บทที่ 12 คนตัวเล็ก
วันเสาร์ถัดมา
เมธกาต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับคุณราตรี เธอเดินข้ามรั้วไปยังบ้านวัฒนกุลด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ในมือถือกล่องขนมที่แวะซื้อมาฝากระหว่างทาง
"หนูมุกมาแล้ว!" เมื่อเห็นเธอ คุณราตรีก็รีบวิ่งออกมาเปิดประตูรับด้วยความดีใจ "เข้ามาเลยลูก ป้าทำแกงเขียวหวานรอไว้ตั้งแต่เช้าแล้ว"
ภายในบ้านยังคงมีกลิ่นอายบรรยากาศเดิมๆ ที่เธอคุ้นเคย ภาพถ่ายครอบครัวเรียงรายอยู่บนผนัง ทว่ามีภาพหนึ่งที่ทำให้สายตาของเธอสะดุดลง… มันเป็นภาพเด็กหญิงตัวน้อยกับเด็กหนุ่มวัยรุ่นยืนยิ้มกอดคอกันอยู่หน้าบ้าน ภาพที่ถูกบันทึกไว้เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว
"คุณป้ายังเก็บภาพนี้ไว้อีกเหรอคะ" เมธกาเอ่ยถามพลางยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
"เก็บไว้สิลูก" คุณราตรีเดินมายืนข้างๆ มองภาพนั้นด้วยแววตาอบอุ่น "ป้ารักภาพนี้ที่สุดเลยนะ มันเป็นช่วงเวลาที่บ้านหลังนี้มีความสุขที่สุดแล้วละ"
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ เสียงประตูรถเปิดปิดก็ดังขึ้นจากด้านนอก ไม่นานนัก ศิลาก็เดินเข้ามาในชุดลำลองสบายๆ เขาชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อยเมื่อเห็นเมธกายืนอยู่ในบ้าน
"มุก…" เขาหลุดเอ่ยชื่อเธอออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะรู้สึกตัวแล้วรีบปรับน้ำเสียง "คุณเมธกามาถึงแล้วเหรอครับ"
"ค่ะ" เธอตอบสั้นๆ พยายามไม่อยู่ในสายตาเขานานเกินไป
"ตาโย มานั่งกินข้าวด้วยกันสิ" คุณราตรีส่งเสียงเรียกลูกชาย
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอึดอัดที่ทั้งสองพยายามกลบเกลื่อนเอาไว้ เพื่อไม่ให้ผู้เป็นแม่สังเกตเห็น
"งานที่โรงแรมเป็นยังไงบ้างลูก" คุณราตรีถามระหว่างตักแกงใส่ถ้วยให้เมธกา
"เป็นไปด้วยดีค่ะคุณป้า คุณศิลามีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนมากสำหรับการออกแบบ" เมธกาตอบอย่างสุภาพ
"ดีจังเลย" คุณราตรีหันไปยิ้มให้ลูกชาย "โยได้คนเก่งมาช่วยงานแล้วนะ"
ศิลาเพียงพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไรมาก เขานั่งจ้องมองเมธกาอยู่เงียบๆ จากมุมโต๊ะฝั่งตรงข้าม คอยสังเกตทุกความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นกับเธอ ทั้งวิธีที่เธอถือช้อนอย่างมั่นใจ หรือวิธีที่เธอพูดจาฉะฉานเป็นผู้ใหญ่ขึ้น… ช่างแตกต่างจากเด็กหญิงขี้อายในความทรงจำของเขาเหลือเกิน
หลังอาหารเย็น คุณราตรีขอตัวออกไปพบเพื่อนบ้านชั่วครู่ ทิ้งให้เมธกาและศิลาตกอยู่ในความเงียบกลางห้องนั่งเล่นเพียงลำพัง บรรยากาศเงียบสงัดเสียจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาแขวนผนังเดินเป็นจังหวะ
"สี่ปีที่ผ่านมา…" ศิลาเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงเบานุ่มลงกว่าปกติ "คุณอยู่ที่เชียงใหม่ตลอดเลยเหรอ"
"ค่ะ" เมธกาตอบสั้นๆ โดยไม่กล้าสบตา
"ทำไมไม่ค่อยกลับบ้านเลยล่ะ" คำถามเรียบง่าย ทว่ากลับแฝงความสงสัยที่เก็บกดไว้เนิ่นนาน "แม้แต่ช่วงปิดเทอมก็แทบไม่เห็นหน้า"
เมธกากัดริมฝีปากแน่น ไม่รู้จะตอบอย่างไรโดยไม่หลุดความจริงในใจออกไป "ก็… งานเยอะน่ะค่ะ ต้องทำโปรเจกต์ส่งอาจารย์ตลอด"
"จริงเหรอ" ศิลาจ้องมองเธอไม่วางตา ราวกับพยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ "หรือว่า… มีเหตุผลอื่น"
หัวใจของเมธกาตุกวูบและเต้นระทึกขึ้นมาทันที เธอกลัวเหลือเกินว่าเขาจะอ่านความรู้สึกที่ซุกซ่อนไว้ลึกที่สุดออก "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่อยากใช้เวลากับตัวเองบ้าง"
ศิลานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาเลื่อนลอยไปมองภาพถ่ายบนผนังที่มีเขากับเธอยืนยิ้มด้วยกันในวัยเด็ก "ตอนที่รู้ว่าคุณกลับมาน้อยลงเรื่อยๆ พี่ก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน"
"…คะ?"
"เหมือนบ้านมันขาดอะไรบางอย่างไป" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ "ตอนนั้นพี่ยุ่งกับงานและเรื่องของตัวเองมากจนไม่ได้คิดอะไร แต่พอมองย้อนกลับไป… พี่ถึงเพิ่งรู้ตัว ว่าคิดถึงตัวเล็กเหมือนกันนะ"
คำว่า ‘ตัวเล็ก’ ที่หลุดมาจากปากเขา ทำให้เมธกาสะดุ้งโหยง หัวใจเต้นรัวเสียจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน เธอไม่เคยคิดฝันเลยว่าเขาจะพูดประโยคนี้ออกมา
"พี่โยก็มีเรื่องของตัวเองต้องจัดการตั้งเยอะนี่คะ" เธอรีบเอ่ยกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "เรื่องของคุณพิมพ์ด้วย…"
ทันทีที่ชื่อนั้นถูกเอ่ยขึ้น สีหน้าของศิลาก็เปลี่ยนไปทันที รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้ามลายหายไปในพริบตา เขาก้มหน้าลงมองพื้นด้วยความเงียบเชียบ
"เรื่องนั้น…" เขาตอบเสียงแผ่ว "พี่ยังไม่อยากพูดถึงตอนนี้"
เมธการู้สึกผิดขึ้นมาทันทีที่เผลอจุดประประเด็นแผลเก่าของเขา เธอจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง "ขอโทษค่ะ… ถ้าอย่างนั้นมุกขอตัวกลับก่อนนะคะ ดึกแล้ว"
ศิลาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ในดวงตาคู่คมฉายแววอาลัยอาวรณ์เหมือนอยากจะรั้งเธอไว้ ทว่าสุดท้ายเขาก็ทำเพียงพยักหน้ารับ "ระวังตัวด้วยนะ… เดี๋ยวพี่เดินไปส่ง"
"ไม่เป็นไรค่ะ บ้านอยู่ติดกันแค่นี้เอง" เธอรีบปฏิเสธ พลางยกมือไหว้ลาอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบเดินออกจากบ้านไป
เมื่อประตูบ้านปิดลง ศิลานั่งเงียบอยู่คนเดียวท่ามกลางความมืด นิ้วมือเรียวยาวค่อยๆ เอื้อมไปแตะที่อกซ้ายของตัวเองอย่างงุนงง พยายามทำความเข้าใจความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในใจ…
ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยตลอดสามสิบสี่ปีในชีวิตของเขา
