บทที่ 4 ยังไม่คิดมีใคร
เพราะยังไม่ค่อยชินกับถนนในกรุงเทพ เวหาเลยต้องเรียกใช้บริการแท็กซี่เพราะไม่อยากเสียเวลาในการหลงทาง
เขาชำระเงินค่าโดยสารก่อนจะลงจาก ชายหนุ่มมองขึ้นไปบนตึกสูงระฟ้าซึ่งบนนั้นเป็นที่ตั้งของบริษัทอีกมากมาย หนึ่งในนั้นก็เป็นบริษัทของเดนิสเพื่อนรุ่นพี่ที่เคยเป็นรูมเมทกันตอนที่เขาไปอยู่อเมริกาปีแรก
เขากดลิฟต์มาชั้นที่ 25 อันเป็นที่ตั้งของบริษัทดีเคเรียลเอสเตท ซึ่งเพื่อรุ่นพี่ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทต่อจากผู้เป็นบิดามาได้เกือบจะสามปีแล้ว
“ผมมาพบคุณเดนิสครับ” เขาแจ้งประชาสัมพันธ์ซึ่งอยู่หน้าลิฟต์บริเวณชั้น 25
“นัดไว้หรือเปล่าคะ”
“ไม่ได้นัดครับ”
“รอสักครู่นะคะ ฉันขอโทรถามเลขาคุณเดนิสก่อน จะให้เรียนว่าใครขอเข้าพบคะ”
“บอกว่าเวหามาขอพบครับ”
“ค่ะ รอสักครู่นะคะคุณเวหา” หญิงสาวใบหน้าสะสวยผายมือไปยังมุมหนึ่งหน้าลิฟต์ซึ่งจัดไว้เป็นมุมรับแขกเล็กๆ
“ขอบคุณครับ” เวหายังคงยืนอยู่ที่เดิม เขารู้ว่ายังไงแล้วเดนิสก็ต้องให้เขาพบอยู่ดี
รอไม่ถึงนาทีประชาสัมพันธ์สาวสวยก็บอกให้เข้าเข้าไปด้านในได้
เวหาเปิดประตูกระจกเข้าไปก็พบกับห้องโถงที่กว้างขวาง ตรงกลางเป็นโมเดลบ้านและคอนโดเรียงรายอยู่เต็มไปหมด เขายังไม่ทันจะถามว่าห้องทำงานของเดนิสอยู่ตรงไหน หญิงสาวคนหนึ่งก็เดินตรงเข้ามาทักทายพอดี
“สวัสดีค่ะ คุณเวหาใช่ไหมคะ”
“ครับ”
“เชิญทางนี้เลยค่ะ คุณเดนิสรออยู่แล้ว” หญิงสาวคนนี้ท่าทางคล่องแคล่วเธอคงจะเป็นเลขาของเดนิส หญิงสาวคนนี้แต่งกายด้วยของแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า ออกจะแปลกไปสักหน่อยหากเป็นแค่เพียงเลขา เขาเองก็คุ้นหน้าเธอเล็กน้อย บางทีอาจเคยเจอกับเธอที่ไหนสักแห่ง แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าเป็นที่ไหน
“เชิญด้านในเลยค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
หญิงสาวเปิดประตูค้างไว้ พอเข้าเดินเข้าก็ปิดประตูทันที
“เวย์ ดีใจจริง ๆ ที่เจอ ตอนประชาสัมพันธ์โทรขึ้นมาถามพี่ยังงงอยู่เลยว่าจะใช่นายจริงเหรอ”
“ตัวจริงเลยครับพี่”
“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ นั่งก่อนสิ”
“หลายวันแล่วครับ มัวแต่ยุ่ง ๆ เลยไม่ได้โทรมาบอกก่อน” เวหานั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน
“อือ ไม่เป็นไร พี่ได้ข่าวอยู่เหมือนกัน เรื่องแม่ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไปเยี่ยมท่าน แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้างหายดีหรือยัง”
“ดีขึ้นแล้วครับ หมอเพิ่งให้กลับบ้านวันนี้”
“แล้วจะอยู่ยาวหรือกลับไปที่นั่นอีก”
“คงอยู่ยาวครับ”
“นั่นสินะ เรื่องงานล่ะ จะทำกับพ่อหรือมาทำกับพี่”
“ผมอยากมาทำกับพี่นะครับ แต่ไม่ถนัดเลย”
“แล้วจะเริ่มทำงานเลยหรือเปล่า เที่ยวกันก่อนไหม พี่กำลังหาเพื่อนเที่ยวพอดีเลย”
“ตอนนี้ผมไปไหนไกลไม่ได้ครับพี่ ต้องคอยดูแลแม่ ไม่อยากให้ท่านเหงา”
“นายช่างเป็นลูกชายที่น่ารักจริง พี่ว่าหาลูกสะใภ้ให้ท่านสักคนสิ ท่านจะได้หายเหงา”
“ไม่ดีกว่าครับ”
“อายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้วนะ ควรจริงจังกับใครสักคนได้แล้ว”
“อย่าว่าแต่ผมเลย พี่เองยังไม่มีใครเลย ลืมไปหรือเปล่าว่าพี่อายุมากกว่าผมนะ”
“พี่ชอบอยู่แบบนี้ ไม่อยากผูกมัดกับใคร”
“ผมก็เหมือนพี่”
เวหาไม่ได้พูดเล่น เขาไม่เคยมีความคิดที่จะสร้างครอบครัวเลยแม้แต่น้อย เพราะภาพความสัมพันธ์ที่แตกร้าวของพ่อกับแม่เป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้เขาเชื่อว่า การแต่งงานคือการผูกมัดคนสองคนไว้ด้วยกันในวันที่ความรักไม่หลงเหลืออยู่แล้ว มีเพียงความขมขื่นและความพยายามที่จะเอาชนะกันเท่านั้น
“ถ้าวันหนึ่งพี่เจอคนที่ใช่พี่จะหยุดที่เธอไหม” เวหาลองถามดูบ้าง
“ไม่รู้สิ ยังไม่เจอใครเลย แล้วนายล่ะมีคนที่ถูกใจบ้างหรือยัง”
“ผมจะเอาเวลาที่ไหนไปหาคนที่ถูกใจล่ะ”
“แล้วนาน่าล่ะ”
“พี่ครับ คนนั้นเลิกกันไปนานแล้วที่ยังคุยกันอยู่ก็เพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อน”
“ให้พี่แนะนำไหม”
“หาให้ตัวเองก่อนเถอะน่า”
เวหาคุยกับเพื่อรุ่นพี่อยู่นานก่อนจะขอตัวกลับ เขาไม่อยากผิดสัญญากับมารดาตั้งแต่วันแรก
พอกลับถึงบ้านคุณวราพรก็รออยู่แล้ว
“หิวหรือยังครับแม่”
“ยังจ้ะ เวย์ล่ะลูก”
“ยังไม่หิวครับ”
“แม่อยากรอพ่อก่อน”
“ได้ครับแม่”
แต่แล้วทั้งสองคนก็รอเก้อเพราะตอนนี้สองทุ่มกว่าแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าคุณสิงหลจะกลับบ้าน
“แม่ครับ ผมว่าเราทานข้าวก่อนดีกว่า พ่ออาจจะติดงานด่วนหรืองานยุ่งจนปลีกตัวไม่ได้” เวหาพยายามหาเหตุผลมาปลอบใจมารดา แม้ในใจจะเริ่มคุกรุ่นด้วยความโกรธ
“เวย์หิวเหรอลูก”
“ครับแม่ ผมหิวแล้ว นะครับเราทานด้วยกันสองคนก่อนนะครับ” เวหาไม่ได้รู้สึกหิวเลยแม้แต่น้อยแต่ที่ต้องพูดออกไปอย่างนั้นก็เพราะเขาไม่อยากให้มารดาต้องหิ้วท้องรอคนที่ไม่รู้ว่าจะกลับมาตอนไหน
....
เมื่อทานข้าวกับมารดาและส่งเข้านอนแล้ว ชายหนุ่มก็ลงมานั่งรอบิดาที่ห้องรับแขก
“พ่อครับผมมีเรื่องจะคุยด้วย”
“เอาไว้คุยวันหลังได้ไหม พ่อเหนื่อย อยากพักผ่อน” คุณสิงหลตอบโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าลูกชาย เขาทำท่าจะเดินเลี่ยงขึ้นบันไดไป
“แต่เรื่องนี้ผมไม่อยากรอ และผมคิดว่ามันสำคัญกว่าการพักผ่อนของพ่อ”
“งั้นก็ว่ามาพ่อให้เวลาแค่ 10 นาทีนะ”
“พ่อครับ ผมอยากขอร้องให้พ่อกลับมาทานข้าวกับแม่บ้าง สนใจแม่บ้าง แม่ต้องการพ่อนะครับ”
“แกคิดอย่างนั้นเหรอเวย์ แม่ของแกไม่ได้ต้องการพ่อหรอก เธอแค่ต้องการเอาชนะเท่านั้นเธออยากแสดงให้คนอื่นเห็นว่าเธอยังคุมพ่อได้”
“แต่ตอนนี้แม่ต้องการกำลังใจนะครับพ่อ ผมขอเวลาพ่อแค่สัปดาห์ละสองวัน ขอให้พ่อกลับมาทานข้าวกับแม่ ได้ไหมครับ”
“พ่อจะทำเท่าที่ทำได้ ส่วนแกก็ควรไปเริ่มงานได้แล้ว”
“ผมรู้ครับพ่อ ผมจะไปเริ่มงานวันจันทร์”
“พ่อจะให้แกฟอร์มทีมขึ้นมาใหม่ เรื่องคนและทรัพยากรแกก็เตรียมไปเสนอในที่ประชุม”
“ครับพ่อ”
