บทที่ 6 ถึงเวลาต้องลาจาก

"ก็ดีแล้วค่ะ" เมธกาฝืนยิ้มตอบ "พี่พิมพ์น่ารักมาก..."

"พี่ดีใจนะที่เราเข้ากันได้" ศิลาเอ่ยออกมาจากความรู้สึกบริสุทธิ์ใจ

เขาไม่เคยรับรู้เลยว่า คำว่าเข้ากันได้จากปากของเขามันกำลังเชือดเฉือนและทำลายหัวใจของเด็กสาวตรงหน้าทีละน้อย

"งั้น..." ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบเส้นผมบนศีรษะของเธอเบา ๆ บรรจงโยกศีรษะเล็กด้วยความเคยชินที่ทำมาตลอดหลายปี "พักผ่อนเยอะ ๆ นะ ฝันดีนะ... ตัวเล็ก"

เมธกาหลับตาลงชั่วขณะ...

เธอนึกถึงเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ในวันวานที่เคยใจฟูทุุกครั้งเมื่อได้ยินคำคำนี้ แต่ในวันนี้ คำว่าตัวเล็กกลับไม่อบอุ่นเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

หญิงสาวยิ้มรับทั้งที่หัวใจแตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี "ฝันดีค่ะ... พี่โย"

ศิลายิ้มตอบ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปบ้านของตนเอง

เมธกายืนนิ่งอยู่ที่กรอบประตู ทอดสายตามองแผ่นหลังกว้างของเขาที่ค่อย ๆ ลับสายตาไป ก่อนจะค่อย ๆ ก้มลงมองถุงยาในมือ... ข้างในมีทั้งยาฆ่าเชื้อ พลาสเตอร์หลากขนาด และยาแก้ปวด

ทุกอย่างในถุงนี้... สามารถรักษาบาดแผลที่นิ้วมือของเธอให้หายดีได้ในไม่กี่วัน

ยกเว้นเพียงสิ่งเดียว... คือแผลในหัวใจ ที่ยาชนิดไหนก็รักษาไม่หาย

หลังจากวันนั้น... เมธกาไม่เคยเหยียบย่างเข้าบ้านวัฒนกุลอีกเลย

จากเด็กผู้หญิงที่เคยวิ่งเข้าออกบ้านหลังนั้นราวกับเป็นบ้านหลังที่สอง กลับกลายเป็นเพียงเพื่อนบ้านที่ทำได้แคียกมือไหว้ทักทายอย่างห่างเหินยามบังเอิญสวนกัน

"มุก วันนี้ป้าทำเค้กเนยสดของโปรดเราด้วยนะลูก" คุณราตรีชะโงกหน้าข้ามรั้วมาเรียกด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเคย

เด็กสาวส่งยิ้มหวานตอบพลางส่ายหน้าปฏิเสธเบา ๆ "ขอบคุณค่ะคุณป้า... แต่วันนี้มุกมีเรียนพิเศษค่ะ"

ทั้งที่ความจริงแล้วเธอไม่มีเรียนอะไรเลย... มีเพียงความกลัวที่ไม่กล้าพาตัวเองกลับเข้าไปในบ้านหลังนั้นอีกแล้ว

"มุก ไม่ไปบ้านเราจริง ๆ เหรอ" ชาริษาเกาะแขนเพื่อนพลางทำแก้มป่อง "พี่โยซื้อพิซซ่ามาตั้งหลายถาดแน่ะ"

เมธกายิ้มบาง "วันหลังแล้วกันนะ ช่วงนี้มุกต้องอ่านหนังสือ"

คำว่าวันหลังค่อย ๆ เลื่อนลอยกลายเป็น "ไว้โอกาสหน้า" ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็น "ไม่เป็นไร" และในที่สุด... มันก็ไม่มีวันหลังอีกเลย

กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างเงียบ ๆ จากเด็กหญิงวัยสิบหกกลายเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสุดท้าย เมธกาทุ่มเททุกวินาทีให้กับการอ่านหนังสือจนคุณครูหลายคนยังนึกแปลกใจ

"เมธกา" อาจารย์ประจำชั้นยื่นใบสมัครโครงการรับตรงให้ "ครูว่าหนูน่าจะลองสอบดูนะ"

หญิงสาวรับเอกสารมา สายตาพลันสะดุดนิ่งอยู่ที่ตัวอักษร... คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

"สนใจที่นี่เหรอลูก?"

เมธกาพยักหน้า "ค่ะ"

"ทำไมถึงเลือกไปไกลขนาดนั้นล่ะ"

เด็กสาวเงียบไปอึดใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มจาง "หนูอยากลองไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองดูค่ะ"

ไม่มีใครรู้เลยว่า แท้จริงแล้วเธอเพียงต้องการพาตัวเองออกไปให้ไกลจากผู้ชายคนหนึ่ง... ไกลพอที่หัวใจดวงนี้จะยอมเลิกรักเขาเสียที

วันประกาศผลสอบมาถึง

"มุกติดแล้วลูก!" ผู้เป็นแม่โผเข้ากอดลูกสาวทั้งน้ำตา "ลูกแม่เก่งที่สุดเลย"

เมธกายิ้มกว้างกอดตอบแม่ ทว่าสายตากลับเผลอทอดมองไปยังบ้านหลังข้าง ๆ เธอเห็นคุณราตรียืนส่งยิ้ยินดีอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน

"เก่งมากเลยมุก" หญิงอาวุโสเดินเข้ามาสวมกอดเธอไว้อย่างแสนรัก ก่อนจะหันไปตะโกนเรียกลูกชาย "ตาโย! ออกมาเร็วกระดิก น้องมุกสอบติด มช. แล้วนะ"

ศิลาเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มละมุน "เก่งมากเลย"

เขายื่นมือมาลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูเหมือนที่เคยทำมาตลอด "ตั้งใจเรียนนะเรา"

"ค่ะ" เมธกายิ้มรับ

เธออยากบอกเขาเหลือเกินว่า การเดินทางไปเชียงใหม่ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อวิ่งตามความฝัน... แต่เป็นการวิ่งหนีจากเขาต่างหาก

หลังจากนั้น เมธกาใช้ชีวิตอยู่เชียงใหม่แทบจะตลอดทั้งปี เธอจะกลับกรุงเทพฯ เฉพาะช่วงปิดเทอมใหญ่ วันปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น บ้านสองหลังที่เคยมีเด็กหญิงตัวน้อยวิ่งข้ามไปมาทุกวัน บัดนี้เหลือเพียงแสงไฟที่เปิดสลับกันในยามค่ำคืน

ถึงอย่างนั้น ข่าวคราวของศิลาก็ยังเดินทางมาถึงเธอผ่านชาริษาเสมอ

"มุก..." เสียงปลายสายดังแว่วมาตามสัญญาณโทรศัพท์ในคืนวันอาทิตย์ "พี่โยได้เลื่อนตำแหน่งแล้วนะ"

"อืม ดีจัง"

"วันนี้พี่โยพาพี่พิมพ์ไปไหว้คุณยายด้วยแหละ"

"เหรอ..."

"สองคนนั้นหวานกันจนฉันอิจฉาเลย"

เมธกาหัวเราะรับเบา ๆ ทว่าไม่มีใครเห็นเลยว่า... เธอกำลังกำโทรศัพท์ในมือแน่น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป