บทที่ 2 เจ้าบ่าวจำเป็น
ตอนที่ 2 เจ้าบ่าวจำเป็น
แสงสว่างของเช้าวันใหม่อันแสนหดหู่ ส่องทาบผ่านเข้ามาทางช่องหน้าต่าง เปลือกตาบางบวมช้ำก่ำแดงของคนทั้งคู่ บ่งบอกให้รู้ว่าเมื่อคืนนี้ช่างเป็นคืนอันโหดร้ายแสนยาวนาน
“ปราณ ลุกขึ้นแต่งตัวเถอะ” เสียงแหบอ่อนเพลียเอ่ยกลบความเงียบอันเวิ้งว้าง
“ธัน.....” น้ำตาหยดใหม่ไหลลงมาจากขอบตาช้ำ
“ไม่เอา วันนี้วันมงคลของปราณนะ อย่าร้องไห้” นิ้วเรียวขยับยกมันขึ้นไปเกลี่ยเช็ดหยดน้ำใสที่ยังคงไหลลงมาไม่ขาดสาย
“เมียปราณมีแค่คนเดียวคือธัน วันมงคลของปราณ คือวันที่เราได้อยู่ด้วยกัน หัวใจดวงนี้...ปราณยกมันให้ธันคนเดียวเท่านั้น” มือนุ่มถูกคว้ามาจูบซ้ำ ๆ ด้วยความทรมาน จากนั้นเลื่อนมาวางแนบไว้ตรงตำแหน่งอกข้างซ้าย
“เจ็ดปีที่ผ่านมา ปราณคือคนรักคนแรก และเป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้ธันรู้สึกว่าโลกใบนี้สวยงามเสมอ ธันเชื่อว่าปราณจะเป็นสามี....เป็นสามีที่ดีของคุณนทีได้”
“ไม่ ปราณไม่เป็นสามีของใครทั้งนั้น ปราณจะเป็นสามีของธันคนเดียว”
“หลังจากวันนี้ สถานะของเราสองคนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว.....” ตามองไปยังหัวเตียง อันมีกรอบรูปที่ถ่ายคู่กันเมื่อนานมาแล้ว สูงขึ้นไปกรอบรูปพรีเว็ดดิ้งบานใหญ่แขวนไว้อยู่ด้านบน รอยยิ้มชื่นมื่นปริ่มสุขอย่างนั้นมันคงไม่มีอีกแล้วสินะ
“รอให้ปราณแก้ปัญหาทุกอย่างจบลง ปราณจะกลับมาทำตามสัญญาทุกข้อ ที่เคยให้ไว้กับธัน” ตาช้ำบวมแดงมองไปยังกรอบรูปใหญ่
งานมงคลสมรสของ นที ลูกเจ้าสัวใหญ่จัดขึ้นเป็นการภายใน เพราะมีเวลาจัดการเตรียมงานไม่มากนัก หากแต่แขกเหรื่อผู้มาร่วมงานนั้น ต่างอยู่ในระดับเศรษฐีมีเงินร้อยล้าน พันล้านทุกคน เจ้าบ่าวในชุดสูทสีขาวยืนทำหน้าเศร้า อวดนัยน์ตาแดงบวมช้ำอย่างไม่คิดปกปิด ต่างจากใบหน้าชื่นมื่นรื่นรมย์ ยิ้มแย้มอมความสุขในชัยชนะที่สามารถแย่งผู้ชายคนนี้มาจากธันวาได้
“จากนี้ไปคุณสองคน เป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายกันแล้วนะครับ” นายทะเบียนยื่นเอกสารสำคัญ ในการสมรสอันมีลายมือชื่อของคู่บ่าวสาวอยู่บนนั้นให้
ปราณ มองรอยหมึกที่เกิดจากการตวัดเซ็นชื่อของตนด้วยหัวใจอันเจ็บปวด ดวงตาเศร้าหลุบต่ำ พยายามซ่อนความบอบช้ำจากทุกคน ถึงมันจะทำได้ไม่ดีนัก เพราะคนทั้งงานต่างรู้ดีว่า นี่เป็นการแต่งงานอันน่าอดสูที่สุดแห่งปี
ธันวายืนมองชายที่รักด้วยความรู้สึกสงสาร เจ็บปวดทรมาน แต่ไม่อาจทำสิ่งใดได้ เพราะตนเป็นเพียงลูกชาวไร่ ชาวสวนธรรมดา ไม่มีเงินทอง ชื่อเสียง หน้าตาทางสังคมหรือสิ่งใด อันพอจะช่วยอุ้มชูช่วยเหลือวิกฤตชีวิตของคนรักได้ ครั้นจะเห็นแก่ตัวเหนี่ยวรั้งเขาไว้ก็มีผู้คนอีกมากมายอาจต้องเดือดร้อน
“รบกวนเจ้าบ่าวมองกล้องหน่อยครับ” ช่างภาพคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างเหลืออด เมื่อไม่สามารถถ่ายภาพได้อย่างต้องการ เนื่องจากเจ้าบ่าวเอาแต่นั่งก้มหน้าตลอดเวลา
“ปราณ” เสียงมารดากระซิบแผ่ว ดึงให้ใบหน้าเศร้าค่อย ๆ เงยขึ้นมาอย่างช้า ๆ
“ช่วยทำหน้าให้มันสมกับเงินร้อยล้านที่ผมต้องจ่ายให้คุณหน่อยสิ” เสียงกระซิบเย้ยหยันจากคนที่นั่งอยู่ข้างกัน ทำให้เขายิ่งเจ็บปวด แม้ใบหน้าเงยขึ้นมามองตรง หากแต่ดวงตายังคงมีเพียงความว่างเปล่า จนเมื่อหันไปเห็นรอยยิ้มอบอุ่นนุ่มนวลของแขกผู้มาร่วมงานคนหนึ่ง
“ธันนน”
เจ้าบ่าวในชุดสูทสีขาวครีมเดินลิ่วหลบออกมาจากงาน วิ่งพล่านมองหาชายคนรัก กระทั่งพบว่าธันวามายืนหลบอยู่มุมหนึ่ง ธันวาใช้เวลาตัดสินใจและรวบรวมเก็บเศษซากหัวใจอันแตกสลายยับเยินอยู่นาน กว่าจะรวบรวมพลังให้ลุกขึ้นมาแต่งตัวออกจากบ้าน เพื่อมาร่วมงานมงคลสมรสนี้ได้
“ปราณใส่ชุดนี้แล้ว....ดูดีที่สุดเลย” ยิ้มทรมานคลี่ออกมาอย่างไม่ได้เสแสร้ง นี่คือชุดแต่งงานที่ธันวาใฝ่ฝัน อยากเห็นปราณสวมมัน เพียงแต่เขาไม่คิดว่าเจ้าสาวที่ได้สวมชุดคู่กันนั้นจะไม่ใช่ตน
“ปราณอยากใส่มัน คู่กับธัน”
“เราเคยใส่มันแล้ว จำได้มั้ย” ธันวาเท้าความหลัง ครั้งที่ทั้งสองไปถ่ายพรีเว็ดดิ้งร่วมกัน
“เจ็บจังเลยธัน ปราณทรมานจังเลย เจ็บจนใจจะขาดแล้ว” หัวเข่าทรุดนั่งลงตรงหน้า
“ไม่เอา ไม่ร้องไห้นะ วันนี้ธันมาอวยพร ขอให้ปราณมีความสุขมากๆ” ฝ่ามือนุ่มยกขึ้นไปซับน้ำตาออกจากแก้มสากอันแสนโทรมเพราะความเศร้า
“ธัน”
“ปราณ เข้าไปข้างในได้แล้วลูก” คุณหญิงปณิตาและเปรมลูกชายคนเล็กเดินออกมาตาม ภาพความเจ็บปวดทรมานของลูกชายคนโตทำให้คนเป็นแม่ยิ่งรู้สึกผิด
“ผมไม่อยากแต่งงาน ผมอยากอยู่กับธัน คุณแม่บังคับผมทำไม ทำไมทุกคนทำกับผมแบบนี้ ผมอยากอยู่กับธัน” สองแขนรั้งร่างคนรักเขามาสวมกอด
“ปราณ”
“พอแล้วปราณ ลูกต้องเข้าไปข้างใน ถ้าเจ้าสัว หรือนทีมาเห็นลูกอยู่กับธันวาแบบนี้ มันจะไม่เป็นผลดีกับพวกเราทุกคน”
“ผมจะอยู่กับธัน”
“ปราณ ปล่อยเถอะนะ”
แม้จะรักมากเพียงใด แต่ธันวาเข้าใจในความจำเป็นที่ทุกคนต้องเผชิญ ใช่ว่าตนนั้นจะไม่รู้สึกรัก ไม่รู้สึกอาลัย หวงแหนชายที่ตนรัก แต่เพราะรักแทบขาดใจ จึงต้องยอมปล่อยให้เขาไปเป็นของคนอื่น ทั้งที่เจ็บจนแทบประคองตัวยืนไม่ไหว แต่สิ่งที่ธันวาทำได้คือฝืนยิ้มทำเหมือนตัวเองยังสบายดี
“ธัน ปราณไม่อยากไป” มือจับเหนี่ยวรั้งร่างบอบบางเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“พี่ปราณ คนของเจ้าสัวมาแล้ว ปล่อยพี่ธันเถอะครับ” เปรมน้องชาย หันไปเห็นเหล่ามือปืนของฝ่ายเจ้าสาวเดินดิ่งตรงเข้ามาหา จึงรีบตรงเข้าไปดึงพี่ชายแยกออกมาจากอดีตคนรัก
“เจ้าสัวให้มาตามคุณปราณ ไปเข้าหอกับคุณนที” เสียงเย้ยเหี้ยมเกรียมไร้สำนึกผิดถูกดังขึ้น
“ปราณ ไปเถอะลูก” ผู้เป็นแม่พยายามแกะแขนสองข้างของลูกชายออกจากธันวา
“ผมไม่อยากไป ผมจะอยู่กับธัน”
“ปราณ แม่ขอร้องนะลูก”
“ทำไมทำกับผมแบบนี้ ทำไมทุกคนทำร้ายผมแบบนี้”
“ถ้าคุณไม่ไป...” ชายเสื้อสูทสีดำขยับยก เผยด้ามปืนสั้นโผล่พ้นมาจากบั้นเอว
“พี่ปราณ ผมจะไปส่งพี่ธันที่บ้านเอง พี่ไม่ต้องห่วง....พี่ขึ้นไปหาพี่นทีเถอะ”
“ธัน” เสียงร้องไห้ปริ่มว่าหัวใจดวงหนึ่งกำลังจะปลิดขาด ธันวาช้อนฝ่ามือประคองใบหน้าฉ่ำน้ำตานั้นขึ้นมาแล้วฝืนยิ้มเข้มแข็ง
“ปราณ กลับเข้าไปข้างในเถอะนะ ธันไม่เป็นอะไร”
“ไม่ว่าจะยังไง ปราณจะไม่นอกใจ ไม่แตะต้องใครนอกจากธันคนเดียว”
“อืม ธันเชื่อ....ธันเชื่อปราณเสมอ”
