บทที่ 9 เจ้านายไม่เหมือนที่คิด

เช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวายเมญาวีตื่นนอนตั้งแต่ตีสี่ เพราะตื่นเต้นที่จะได้ไปทำงานวันแรก วันนี้คือวันแรกของการเริ่มต้นชีวิตการทำงานในฐานะมนุษย์เงินเดือน

หญิงสาวเลือกสวมเสื้อเชิ้ตคอปกสีครีมแขนยาวขนาดพอดีตัวที่รีดจนเรียบกริบมาสวม ด้านหน้าของเสื้อแต่งด้วยกระดุมสีเดียวกับตัวเสื้อดูเรียบร้อยแต่ก็แฝงไว้ด้วยความทันสมัย ปลายเชิ้ตสอดในกระโปรงเอวสูงแหวกทางด้านข้างเล็กน้อยความยาวเลยเข่ามาเพียงนิด ดูแล้วเสริมบุคลิกให้ดูคล่องแคล่ว เครื่องประดับมีเพียงนาฬิกาสีเงิน ที่มารดาซื้อให้เป็นของขวัญในวันจบการศึกษามันเป็นทั้งสิ่งบอกเวลาและเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้เธออุ่นใจในวันเริ่มต้นสัปดาห์

วันนี้เมญาวีเลือกแต่งหน้าโทนอ่อน ปัดบลัชออนที่พวงแก้มเพียงบาง ๆ เปลือกตาทาทับด้วยอายแชโดว์สีพีชขับให้ดวงตากลมโตดูสดใสและเป็นธรรมชาติ เรียวปากบางแต่งแต้มด้วยลิปสติกแบรนด์หรูสีสวยซึ่งรินรดาเพื่อนสนิทเป็นคนเลือกซื้อมาให้เป็นของขวัญ เส้นผมสีดำขลับถูกรวบตึงเป็นทรงหางม้าสูง แล้วผูกทับด้วยโบผ้าสีขาวขนาดใหญ่ ช่วยลดวัยและเพิ่มความเก๋ไก๋ชวนมองขึ้นไปอีกนิด

มือเรียวเล็กหยิบรองเท้าส้นสูงสี่นิ้วสีดำมาถือไว้ก่อนจะปิดประตูห้องและรีบเดินออกไปรอรถเมล์ที่หน้าปากซอย       

เพราะความกลัวว่าการไปทำงานวันแรกจะเกิดข้อผิดพลาดหรือไปสาย หญิงสาวจึงตัดสินใจออกจากห้องพักตั้งแต่ยังไม่หกโมงเช้า แต่การจราจรของกรุงเทพฯ ในเช้าวันจันทร์กลับเป็นใจกว่าที่คิด รถเมล์แล่นฉิวจนเธอมาถึงหน้าบริษัทในเวลาเพิ่งจะเจ็ดโมงตรงทำให้พอมีเวลาเหลือเฟือจนไม่ต้องรีบร้อน

หญิงสาวเดินไปสำรวจบริเวณใกล้ๆ ว่ามีร้านอาหารอะไรบ้าง เผื่อตอนกลางวันจะได้ลงมาทาน ระหว่างนั้นก็เดินผ่านร้านขายปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ เธอจึงนั่งลงยังโต๊ะที่ว่าง สั่งน้ำเต้าหู้หนึ่งแก้วและปาท่องโก๋อีกสามตัวเป็นอาหารมื้อเช้าของการทำงานวันแรก

วันนี้มีพนักงานใหม่เข้ามาพร้อมกันเกือบสิบคน หัวหน้าฝ่ายบุคคลเลยเรียกให้ไปรวมตัวกันที่ห้องประชุมเล็กเพื่อชี้แจงรายละเอียดและกฎระเบียบในการทำงาน

พอหัวหน้าฝ่ายบุคคลชี้แจงเสร็จสิ้น ชายวัยกลางคนท่าทางใจดีอย่างคุณอาธรก็ก้าวเข้ามาในห้อง เขาแนะนำตัวและกล่าวต้อนรับพนักงานใหม่อย่างเป็นกันเองแทนท่านประธานบริหาร ซึ่งในวันนี้ท่านติดภารกิจสำคัญชิ้นใหญ่ จึงไม่ได้เดินทางเข้ามาพบปะและให้โอวาทกับพนักงานใหม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

จากนั้นทุกคนก็ตรงไปยังแผนกของตัวเองซึ่งจะคอยมีพนักงานเก่ารอรับอยู่แล้วเว้นแต่เมญาวีและณิชาภาเพราะทั้งสองคนต้องไปยังชั้นของผู้บริหาร

คุณวนิดา หัวหน้าฝ่ายบุคคลเดินนำไปก่อนโดยมีเมญาวีและณิชาภาเดินตามไป เธอส่งณิชาภาให้กับผู้จัดการแผนกก่อน จากนั้นจึงหมุนตัวกลับมาพาเมญาวีเดินลึกเข้าไปยังโซนด้านใน ซึ่งเป็นห้องทำงานส่วนตัวของเวหารองประธานหนุ่มคนใหม่

“คุณวนิดาคะ คุณเวหาดุไหมคะ”

“ไม่หรอกค่ะ” วนิดาตอบพนักงานใหม่ไปแบบนั้นทั้ง ๆ ที่เธอเองก็เคยเจอเวหาเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น

บริเวณหน้าห้องของเจ้านายคนใหม่มีหญิงวัยกลางคนนั่งทำงานอยู่

“เกสร นี่เมญาวี ผู้ช่วยคุณเวหา”

“สวัสดีค่ะ คุณเกสร” เมญาวียกมือไหว้

“สวัสดีค่ะ เรียกพี่สรนะคะ แล้วน้องมีชื่อเล่นไหมคะ” เกสรรับไหว้ด้วยท่าทีเอ็นดู ขยับแว่นสายตาเล็กน้อยเมื่อเห็นความน่ารักสดใสของผู้ช่วยคนใหม่

“เมยค่ะ”

“พี่นิเข้าได้เลยค่ะคุณเวหารออยู่แล้ว” เกสรบอกกับวนิดาเพราะเมื่อครู่เขาแจ้งไว้แล้วว่าวันนี้จะมีผู้ช่วยเข้ามาทำงานวันแรก

วนิดาเคาะประตูสองครั้งแล้วเปิดเข้าไปทันที

ภายในห้องทำงานอันกว้างขวางของเจ้านายคนใหม่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่หรูหราด้วยโทนสีเข้ม มีโต๊ะทำงานตั้งอยู่สองตัว ตัวหนึ่งตั้งอยู่ติดริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ซึ่งเป็นของเจ้านายอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะตอนนี้ร่างสูงใหญ่ของเขากำลังนั่งอยู่ตรงนั้น ส่วนโต๊ะอีกตัวที่ขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย เมญาวีไม่แน่ใจนักว่าจะเป็นพื้นที่ทำงานของเธอหรือเปล่า

“คุณเวหาคะ ฉันพาผู้ช่วยมาส่งค่ะ”

“สวัสดีค่ะคุณเวหา ฉันชื่อเมญาวีค่ะ” หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้ช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า

แต่ทันทีที่ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมปราบของเจ้านายหนุ่ม เมญาวีก็รู้สึกเหมือนมีกระแสความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ท่าทางของเขานิ่งสนิท แววตาคู่นั้นดูเย็นชาจนน่าหวั่นใจ หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจเพราะเจ้านายในความเป็นจริงของเธอช่างห่างไกลจากภาพที่จินตนาการไว้ในหัวเลยสักนิดเดียว

ก่อนหน้านี้ เมญาวีจินตนาการไว้ว่าคุณเวหาคงจะเป็นชายหนุ่มวัยกลางคน ท่าทางภูมิฐาน อ้วนท้วนมีอายุตามสไตล์ผู้บริหาร แต่ภาพที่ปรากฏแก่สายตาในยามนี้กลับกลายเป็นชายหนุ่มรูปหล่อไร้ที่ติ ผิวสองสีดูสุขภาพดี ช่วงไหล่กว้างหนากับรูปร่างสูงโปร่งภายใต้ชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบ ดูอย่างไรก็เหมือนนายแบบชื่อดังบนรันเวย์มากกว่าจะมานั่งบริหารงานอยู่ตรงนี้

“พี่ไปก่อนนะ มีอะไรก็ถามเกสรได้” วนิดาหันมากระซิบกับเธอเมื่อเห็นเจ้านายยังคงนิ่ง

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ เวหาลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินมาสำรวจผู้ช่วยคนใหม่ หญิงสาวคนนี้ดูยังเด็กอยู่มาก ถ้าไม่เห็นแฟ้มประวัติก็คงคิดว่าเธอยังเป็นนักศึกษาอยู่แน่ ๆ ใบหน้าสวยเนียนประดับด้วยตวงตากลมโต จมูกเล็กรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยรับกับใบหน้าเรียวรูปไข่ ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อน โดยรวมแล้วเธอเป็นคนที่สวยมากคนหนึ่งเลยทีเดียว

พอร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าในระยะใกล้ เมญาวีก็ต้องลอบกลืนน้ำลาย ความรู้สึกแรกของเวหาคือผู้ช่วยของเขาเป็นคนตัวเล็กเกินไป หรือเป็นเพราะตัวเขาเองที่สูงใหญ่กำยำเกินมาตรฐานชายไทยกันแน่

“คุณนั่งโต๊ะตัวนั้นนะ อึดอัดไหมที่ต้องนั่งร่วมห้องกับผม”

“ไม่ค่ะ คุณเวหาคะ ฉันต้องทำอะไรบ้างคะ”

“วันนี้ศึกษาข้อมูลในแฟ้มก่อน ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถาม”

“ค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป