บทที่ 3 แค่เก็บไว้ในใจ
มือเล็ก ๆ ที่แตะอยู่ตรงชายเสื้อนักเรียนของเขา ค่อย ๆ ขยับรวบกำเนื้อผ้าแน่นขึ้นอีกนิด... นึกกลัวเหลือเกินว่าช่วงเวลาแสนสุขราวกับความฝันนี้จะผ่านพ้นไปรวดเร็วเกินไป
พี่โยรับรู้ได้ถึงแรงดึงรั้งแผ่วเบาจากทางด้านหลัง จึงหลุดหัวเราะเสียงใส "จับแน่นขนาดนี้ เดี๋ยวเสื้อพี่ก็ยับหมดพอดี"
เมธกาสะดุ้งรีบปล่อยมือออกทันที "ขะ...ขอโทษค่ะพี่โย"
"ฮ่า ๆ" เด็กหนุ่มหัวเราะร่วน เอ่ยสัพยอกออกมาโดยไม่ได้หันมามอง "ล้อเล่นน่า จะจับไว้ก็ได้... เดี๋ยวตกจักรยาน"
ได้ยินคำอนุญาตนั้น เด็กหญิงก็จุดรอยยิ้มกว้างขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือกลับไปกำชายเสื้อของเขาไว้หลวม ๆ ตามเดิม
สายลมเย็นชื่นพัดผ่านใบหน้าแก้มใส ขณะที่จักรยานคันเล็กค่อย ๆ แล่นเอื่อยเฉื่อยไปบนถนนสายเดิม... ถนนเส้นเดิมที่เธอหวังอยากให้มันทอดยาวไปไกลแสนไกล ไม่มีวันสิ้นสุด
"มุก! แม่จะไปตลาดนะลูก"
เสียงของผู้เป็นแม่ดังขึ้นจากชั้นล่าง ขณะที่เมธกาซึ่งกำลังนั่งทำรายงานอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาเรือนเก่าบนผนัง
สี่โมงเย็น...
หญิงสาวในวัยสิบหกปีปิดหนังสือเรียนลง ก่อนจะบิดขี้เกียจเพื่อไล่ความเมื่อยล้าเล็กน้อย "หนูไปด้วยไหมคะแม่"
"ไม่เป็นไรลูก แม่ไปแป๊บเดียวเอง"
"งั้นหนูฝากซื้อโยเกิร์ตด้วยนะคะ"
"ได้จ้า"
สิ้นเสียงประตูบ้านปิดลง เมธกาก็เดินออกมารดน้ำต้นกุหลาบที่หน้าบ้านตามหน้าที่ประจำ สายตาเจ้ากรรมเหลือบมองไปยังบ้านข้าง ๆ โดยไม่รู้ตัว... จังหวะนั้นเอง รถยนต์สีดำคันคุ้นตาเพิ่งเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบในรั้วบ้านวัฒนกุล
ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเธอเต้นผิดจังหวะขึ้นมาทันที "พี่โย..."
ชายหนุ่มในวัยยี่สิบเอ็ดปีเปิดประตูรถก้าวลงมา เขาอยู่ในชุดเชิ้ตสีขาวพับแขนลวก ๆ ดูสุขุม ลุ่มลึก และเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ตลอดหกปีที่ผ่านมา เขายังคงเป็นพี่โยคนเดิมในความทรงจำ... เพียงแต่หล่อเหลาและมีเสน่ห์ดึงดูดสายตามากขึ้นมาก มากเสียจนเพื่อนผู้หญิงในโรงเรียนของเธอหลายคนพากันแอบมองทุกครั้งที่เขาขับรถมารับชาริษา
เมธกาคลี่ยิ้มบาง ๆ ตั้งใจจะเดินเข้าไปทักทายเหมือนอย่างเคย
ทว่า... ฝีเท้าของเธอกลับต้องชะงักค้างอยู่กับที่ เมื่อประตูฝั่งผู้โดยสารถูกเปิดออก
หญิงสาวคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถ เธอคนนั้นรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวจัด ผมยาวสลวยเป็นลอนคลื่น ใบหน้าสวยหวานราวกับนางเอกในจอโทรทัศน์ หญิงสาวแปลกหน้าหันไปส่งยิ้มหวานให้พี่โย ก่อนจะเอื้อมมือไปคล้องแขนเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
เมธการู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจสะดุดกึกไปดื้อ ๆ
"คุณแม่!" เสียงชาริษาวิ่งถลันออกมาจากในบ้าน "พี่โยกลับมาแล้วค่ะ!"
คุณราตรีเดินตามลูกสาวออกมา ก่อนจะจุดรอยยิ้มกว้างขวางทันทีที่เห็นหญิงสาวแปลกหน้า "หนูพิมพ์ มาแล้วเหรอลูก"
"สวัสดีค่ะคุณป้า" หญิงสาวยกมือไหว้อย่างอ่อนหวานกิริยางดงาม "ไม่ได้มาเยี่ยมตั้งนานเลยค่ะ พอดีช่วงนี้พิมพ์ติดฝึกงานน่ะค่ะ"
คุณราตรียิ้มเอ็นดู พลางหันไปทางลูกชายตัวดี "โย"
"ครับแม่"
"ไม่คิดจะแนะนำแฟนให้แม่รู้จักเป็นทางการหน่อยเหรอ"
คำว่า... ‘แฟน’
มันแผดเสียงก้องดังสนั่นราวกับสายฟ้าฟาดลงมากลางใจของเมธกา
มือบางเผลอกำสายยางรดน้ำในมือแน่นจนหักพับ น้ำเย็นเฉียบยังคงไหลเอ่อรดโคนต้นกุหลาบต่อไปเรื่อย ๆ แต่หัวใจของเด็กสาวในวัยสิบหก... กลับรู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นจนบดบี้แตกสลาย
"ครับแม่" พี่โยหันไปสบตาหญิงสาวข้างกาย ก่อนจะจุดรอยยิ้มละมุนตาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "พิมพ์ชนกครับ... แฟนผมเอง"
เพล้ง!
เสียงกระถางดินเผาใบเล็กที่ตั้งอยู่บนราวรั้วถูกฝ่ามือที่สั่นเทาปัดตกแตกกระจายดังสนั่น ทุกสายตาที่บ้านข้าง ๆ หันมามองเป็นตาเดียวทันที
เมธกายืนตัวแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางหยาดน้ำในสวน ใบหน้ากลมมนซีดเผือดไร้สีเลือด เศษดินและกระถางแตกกระจายอยู่แทบเท้า เธอรีบทรุดตัวลงก้มเก็บเศษเหล่านั้นอย่างลนลานเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่กำลังจะไหล "ขะ...ขอโทษค่ะ หนูทำหลุดมือเอง"
ไม่มีใครรู้เลย... และไม่มีใครได้ยิน
ว่าสิ่งที่แตกหักจมกองดินในวันนั้น ไม่ใช่แค่กระถางต้นไม้ไร้ค่า
หากแต่เป็นหัวใจดวงน้อยของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง... ที่เฝ้ารักและมองแค่ผู้ชายคนเดิมมาตลอดหกปีเต็ม
"มุก! ระวังบาดมือ!"
เสียงร้องเตือนของชาริษาดังขึ้นพร้อมกับร่างของเพื่อนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา แต่ก็ช้ากว่าเศษดินเผาคมกริบที่บาดลึกเข้าตรงปลายนิ้วเรียว ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแล่นปราดเข้ามา ทว่ามันยังเทียบไม่ได้เลยกับความปวดหนึบที่กำลังกัดกินก้อนเนื้อในอกซ้าย
หยดเลือดสีแดงสดซึมออกมา ค่อย ๆ หยดลงบนเศษกระถางที่แตกกระจาย
"เจ็บไหมมุก เราบอกแล้วให้ระวัง" ชาริษาคว้ามือเพื่อนไปดูด้วยความ เป็นห่วง ก่อนจะหันไปตะโกนเรียกพี่ชาย "พี่โย! มุกโดนกระถางบาด!"
ฝีเท้าหนัก ๆ ก้าวตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างสูงใหญ่ของพี่ชายข้างบ้านก็ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเมธกา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ สลับกับกลิ่นสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาจัดล้อมรอบตัวเธอไว้จนใจสั่น
พี่โยขมวดคิ้วมุ่น จับข้อมือของเธอขึ้นมาดูบาดแผลอย่างถือวิสาสะ "ซุ่มซ่ามจริงเรา แผลลึกเหมือนกันนะเนี่ย"
เมธกาพยายามจะชักมือกลับตามสัญชาตญาณ แต่แรงอันน้อยนิดมีหรือจะสู้แรงบีบแผ่วเบาแต่หนักแน่นของเขาได้ เธอบังคับให้ตัวเองเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่ระยับที่เธอเคยหลงรักในวันวาน บัดนี้ยังคงเต็มไปด้วยความหวงใย... ทว่ามันเป็นความห่วงใยในฐานะพี่ชายที่มีให้น้องสาวข้างบ้านเสมอมา ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย
