง รอยยิ้มประดับบนใบหน้าที่คงเป็นเพราะได้รับยาขนานเอกนั่นคือกำลังใจจากลูกชายเพียงคนเดียวที่เฝ้าดูแลไม่ห่าง
“แม่ครับ เราแวะทานข้าวก่อนเข้าบ้านดีไหมครับ ผมอยากไปทานร้านที่แม่ชอบพาไปตอนผมยังเด็ก” เวหาประคองแขนผู้เป็นมารดาอย่างทะนุถนอม เขาสัมผัสได้ถึงความซูบผอมผ่านเนื้อผ้าไหมเนื้อดีจนในใจรู้สึกวูบไหวด้วยความสงสาร
“ได้สิลูก แม่ก็ไม่ได้ไปร้านนั้นนานแล้วเหมือนกัน” คุณวราพรตอบด้วยน้ำเสียงที่สดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเธอเป็นประกายเมื่อนึกถึงความทรงจำเก่าๆ
ร้านที่เวหาพูดถึงคือร้านอาหารไทยขนาดเล็กที่อยู่ในซอยเงียบสงบ บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องแกงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และคงเส้นคงวาทำให้มันเป็นร้านโปรดที่เวหาต้องแวะมาทุกครั้งที่กลับมาเมืองไทย
“ลุงกรครับไปร้านเดิมที่แม่ชอบเลยนะครับ” เวหาบอกคนขับรถซึ่งทำงานให้กับที่บ้านของเขามาตั้งแต่ก่อนที่เขาจะไปเรียนต่างประเทศ
เมื่อถึงร้าน เวหารีบสั่งเมนูโปรดของมารดามาเต็มโต๊ะ ทั้งแกงส้มชะอมกุ้งรสจัดจ้าน ปลากะพงทอดน้ำปลาที่กรอบนอกนุ่มใน และน้ำพริกลงเรือเครื่องเคียงครบชุด เขาตักอาหารวางบนจานของท่านอย่างเอาใจ เพราะลึกๆ แล้วเขารู้สึกตกใจที่เห็นมารดาซูบผอมลงไปมากเหลือเกิน
“ทานเยอะ ๆ นะครับแม่ ผมว่าแม่ผอมไปนิด” ชายหนุ่มคะยั้นคะยอแล้วตักอาหารใส่จานของมารดาอย่างเอาใจ
“จ้ะลูก มีเวย์มาทานกับแม่แบบนี้แม่คงทานได้เยอะกว่าปกติ” คุณวราพรมองลูกชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก อาหารมื้อนี้ดูจะอร่อยขึ้นเป็นพิเศษเพียงเพราะมีคนตรงหน้าอยู่ด้วย
“ผมจะทานข้าวกับแม่ทุกมื้อเลยดีไหมครับ”
“ดีมากเลยลูก แม่รอวันนี้มานาน วันที่เวย์กลับมาอยู่กับแม่” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยในตอนท้าย สะท้อนถึงความอ้างว้างที่ต้องเผชิญมาตลอดเวลาที่ลูกชายอยู่ไกลบ้าน
“ครับแม่ ผมจะไม่ไปไหนอีกแล้ว” ชายหนุ่มให้สัญญาอย่างหนักแน่น เขากุมมือที่เริ่มเหี่ยวย่นของมารดาไว้แน่นเพื่อยืนยันคำพูด
“แม่กลับมาอยู่บ้านแล้ว เวย์คงต้องไปทำงานที่บริษัทใช่ไหม” คุณวราพรเอ่ยถามด้วยความกังวลเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าโลกธุรกิจนั้นกดดันเพียงใด
“ครับแม่ ผมจะไปเริ่มงานวันจันทร์”
“เรื่องงานแม่ไม่ห่วงเท่าไหร่ แม่รู้ว่าลูกชายแม่เป็นคนมีความสามารถ แต่ที่ห่วงก็พวกคนเก่าๆ อาจไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เวย์อายุยังน้อย”
“แม่อย่ากังวลไปเลย ผมอายุน้อยก็จริงแต่คิดว่าตัวเองมีความสามารถพอครับแม่”
“พ่อได้บอกหรือเปล่าว่าจะให้เข้าไปทำตำแหน่งอะไร”
“Project manager ครับแม่”
“แม่นึกว่าเวย์จะได้เป็นรองประธานเสียอีก”
“ตอนแรกพ่อก็บอกอย่างนั้นครับ แต่ผมขอทำตำแหน่งนี้เอง มีโปรเจ็กต์ที่ผมคิดเอาไว้แล้วตั้งแต่ตอนทำงานอยู่ที่อเมริกา เลยลองเสนอพ่อไปครับ”
“เวย์อยากพิสูจน์ตัวเองใช่ไหม”
“ครับแม่ ถ้าโปรเจ็กต์ที่ผมมันโอเค ทุกคนในบริษัทก็จะยอมรับผม”
“แม่ภูมิใจในตัวลูกจริงๆ ไม่คิดเลยว่าลูกชายตัวเล็กๆ ของแม่จะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดความอ่านได้ขนาดนี้”
“ผมโตขึ้นแต่แม่ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะครับ”
“ความสวยก็แค่เปลือกนอกเท่านั้น ความสวยของแม่มันรั้งให้พ่ออยู่กับแม่ไม่ได้เลย” เสียงนั้นฟังดูเศร้าจนเวหารู้สึกผิด เขาไม่น่าพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเลย
“ทานต่อเถอะครับแม่ เดี๋ยวจะได้รีบกลับบ้าน ผมมีของฝากให้แม่ด้วยนะครับ”
“จริงเหรอลูก ขนาดกลับมากะทันหันยังมีของให้แม่” ใบหน้าที่เศร้าเริ่มมีรอยยิ้มกลับมาอีกครั้ง
“ผมเตรียมไว้นานแล้วครับ เวลาที่ผมไปเดินเที่ยวเห็นของที่เหมาะกับแม่ก็จะซื้อมาเก็บไว้ตลอด”
“ดีจังลูกชายแม่”
ใบหน้านั้นกลับมายิ้มแย้มได้อีกครั้ง เวหาเห็นแล้วก็เบาใจ
....
กลับมาถึงบ้านในเวลาบ่าย ทั้งบ้านก็เงียบเหงาอย่างเดิม บิดาของชายหนุ่มไม่เคยอยู่บ้าน แม้รู้ว่าวันนี้ภรรยาจะกลับมาแต่เขาก็ไม่คิดจะอยู่รอ
เรื่องนี้เวหาไม่ค่อยพอใจแต่เขาเลือกที่จะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย เพราะไม่อยากให้มารดาต้องพลอยไม่สบายใจไปด้วย
“แม่ครับเดี๋ยวแม่ทานยาแล้วนอนพักนะครับ”
“เวย์จะออกไปไหนหรือเปล่าลูก”
“ผมว่าจะออกไปหาพี่แดนหน่อยครับแม่”
“ตอนเย็นจะกลับมาทานข้าวกับแม่หรือเปล่า”
“แน่นอนสิครับ สักทุ่มหนึ่งได้ไหมครับ”
“ได้จ้ะ แม่จะรอนะลูก”
“ครับ นอนนะครับ” เขาห่มผ้าให้กับมารดาก่อนจะออกมาจากห้อง
“กระแต นั่งรออยู่ตรงนี้นะ อย่าไปไหน ถ้าได้ยินเสียงผิดปกติก็เข้าไปด้านในได้เลย ฉันอนุญาต”
“ค่ะ คุณเวย์ไม่ต้องห่วงนะคะหนูจะไม่ไปไหน”
“ดีมาก ฉันต้องขอบใจเรามากถ้าวันนั้นเราไม่เข้าไปแม่ก็คงเสียเลือดมาก ฉันมีของฝากให้พวกเราทุกคนด้วยนะ เดี๋ยวเย็นนี้กลับมาจะเอาให้”
“ขอบคุณค่ะคุณเวย์” กระแตเด็กสาววัย 18 ปีซึ่งเป็นหลานสาวของป้ายุพารีบกล่าวขอบคุณ
