บทที่ 2 โลกใบเล็ก ๆ ของคนตัวเล็ก

คืนนั้นก่อนเข้านอน เมธกาเปิดสมุดบันทึกเล่มโปรดสีชมพูหวานที่แม่ซื้อให้ แล้วใช้ดินสอสีแท่งโตเขียนข้อความตัวใหญ่เป้งลงไปบนหน้ากระดาษ

"โตขึ้น... มุกจะแต่งงานกับพี่โย"

เธอในวัยสิบขวบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับข้อความของตัวเอง ก่อนจะจรดปลายดินสอวาดรูปบ้านสองหลังที่มีสะพานเชื่อมเข้าหากัน มีผู้ชายตัวสูง มีผู้หญิงผมยาว และมีเด็กตัวเล็ก ๆ อีกสองคนวิ่งเล่นอยู่ตรงกลาง

เมธกาค่อย ๆ ปิดสมุดบันทึกเล่มสีชมพูหวานลงอย่างทะนุถนอม ก่อนจะกอดมันไว้แนบอกด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมตามประสาเด็กหญิงวัยสิบขวบ

ในโลกใบเล็ก ๆ ของเธอ...

พี่โยคือเจ้าชาย คือรักแรก และเป็นดั่งเจ้าบ่าวเพียงคนเดียวในอนาคตที่เธอเฝ้าฝันถึง

เด็กหญิงผู้ไร้เดียงสาไม่มีวันรู้เลยว่า... อีกสิบแปดปีต่อจากนี้ ผู้ชายแสนดีคนเดียวกันนี้เอง ที่จะกลายเป็นคนที่หยิบยื่นความเจ็บปวด และเป็นคนที่ทำให้เธอต้องร้องไห้เจียนตาย...

เช้าวันรุ่งขึ้น

แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาภายในห้องนอนของเด็กหญิงตัวเล็ก

เมธกาลืมตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ทั้งที่วันเสาร์ควรจะเป็นวันที่เธอได้นอนตื่นสายโด่งเหมือนเด็กคนอื่น แต่วันนี้ไม่เหมือนทุกวัน... เพราะวันนี้พี่โยมีนัดจะพาเธอไปกินไอศกรีม

เด็กหญิงรีบดีดตัวลงจากเตียง วิ่งตื๋อไปเปิดตู้เสื้อผ้าพลางรื้อชุดเก่งออกมาวางเรียงรายจนเต็มเตียงนอน

"ใส่ชุดไหนดีนะ..."

เดรสกระโปรงสีชมพู หรือกระโปรงยีนส์ตัวใหม่ดี... เมธกานั่งกอดเข่าคิดอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกเดรสสีเหลืองอ่อนที่คุณแม่เพิ่งซื้อให้เมื่ออาทิตย์ก่อน เธอยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ พลางขยับจัดซ้ายจัดขวาให้โบผูกผมอยู่ตรงกลางพอดิบพอดี

"มุก!" เสียงแม่ตะโกนเรียกมาจากชั้นล่าง "แต่งตัวหรือประกวดนางงามกันแน่ลูก"

เด็กหญิงหัวเราะคิกคัก ก่อนจะรีบวิ่งตึกตักลงบันไดมา "แม่คะ หนูสวยไหม"

ผู้เป็นแม่ละสายตาจากงานตรงหน้า มองลูกสาวตั้งแต่วหัวจรดเท้าก่อนจะยิ้มขำ "จะไปกินไอศกรีมนะลูก ไม่ได้จะไปแต่งงาน"

คำว่า ‘แต่งงาน’ ทำเอาแก้มใสของเมธกาขึ้นสีแดงระเรื่อเป็นลูกตำลึงสุกทันที "แม่ง่ะ..."

"เอ้า เขินอีกแล้วเรา" แม่ส่ายหน้าขำ ๆ "รีบกินข้าวเถอะ เดี๋ยวพี่โยมารอจะอายเขา"

เพียงแค่ได้ยินชื่อคนคนนั้น เด็กหญิงก็จัดแจงตักข้าวเข้าปากอย่างว่าง่ายผิดกับทุกวัน

เวลาเก้าโมงห้าสิบห้านาที

เมธกายืนชะเง้อคอยอยู่หน้าประตูรั้วเป็นรอบที่สิบของวัน

"ยังไม่มาอีก..." เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง พลางชะโงกหน้าออกไปมองทางแยกถนนหน้าปากซอย

"อีกตั้งห้านาทีลูก" แม่ที่เดินตามมาดูหัวเราะเอ็นดู "ใจเย็น ๆ หน่อย"

"แต่พี่โยบอกสิบโมงนี่คะ"

ยังไม่ทันขาดคำ เสียงกระดิ่งจักรยานที่แสนคุ้นเคยก็ดังแว่วมาตามลม

กริ๊ง... กริ๊ง...

เด็กหญิงรีบหันขวับไปมอง ก่อนรอยยิ้มจะแผ่กว้างจนแก้มปริ "พี่โย!"

ชายหนุ่มวัยสิบห้าปั่นจักรยานสีดำคันเก่งมาจอดเทียบที่หน้าประตูรั้ว พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นอบอวล "รอนานไหม ตัวเล็ก"

เธอบระบัดหน้ารัว ๆ  "ไม่นานเลยค่ะ"

ทั้งที่ในความเป็นจริง... เธอมารอยืนขาแข็งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เก้าโมงครึ่งแล้ว

พี่โยหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะยื่นหมวกกันน็อกสีชมพูใบจิ๋วส่งให้ "ใส่ก่อนเร็ว"

เมธการับมาถือไว้อย่างงง ๆ "ทำไมต้องใส่ด้วยล่ะคะ"

"ก็เผื่อเราตกจักรยานจะได้ไม่เจ็บไง"

"แต่พี่โยไม่เคยทำหนูตกเลยนี่นา"

ชายหนุ่มยิ้มกว้าง "ถึงอย่างนั้นก็ต้องระวังไว้ก่อนอยู่ดี"

พูดจบเขาก็ขยับก้าวเข้ามาใกล้ แย่งหมวกในมือไปแล้วก้มลงช่วยสวมรัดสายใต้คางให้ ปลายนิ้วอุ่นจัดเฉียดผ่านผิวแก้มเนียนแผ่วเบา... แต่กลับสัมผัสลึกเข้าไปถึงก้อนเนื้อในอกซ้าย มันเต้นระรัวแรงจนเด็กหญิงแทบจะลืมหายใจ

"เรียบร้อย"

"ขอบคุณค่ะ"

"พี่โยคะ..." เมธกาเอ่ยเรียกเสียงอ่อย พลางชะเง้อมองซ้ายขวาอย่างมองหาใครอีกคน

"หืม? ว่าไงครับ"

"วันนี้ริษาไม่ไปด้วยเหรอคะ"

ปกติเวลาจะออกไปไหน ชาริษาจะต้องคอยตามติดพี่ชายเป็นตังเมไม่ยอมห่าง แต่วันนี้กลับไร้วี่แววของเพื่อนสนิท

พี่โยหัวเราะ ก่อนจะผ่อนแรงปั่นจักรยานให้ช้าลงเล็กน้อย "ริษาเหรอ... วันนี้คุณแม่ส่งไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษน่ะ"

"อ๋อ..." เด็กหญิงพยักหน้ารับรู้ แอบรู้สึกเหงาและเสียดายอยู่ลึก ๆ

"ทำไมเหรอ"

เธอลนลานส่ายหน้าพัลวัน "เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร"

"แน่ใจนะ?"

ชายหนุ่มเอี้ยวใบหน้าคมคายกลับมาส่งยิ้มให้แวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปสนใจถนนเบื้องหน้าตามเดิม "แต่ก็ดีแล้วล่ะ"

"คะ?"

"วันนี้พี่ตั้งใจจะพาตัวเล็กมาเที่ยวแค่สองคนอยู่แล้ว"

เมธกาเบิกตากลมโตขึ้นทันที "สองคน... เหรอคะ"

"อืม" ชายหนุ่มรับคำสบาย ๆ "ช่วงนี้พี่มัวแต่ซ้อมกีฬากับทำกิจกรรมที่โรงเรียน ไม่ค่อยมีเวลาว่างมาเล่นกับเราเลย ถือว่าพี่พามาไถ่โทษก็แล้วกันนะ"

หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรุนแรงจนกลัวว่ามันจะหลุดออกมานอกอก เธอรีบก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนรอยยิ้มกว้างที่กักเก็บไว้ไม่มิด

ถึงจะรู้เต็มอกว่าพี่โยคงไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปกว่าคำว่าพี่ชายเอ็นดูน้องสาว... แต่สำหรับเด็กหญิงวัยสิบขวบแล้ว แค่คำว่า ‘พาเที่ยวแค่สองคน’ ก็เพียงพอจะทำให้เธอเก็บเอาไปนอนฝันหวานข้ามคืนได้แล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป