บทที่ 9 ทำความรู้จักให้มากกว่านี้
ก่อนจะกลับ พิมพ์มาดาเอ่ยลาเพื่อนด้วยความเกรงใจ เกรชส่งสายตาเป็นประกายมาให้เพื่อนเล็กน้อย เป็นสัญญาณที่บอกว่าเธอเห็นด้วยและรู้สึกดีที่เพื่อนกำลังจะเริ่มต้นความสัมพันธ์กับชายหนุ่มตรงหน้า หลังจากที่พิมพ์มาดาบอกลาเพื่อนธาวินเองก็กล่าวคำลาเกรชด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร
“ฝากขอบคุณ คุณยายด้วยนะเกรช สำหรับมื้อเช้าที่แสนอร่อย” เขาเอ่ยด้วยความจริงใจและฝากคำขอบคุณไปถึงคุณยายสายหยุด เพราะไม่อยากเข้าไปรบกวนคุณยายอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่เกรชจะได้ตอบรับ คุณยายสายหยุดก็เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น
“อ้าว! จะกลับกันแล้วเหรอจ้ะ?” คุณยายสายหยุดเดินออกมาตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงใจดีและมองมาทั้งคู่ด้วยความเอ็นดู ธาวินรีบหันกลับไปยกมือไหว้คุณยายอีกครั้ง
“ผมกลับก่อนนะครับคุณยาย สวัสดีครับ แล้วผมจะหาโอกาสแวะมาเยี่ยมอีกนะครับ” น้ำเสียงอ่อนโยนของธาวินและกริยาที่นอบน้อมนั้นบ่งบอกถึงความเคารพและจริงใจต่อหญิงชรา
“ยินดีเสมอจ้ะ ว่างๆ ก็แวะมานะ” หญิงชราเอ่ยตอบก่อนจะหันไปมองพิมพ์มาดาเพื่อนของหลานสาวแล้วเอ่ยขึ้น
“หนูพิมพ์ ขับรถดี ๆ ล่ะ ถ้าง่วงก็เปลี่ยนแฟนขับบ้างก็ได้นะ” คำพูดของคุณยายทำให้พิมพ์มาดารู้สึกร้อนผ่าวที่แก้มเล็กน้อย เธอแอบเหลือบมองธาวินที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาเองก็ดูเขินอายเล็กน้อยเช่นกัน เกรชยิ้มทะเล้นให้เพื่อน
“ไม่ต้องห่วงยัยพิมพ์หรอกค่ะ..คุณยาย” เกรชบอกคุณยายพร้อมส่งสายตาแซวเพื่อนรักอย่างรู้ทัน พิมพ์แอบมาดาตีแขนเพื่อนเบาๆ ด้วยความเขิน ก่อนจะหันไปบอกลาคุณยายและยกมือไหว้หญิงชราด้วยความเคารพคุ้นเคย
“จ้ะ งั้นก็ขอให้เดินทางปลอดภัยนะลูก” คุณยายสายหยุดโบกมือลาด้วยรอยยิ้มอย่างใจดี
หลังจากร่ำลากันเสร็จ พิมพ์มาดาและธาวินก็เดินไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้าน บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เงียบลงเล็กน้อย แต่เป็นความเงียบที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นและความสุขที่เพิ่งผ่านมา
“คุณยายเกรชน่ารักมากเลยนะครับ” ธาวินเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังจะเปิดประตูรถ
“ค่ะ คุณยายท่านใจดี” พิมพ์มาดาตอบด้วยรอยยิ้ม
ทั้งคู่ขึ้นรถและออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป พิมพ์มาดามองกระจกหลัง เห็นเกรชและคุณยายสายหยุดยืนโบกมือลาอยู่หน้าบ้าน รอยยิ้มของยายหลานทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและมั่นใจในการเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งนี้มากยิ่งขึ้น...
พิมพ์มาดารู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย ความเกร็งในช่วงแรกของการพบกันจางหายไป เหลือไว้เพียงความรู้สึกสบายใจและคุ้นเคย
“เราจะไปไหนกันดีคะ?” พิมพ์มาดาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“แล้วแต่คุณเลยครับ ผมตามใจคุณ” ธาวินตอบกลับด้วยแววตาที่อ่อนโยน
ในใจของพิมพ์มาดาแอบคิดถึงการขับรถขึ้นเหนือไปยังเชียงใหม่ บ้านของธาวิน เธออยากทำความรู้จักกับโลกส่วนตัวและครอบครัวของเขาให้มากขึ้น แต่เมื่อเอ่ยปากชวน ธาวินกลับมีท่าทีลังเลเล็กน้อย
“เอ่อ...ผมว่าเราไปเที่ยวทะเล ที่มีวัดสวยๆ กันดีไหมครับ?” ธาวินเสนอด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่แฝงไว้ด้วยความเกรงใจ
“วัดที่อยู่กลางทะเลสวยๆ เหรอคะ?” พิมพ์มาดาทวนคำถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย เธอไม่คุ้นเคยกับวัดที่ตั้งอยู่กลางทะเลนัก
“อืม!!! พิมพ์ไม่ค่อยรู้จักวัดที่มีทะเลสวย ๆ เลยค่ะ นึกออกแค่หัวหิน ถ้าอย่างนั้นคุณเสนอมาเลยค่ะ จะไปทางใต้ก็ได้นะคะ” เธอตอบอย่างเปิดกว้าง
“ไม่ต้องลงไปถึงใต้หรอกครับ คุณจะขับรถเหนื่อยเปล่าๆ” ธาวินรีบตอบกลับด้วยความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด
“ค่ะ งั้นพิมพ์แล้วแต่คุณวินก็แล้วกัน” พิมพ์มาดาตอบอย่างง่ายๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่แสดงความไว้ใจเขาอย่างเต็มที่
ธาวินคลี่ยิ้มบางๆ อย่างโล่งอกเมื่อพิมพ์มาดาคล้อยตามแผนการเที่ยววัดพร้อมทะเลของเขา นิ้วเรียวยาวของเขาแตะลงบนหน้าจอ GPS ในรถยนต์ของหญิงสาว แสงบนหน้าจอสว่างขึ้นก่อนจะปรากฏแผนที่นำพาพวกเขาออกจากความวุ่นวายของกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก
รถยนต์คันเก่งเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนที่เริ่มทิ้งความหนาแน่นของเมืองหลวงไว้เบื้องหลัง สองข้างทางค่อยๆ เปลี่ยนจากตึกสูงระฟ้าเป็นทิวแถวของบ้านเรือน ร้านค้า และต้นไม้เขียวขจี แสงแดดยามสายสาดส่องลอดผ่านกระจกรถ สร้างบรรยากาศที่สดใสและมีชีวิตชีวา
