บทที่ 10 ตอนที่ 8 : ความสิ้นหวัง

ตอนที่ 8 : ความสิ้นหวัง

"เฮ้อ...ฉันคงห้ามแกไม่ได้สินะ ถ้างั้นระหว่างที่เธอถูกขังโดยวิธีสกปรกของแก ทุกวันอาทิตย์ฉันจะเข้ามาตรวจร่างกายและตรวจสภาพจิต ไม่ให้เธอแย่ลงจนเกิดภาวะคิดสั้น"

"แต่!"

"หรือแกอยากให้ข่าวออกไปว่านักโทษภายใต้การดูแลของเรือนจำนี้ฆ่าตัวตายโดยไร้สาเหตุ หืม..."

"เออ โว้ย! แต่อย่ามาขวางทางฉันก็พอ!"

เมื่อเห็นท่าทีเฉียบขาดเด็ดเดี่ยวและไม่ยอมลดราวาศอกของเพื่อนหมอ ศิลาก็จำใจต้องยอมรับข้อเสนออย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่ภายในใจแสนจะขัดใจและหงุดหงิดเป็นที่สุด

เรือนร่างบอบบางที่นอนหงายอยู่บนเตียงคนไข้ในสภาพบอบช้ำเจียนตายเริ่มรู้สึกตัวตื่น เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ปรือมองขึ้น ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือฝ้าเพดานสีขาวสะอาดตา แม้ร่างกายจะอ่อนเปลี้ยระบมจนแทบขยับไม่ได้ แต่สัญชาตญาณระแวดระวังภัยของคนที่เพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์อันเลวร้ายฝันร้ายมา ทำเอาเจนิสผวาเฮือก ดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันที หญิงสาวสาดส่ายสายตาไปรอบบริเวณด้วยความตื่นตระหนกเพื่อสำรวจว่าตนเองอยู่ที่ใด และที่นี่...ไม่ใช่คุกมืดสี่เหลี่ยมแคบๆ ห้องนั้น

แกร๊ก!

ทันทีที่เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้น เจนิสสะดุ้งตัวโยนราวกับได้ยินเสียงระเบิดก้องในหู ร่างสูงใหญ่ที่เดินก้าวผ่านประตูเข้ามาเกลี่ยสายตามองดูเป็นคนใจดีภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวสะอาด ทว่าภาพนั้นกลับไม่ได้ทำให้เธอวางใจลงได้เลยแม้แต่น้อย มือบางคว้ากล่องปฐมพยาบาลใกล้ตัวที่มีทั้งของมีคมและขวดยา ขว้างปาเข้าใส่บุรุษมาใหม่ทันทีโดยไร้ซึ่งคำถามหรือการเจรจาใดๆ

"ใจเย็นก่อนครับคุณเจนิส"

‘หมอบดินทร์’ แพทย์ประจำเรือนจำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มและใจเย็น เขารู้ดีและเข้าใจถึงสภาวะจิตใจที่แตกสลายระแวงภัยของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี ถึงแม้ตัวเขาจะเป็นเพื่อนสนิทกับศิลามาเนิ่นนาน แต่ลึกๆ ในใจก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิการกระทำอันป่าเถื่อนของเพื่อนรัก

"แก ไอ้เลว ไอ้ชั่ว แก...ทำเรื่องแบบนั้นกับฉัน ฮึก...ฮึก"

หญิงสาวด่ากราดใส่ร่างสูงใหญ่ที่ก้าวตามหลังหมอเข้ามา ผู้อำนวยการเรือนจำเดินเข้ามาด้วยท่าทีเรียบเฉย แววตาคมกริบฉายแววสะใจอย่างโจ่งแจ้งจนเจนิสมองออกได้อย่างชัดเจน แม้ข้อมือข้างหนึ่งของเธอจะถูกพันธนาการด้วยตรวนกุญแจมือเหล็กยึดติดไว้กับขอบเตียง แต่อีกมือน้อยๆ ที่ยังเป็นอิสระก็ไม่วายควานสะเปะสะปะหาของเหลือกินเหลือใช้เพื่อขว้างปาใส่ชายตรงหน้า...ผู้ที่ย่ำยีเธอราวกับสิ่งไร้ชีวิตเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้

"ไอ้เลว ไอ้ชั่ว นรกส่งมาเกิด"

เธอตวาดด่าลั่นโรงพยาบาล สาดอารมณ์ใส่ทั้งคุณหมอและผู้เป็นนายใหญ่ ศิลายกยิ้มที่มุมปากอย่างร้ายกาจ ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำประชดประชันแสนเลือดเย็น

"หมอเห็นมั้ยครับว่าคนไข้...ไม่สินักโทษคนนี้เกรี้ยวกราดขนาดไหน เธอถูกขังเดี่ยวในห้องมืดเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะถ้าปล่อยมาใช้ชีวิตกับคนอื่นอาจไปฆ่าใครตายอีก"

เขาจงใจเน้นย้ำคำว่าฆ่าอย่างหนักแน่น จนเจนิสต้องขบเม้มริมฝีปากตัวเองจนห่อเลือดด้วยความเจ็บใจ ครั้นพอเธอจะอ้าปากสบถด่าอีกครา หมอบดินทร์ก็รีบเอ่ยปากห้ามทัพไว้เสียก่อน

"ผอ. ออกไปก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมดูแลเธอเสร็จแล้วจะเรียกคุณมารับเธอไปเอง"

ศิลาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนเมื่อสัมผัสได้ว่านักโทษหญิงคนนี้กำลังได้รับความคุ้มครอง ในสมองของเขาคิดเพียงแค่ว่าผู้หญิงแพศยาคนนี้ไม่สมควรได้รับสิทธิ์ทางมนุษยธรรมใดๆ ทั้งสิ้น แม้กระทั่งสิทธิ์ในการรักษาบาดแผลบนเรือนร่างที่เกิดจากน้ำมือของเขาเองก็ตาม แต่ทว่าบดินทร์ไม่ใช่คนแบบนั้น ถึงจะรู้ดีว่าเจนิสคือผู้ต้องหาคดีร้ายแรง แต่เขาไม่อาจละทิ้งจรรยาบรรณวิชาชีพแพทย์ได้ หน้าที่ของเขาคือการรักษาเยียวยาผู้ป่วย ไม่ว่าคนตรงหน้าจะเป็นใครมาจากไหนก็ตาม

"ออกไปก่อนครับ"

บดินทร์ออกคำสั่งเสียงเรียบย้ำอีกหน ศิลาจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดใจแต่ก็ยอมก้าวเท้าเดินออกไปแต่โดยดีเพื่อตัดความรำคาญ คุณหมอหนุ่มหันกลับมายิ้มอ่อนโยนให้หญิงสาวที่กำลังดิ้นรนคลุกคลิกขัดขืน จนข้อมือบางที่ถูกกุญแจมือล็อกไว้เริ่มขึ้นสีแดงช้ำ ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าสู้ไปก็ไร้ประโยชน์ แต่เธอก็ยังคงดิ้นรนจนข้อมือบวมช้ำน่าเวทนา

"หยุดดิ้นก่อนครับ ดิ้นไปก็แค่นันคุณหลุดพ้นจากที่นี่ไม่ได้ มีแต่จะเจ็บตัวเปล่าๆ"

น้ำเสียงราบเรียบปลอบประโลมพร้อมกับมือหนาที่บรรจงทำแผลให้เธออย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม แม้จะยังคงตื่นตระหนกอยู่บ้าง แต่เจนิสก็ไม่ได้อาละวาดใส่คุณหมอใจดีเหมือนตอนที่ศิลาอยู่ หมอบดินทร์พยายามชวนเธอคุยเพื่อทำลายความตึงเครียด ทว่ากลับไร้ซึ่งสัญญาณตอบรับจากหญิงสาว ไม่ว่าแพทย์หนุ่มจะป้อนคำถามสักกี่ประโยค เธอก็ทำเพียงแค่นั่งนิ่งเงียบเฉย ทว่าหมอก็ไม่ลดละความพยายาม ชวนเธอพูดคุยตลอดเวลาที่อยู่ในห้องพยาบาล

"เสร็จแล้วครับ ถึงเวลาส่งคุณกลับแล้ว"

คำประกาศนั้นทำให้เจนิสสะดุ้งสุดตัว แม้ก่อนหน้านี้จะทำหูทวนลมราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดมาเนิ่นนาน ทว่าเมื่อได้ยินคำว่าจะต้องถูกส่งตัวกลับไปจำคุกในห้องมืด แววตาคู่สวยก็ทอประกายความสั่นกลัวและตื่นตระหนกออกมาอย่างเห็นได้ชัด บดินทร์ลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเวทนา ทว่าเรื่องนี้มันช่างเกินอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของเขาจริงๆ ในสมรภูมิส่วนตัวนี้ เขาไม่อาจยื่นมือเข้าแทรกแซงขัดขวาง และจำต้องปล่อยให้ศิลาทำตามใจตนเองต่อไป...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป