บทที่ 6 ตอนที่ 4 : ขุมนรก

ตอนที่ 4 : ขุมนรก

"ฉันก็เหมือนแกนั่นล่ะ เจ็บใจพวกผู้หญิงแย่งผัวเหมือนกัน! อีกอย่างนายเค้าก็มีบุญคุณช่วยฉันในวันที่ลำบาก ถ้าแค่นี้ต่อให้ต้องแหกกฎ มันไม่เป็นอะไรหรอก"

"งั้นก็อย่าลืมที่ตกลงกันไว้ล่ะ"

"ไม่ต้องห่วง แกจะได้กอดลูกแน่ในวันญาติเยี่ยมครั้งนี้"

สองสาวต่างสถานะสบตากันเนิ่นนานราวกับคนหัวอกเดียวกัน

"เด็กใหม่! อย่ามาแซงคิวสิ!"

เจนิสที่กำลังถือถาดอาหารเข้าแถวตามคำสั่ง ถูกใครบางคนจงใจเบียดกระแทกจนทั้งคนและถาดกระเด็นลงไปกองกับพื้น

"สำออยว่ะ! ใจแข็งขนาดกล้ายิงคนให้ตายต่อหน้าได้ กะอีแค่นี้เอง"

เสียงดูแคลนดังลั่นจากเพื่อนนักโทษที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ ก่อนที่หล่อนจะหมุนกายเข้าสวมรอยแทนตำแหน่งเดิมของเจนิสหน้าตาเฉย

"อะ โอ๊ย!"

สาวน้อยร้องอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อมือที่กำลังก้มลงเก็บถาดอาหารกลับถูกเท้าของหญิงคนเดิมเหยียบขยี้จนแนบไปกับพื้นปูน ครั้นพอเธอเงยหน้าประท้วง ฝ่ายนั้นกลับตอบกลับมาด้วยใบหน้านิ่งเฉยทว่ารอยยิ้มกลับหยันลึก

"ไม่ได้ตั้งใจนะ"

เจนิสพ่นลมหายใจยาว สะกดกลั้นความไม่พอใจเอาไว้ส่วนลึก ด้วยความที่ไม่รู้ว่าตนเองจะต้องชดใช้กรรมอยู่ในสถานที่แห่งนี้อีกนานแค่ไหน การมีเรื่องกับขาใหญ่ในเรือนจำดูเหมือนจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักสำหรับหญิงสาว

ทว่าปัญหากลับวิ่งเข้าใส่หญิงสาวราวกับรักใคร่เสน่หาในตัวเธอเสียเต็มประดา จากที่คิดว่ายอมหลบเลี่ยงเพื่อตัดปัญหา กลับกลายเป็นว่าการกลั่นแกล้งยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรือนนอนที่เธอถูกแกล้งให้นอนกับพื้นปูนเย็นเฉียบโดยไร้ผ้าห่มและหมอน การใช้ห้องน้ำร่วมกันที่เธอจะได้ใช้เป็นคนสุดท้ายในวินาทีที่แทบจะหมดเวลา หรือแม้กระทั่งการรับอาหารประจำวันก็มักจะโดนแกล้งเทเกลือ พริก หรือน้ำปลาใส่ลงไปในปริมาณที่เกินพอดี เจนิสได้แต่เฝ้าบอกตัวเองให้ขันติและอดทนให้ได้ เพื่อรอวันที่จะได้กลับไปเป็นอิสระอีกครั้ง

แต่แล้วฟางความอดทนเส้นสุดท้ายก็ขาดสะบั้นลง ในระหว่างที่เธอกำลังจะกินข้าวในมื้อเย็นที่เฝ้ารอคอยมาเนิ่นนาน เนื่องจากตลอดสองมื้อแรกของวันเธอถูกกลั่นแกล้งจนไม่ได้กินอาหารให้อิ่มท้อง ประกอบกับที่ร้านสวัสดิการของเรือนจำยังปฏิเสธที่จะจำหน่ายสิ่งใดให้แก่เธออีกด้วย ความหิวโหยทารุณจนคิดว่าตนเองสามารถกินช้างได้ทั้งตัว ทว่าเพียงแค่ตักข้าวลิ้มรสได้เพียงสองคำ ถาดอาหารทั้งใบก็ปลิวสะบัดตกไปกองกับพื้น ด้วยฝีมือของคนเดิมที่ทำหน้าชื่นตาบานราวกับไม่รู้สึกรู้สมกับความผิด

"ทนไม่ไหวแล้วนะเว้ย! จะแกล้งอะไรกันนักหนา!!"

สิ้นเสียงตวาดลั่นด้วยความโมโหจัด สาวน้อยที่หมดสิ้นความอดทนก็พุ่งตัวเข้าตบใบหน้าของคนทำทันทีอย่างเหลืออด ความชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้นในโรงอาหารทันใดจนเหล่าผู้คุมต้องรีบเร่งเข้ามาห้ามทัพ ไม่กี่นาทีต่อมาร่างสูงใหญ่แฝงรังสีทรงอำนาจก็ก้าวเข้ามา พร้อมกับเสียงตวาดกร้าวที่ตะเบ็งลั่น

"หยุดเดี๋ยวนี้!!"

เสียงนกหวีดลากยาวเป็นสัญญาณเตือนให้เชื่อฟัง ส่งผลให้กลุ่มคนหยุดชะงักลงด้วยความเกรงกลัวในอำนาจของผู้มาใหม่

"เกิดอะไรขึ้น!"

ศิลาแผดเสียงถามอย่างดุดัน ในขณะที่ผู้คุมหญิงที่เป็นคนของเขา รีบเอ่ยรายงานขึ้นตามบทบาทที่ซักซ้อมกันไว้

"นักโทษหญิงที่มาใหม่สร้างความวุ่นวายค่ะ"

"แต่ฉันถูกกระทำก่อน! พวกนี้รุมแกล้งฉันมาเกือบสัปดาห์แล้ว! แต่ผู้คุมคนนั้นก็ทำนิ่งเฉย!"

เจนิสแผดเสียงเถียงกลับอย่างไม่ยอมลดละ น้ำตาแห่งความเจ็บใจร่วงพรูลงมาไม่ขาดสาย ความอยุติธรรมที่ได้รับบวกกับความเครียดที่สั่งสมมานานส่งผลให้หญิงสาวไม่อาจควบคุมสติอารมณ์ได้อีกต่อไป มือบางที่สั่นเทาด้วยความโกรธชี้ตรงไปยังคนของศิลาจนฝ่ายนั้นสะดุ้งโหยง ทว่าหญิงนักโทษที่เป็นหัวโจกกลับรีบเอ่ยสวนขึ้นมาทันควัน

"ไม่จริงสักหน่อย! พวกเราไม่มีใครทำอะไรเธอเลยนะ จริงไหมพวกเรา"

เนื่องด้วยหล่อนมีพรรคพวกมากพอสมควร ทุกคนจึงรีบเอ่ยปากสำทับช่วยกันยืนยัน พลางหันมามองทางหญิงสาวราวกับเธอเป็นตัวปัญหาตัวจริง

"นำนักโทษหญิงเจนิสไปขังในคุกมืด! ข้อหาปลุกปั่นสร้างความวุ่นวาย และกระด้างกระเดื่องแก่ผู้คุม!"

สิ้นเสียงบัญชาเฉียบขาดของชายผู้มีตำแหน่งใหญ่ที่สุด เจนิสก็ถูกควบคุมตัวไปในทันที ท่ามกลางเสียงกรีดร้องตะโกนประท้วงในความไม่เป็นธรรมของเธอที่ดังสะท้อนไปตลอดทางเดิน

คุกมืด... ห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กที่ไม่มีแม้กระทั่งหลอดไฟสักดวง คือสถานที่แห่งใหม่ที่เจนิสได้สัมผัส แสงสว่างรำไรที่ลอดผ่านช่องประตูเล็กๆ ไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย คนงามที่บัดนี้ไร้ซึ่งสง่าราศีทำได้เพียงนั่งคู้เข่ากอดตัวเองไว้แน่น กวาดสายตามองความมืดมิดรอบตัวอย่างตื่นตระหนกหวาดกลัว เธอพร่ำบ่นสะอื้นไห้ถึงสิ่งเลวร้ายที่ตนเองต้องเผชิญพร้อมหยาดน้ำตาที่หลั่งไหลไม่ขาดสาย

เนิ่นนานกว่าที่ความสะอึกสะอื้นจะสงบลง พร้อมกับห้วงนิทราที่เคลื่อนเข้าครอบงำ แม้ตอนแรกจะบอกตัวเองว่าไม่อาจข่มตาลงได้ในสถานที่แห่งนี้ แต่เพราะสิ่งที่เธอเจอมามันทำให้อ่อนล้าเกินทนจนผล็อยหลับไปในที่สุด

กลางดึกคืนนั้น... ห้องที่เคยตกอยู่ในความมืดมิดพลันแปรเปลี่ยนเป็นแสงสว่างวาบ เมื่อบานประตูเหล็กถูกเปิดออก เงาดำทึมของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงทางเข้า กลีบปากหนาหยักลึกยกยิ้มเยาะอย่างพึงพอใจกับผลงานตรงหน้า... ผลงานชิ้นเอกที่จะทำให้เขาสำเร็จโทษเธอได้ด้วยน้ำมือของตนเอง!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป