บทที่ 9 ภาพวันวาน

"โตขึ้นเยอะเลยนะ"

ประโยคแรกที่หลุดออกมาจากปากของเขา ทำให้เมธกาคลี่ยิ้มบางเบา "พี่โยก็เหมือนกันค่ะ"

เธอเว้นจังหวะไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสุภาพและนิ่งเรียบ "ไม่เจอกันนานเลยนะคะ"

คำว่ะนะคะลงท้ายอย่างเป็นทางการและเว้นระยะห่างชัดเจนนั้น ทำให้ศิลาขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย... เพราะเมื่อก่อนเธอไม่เคยพูดกับเขาด้วยสรรพนามและหางเสียงแบบนี้ เมธกาคนเดิมจะส่งเสียงเรียก "พี่โย!" นำมาก่อน แล้วจึงพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุดปาก ทว่าในตอนนี้ ทุกคำพูดของเธอกลับขีดเส้นแบ่งระยะไว้อย่างแน่นหนา ราวกับเขากลายเป็นเพียงรุ่นพี่คนหนึ่งเท่านั้น

"เดินทางเหนื่อยไหม" เขาถามขึ้นอีกประโยค

"ไม่เหนื่อยค่ะ"

"อืม..."

แล้วบทสนทนาก็จบลงเพียงเท่านั้น ไม่มีใครเอ่ยอะไรต่อ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดเสียจนคุณราตรีได้แต่ลอบถอนหายใจแผ่วเบา

เมื่อก่อน บ้านสองหลังนี้เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายความสุขและเสียงหัวเราะของเด็กสองคน แต่ในวันนี้ แม้จะยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว กลับรู้สึกเหมือนมีกำแพงล่องหนที่มองไม่เห็นขวางกั้นอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งคู่

เมธกาเป็นฝ่ายหลบสายตาไปก่อน "มุกขอตัวเข้าไปเก็บของในบ้านก่อนนะคะ"

เธอยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างมีมารยาท ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางเดินผ่านหน้าศิลาเพื่อเข้าบ้านของตัวเอง

จังหวะที่เดินสวนกันนั้น กลิ่นหอมสะอาดอ่อน ๆ จากเรือนผมของหญิงสาวลอยผ่านปลายจมูกของชายหนุ่มเพียงชั่วเสี้ยววินาที... ทว่ามันกลับตรึงให้ศิลาหยุดนิ่ง

คืนนั้นเมธกานอนไม่หลับ

เธอนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงนุ่มในห้องนอนเดิมที่ไม่ได้กลับมาเหยียบเกือบสี่ปี ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน… ทั้งผ้าม่านสีครีม โต๊ะเขียนหนังสือตัวเก่า แม้กระทั่งตุ๊กตาหมีตัวโปรดที่แม่ยังคงวางไว้บนหัวเตียงตำแหน่งเดิม มีเพียงสิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง… คือหัวใจของเธอที่ไม่ไม่อาจสงบนิ่งได้อีกต่อไป

ภาพของศิลาในวันนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ดวงตาหม่นหมองไร้ประกาย ใบหน้าซูบผอมและร่างกายอิดโรยจนแทบจำไม่ได้ ช่างแตกต่างจากชายหนุ่มในความทรงจำของเธอเหลือเกิน

"เขาเป็นอะไรขนาดนั้นกันนะ…" เธอพึมพำกับตัวเองในความมืด

เช้าวันรุ่งขึ้น เมธกาตื่นมาพร้อมกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นที่ลอยมาจากชั้นล่าง เมื่อเดินลงไปก็พบแม่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โต๊ะอาหาร

"ตื่นแล้วเหรอลูก หลับสบายไหม" ผู้เป็นแม่อย่างเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้

"ก็พอได้ค่ะแม่" เมธกาโกหกเล็กน้อยก่อนนั่งลงตรงข้าม

"เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะพาไปหาคุณภูวดลนะ นัดคุยงานกันไว้แล้ว เขาบอกว่าดีใจมากที่ลูกตอบตกลงมาร่วมงานด้วย"

เมธกาพยักหน้ารับ ระหว่างเรียนปีสุดท้ายที่เชียงใหม่ เธอได้มีโอกาสไปฝึกงานที่บริษัทออกแบบชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยมีภูวดลเป็นผู้บริหารหนุ่มที่คอยดูแลเธอเป็นอย่างดี เมื่อเขายื่นข้อเสนอให้เธอกลับมาทำงานเต็มตัวหลังเรียนจบ เธอจึงตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล ส่วนหนึ่งเพราะรู้สึกปลอดภัยกับความสุภาพอ่อนโยนของเขา แต่อีกส่วนหนึ่ง… เธอไม่กล้ายอมรับกับตัวเองว่า ลึกๆ แล้วเธอดีใจแค่ไหนจะได้กลับมาบ้านหลังนี้อีกครั้ง

"แม่ว่าคุณภูวดลเขาเป็นคนดีนะ" แม่เอ่ยขึ้นพลางจิบกาแฟ "สุภาพ มีอนาคต แถมยังดูแลลูกดีตลอดตอนฝึกงาน"

"แม่จะจับหนูคลุมถุงชนเหรอคะเนี่ย" เมธกาแกล้งแซวทั้งที่แอบอมยิ้ม

"เปล่าสักหน่อย แค่พูดตามที่เห็น" แม่หัวเราะเบาๆ ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันใด "มุก… เรื่องบ้านข้างๆ ลูกโอเคไหม"

คำถามนั้นทำให้ช้อนในมือของเธอชะงักไปครู่หนึ่ง

"โอเคค่ะแม่ ทำไมเหรอคะ"

"เมื่อคืนแม่เห็นสีหน้าลูกตอนเจอศิลา… แม่เป็นห่วงน่ะ" ผู้เป็นแม่มองหน้าลูกสาวด้วยสายตาที่เข้าใจเกินกว่าจะปิดบังได้ "ลูกไม่ต้องฝืนตัวเองก็ได้นะ ถ้ายังทำใจไม่ได้"

เมธกาก้มมองถ้วยกาแฟตรงหน้า "หนูทำใจได้แล้วค่ะแม่ มันผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว"

"งั้นก็ดีจ้ะ" แม่อยิ้มรับ ทว่าแววตายังคงซ่อนความกังวลไว้ลึกๆ "แม่แค่อยากเห็นลูกมีความสุข ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม"

หลังอาหารเช้า เมธกาเดินออกมารดน้ำต้นกุหลาบหน้าบ้านตามความเคยชิน สายตาเผลอเหลือบมองไปยังบ้านข้างๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูบานเฟี้ยมเปิดออก คุณราตรีเดินถือถังขยะใบเล็กออกมาพอดี

"หนูมุก!" เมื่อเห็นเธอ คุณราตรีก็รีบเดินเข้ามาหาที่ข้างรั้ว รอยยิ้มที่ดูฝืนเมื่อวาน วันนี้ดูสดใสขึ้นเล็กน้อย "นอนหลับสบายไหมลูก"

"หลับสบายค่ะคุณป้า" เมธกายิ้มตอบ "คุณป้าล่ะคะ เมื่อคืนพักผ่อนเต็มที่ไหม"

"ป้าน่ะหลับสบายที่สุดในรอบหลายเดือนเลยละลูก" คุณราตรีถอนหายใจอย่างโล่งอก "แค่รู้ว่าหนูกลับมาอยู่ใกล้ๆ ป้าก็อุ่นใจขึ้นเยอะ"

คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเมธกาหวิวไหว เธอยิ้มรับอย่างเก้อเขิน "คุณป้าก็พูดเกินไปค่ะ"

"จริงๆ นะลูก" คุณราตรีเอ่ยเสียงจริงจัง ก่อนจะเหลือบมองไปทางบ้านตัวเองแล้วลดเสียงลง "เมื่อคืนตาโยกลับมาถึงก็ขึ้นห้องไปเลย ไม่ยอมกินข้าวกินปลา ป้าเป็นห่วงเหลือเกิน"

เมธกาไม่รู้จะตอบอย่างไร ได้แต่ยึดตัวนิ่งฟัง

"ป้าไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายป้ากันแน่" คุณราตรีส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยล้า "รู้แค่ว่าตั้งแต่เลิกกับหนูพิมพ์ เขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไม่ค่อยพูดกับใคร แถมยังโหมงานหนักขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกำลังหนีอะไรบางอย่าง"

เมธกากัดริมฝีปากแน่น เธอไม่กล้าถามลึกไปกว่านี้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับพิมพ์ชนก ทั้งที่ในใจอยากรู้เหลือเกิน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป