บทที่ 10 พร้อมรบ
“หมอนั่นอยู่ในทีมพิสูจน์หลักฐานด้วยหรือนี่ ท่าทางดูเป็นคนหยิ่ง ไม่น่าเชื่อว่าจะทำงานช่วยเหลือคนอื่นอย่างจริงจังเหมือนกัน” หญิงสาวคิดอย่างแปลกใจและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีอะไรมากกว่าที่เห็น
“ที่แท้ก็เป็นหนึ่งในหน่วยกู้ภัยนี่เอง ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นคนเดียวกับนายคนปากร้ายคนนั้น” เธอพึมพำกับตัวเองขณะนึกถึงเหตุการณ์ที่บังเอิญเจอกับเขาในวันนั้น
หลายสัปดาห์ก่อน...วาดฝันเดินออกจากห้องน้ำหญิง แต่เธอมัวก้มหน้าอ่านข้อความบนหน้าจอมือถือจึงไม่ทันระวัง เป็นเหตุให้เดินสะดุดรอยต่อของพรมที่พื้นและเซไปชนคนที่เดินสวนกัน
“อุ๊ย!...”
วาดฝัน อุทานอย่างตกใจ นึกโทษน้องชายที่ส่งข้อความมาโวยวายที่เธอแอบเอาขนมเข้าไปกินในห้องนอน เป็นต้นเหตุให้เธอเสียสมาธิ รู้ตัวอีกทีก็อยู่ในวงแขนคนแปลกหน้า
“เดินดูทางหน่อยสิคุณ”
น้ำเสียงหงุดหงิดกับแววตาตำหนิของคนช่วยทำเอาคนเสียการทรงตัวถึงกับเม้มปากอย่างไม่สบอารมณ์ เธอถอยห่างจากวงแขนเขาเมื่อทรงตัวได้ ด้วยความสูงที่แตกต่างเธอจึงต้องเชิดหน้าขึ้นมองสบสายตาเขา พอได้เห็นใบหน้านั้นถนัดจึงจำได้ว่าเขากับผู้ชายปากร้ายที่ได้ปะทะฝีปากกันเมื่อหลายวันก่อนคือคนคนเดียวกัน อารมณ์ตกค้างในวันนั้นทำให้วาดฝันเปลี่ยนคำขอบคุณอย่างจริงใจเป็นน้ำเสียงห้วน ๆ พูดสั้น ๆ
“ขอโทษ”
“ไม่มีใครสอนรึไงว่าเดินให้มองทาง ไม่ใช่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาดูมือถือ โดยเฉพาะคนซุ่มซ่ามเป็นมืออาชีพอย่างคุณด้วยละก็ มีสิทธิ์เจ็บทั้งตัวเอง แล้วยังจะทำให้คนอื่นพลอยมาเดือดร้อนเสียเวลาไปด้วย” นายแพทย์หนุ่มตำหนิ
“เอ๊ะ! ฉันก็ขอโทษคุณแล้วยังไงล่ะ...”
โอ๊ย นายนี่เป็นมนุษย์แช่แข็งหรือยังไง วาดฝันคิดในใจอย่างไม่สบอารมณ์ เขาทำให้เธอหงุดหงิดเพราะคำพูดอย่างขวานผ่าซากของเขา
“ผมเตือนเพราะไม่อยากได้ยินคำขอโทษจากคนที่ไม่ได้รู้สึกผิดจริง ๆ อย่างคุณ”
พร้อมรบกล่าวเสียงเรียบ หรี่ตามองอย่างวิเคราะห์คู่กรณีในใจ หากมองข้ามการแต่งตัวอย่างคนไม่สนใจแฟชั่น และไม่ใช้อคติ หญิงสาวก็จัดว่าเป็นคนหน้าตาดีทีเดียว เสียดายที่ความงามของเธอถูกบดบังไว้ด้วยภาพลักษณ์สาวแก่คร่ำครึ แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเธอมีบางสิ่งบางอย่างดึงดูดและสะกดเขาให้จดจำเธอได้อย่างน่าประหลาดตั้งแต่พบกันครั้งแรก
“นี่! คุณจำฉันได้นิ...” วาดฝันเม้มปากหลังเอ่ยถามอย่างเอาเรื่อง
“ก็ไม่ได้อยากจะจำ แต่ที่ไม่ลืมอาจจะเป็นเพราะคุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ไม่ใช่นิยามของคำว่าสวยแต่กลับซุ่มซ่าม เงอะงะคนแรกที่ผมเคยเจอละมั้ง”
เขาเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย มีแค่ดวงตาของเขาที่ดูเหมือนจะฉายแววขบขันเล็ก ๆ ขณะมองหญิงสาวที่ดูแปลกจากผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เขาเคยพบ ทั้งซุ่มซ่าม ไม่ได้ใส่ใจแฟชั่นจนเกือบเชย แต่เขากลับรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาจำได้ แม้เขาจะพยายามบอกตัวเองว่าเธอเป็นคนไม่มีเสน่ห์ก็ตาม
วาดฝันเบ้ปากและจ้องมองเขาด้วยแววตาขุ่นเคืองอย่างปิดไม่มิด “ฮึ!...คุณก็เป็นผู้ชายหน้าปลากระโห้ ปากคมคนแรกที่ฉันเคยเจอเหมือนกันนั่นแหละ”
เอ่ยจบวาดฝันก็สะบัดหน้าพรืดหันหลังให้เขาขณะนึกถึงภาพความทรงจำเมื่อแรกพบกันระหว่างเขากับเธอ วันนั้นเธอรีบร้อนเพราะกลัวจะไปเข้าทำงานสาย ขณะกึ่งเดินกึ่งวิ่งลงบันไดทำให้เธอเกิดก้าวพลาด เสียจังหวะ หน้าเกือบทิ่มถ้าวงแขนคู่นั้นไม่โอบช้อนตัวเธอได้อย่างทันท่วงที แต่ให้ตายเหอะ! จังหวะที่หัวใจเธอตกไปกองกับตาตุ่มนั้น แทนที่ชายแปลกหน้าซึ่งเดินสวนกันตรงบันไดจะคว้าเอวเธอ เขาดันคว้าหมับเข้ามาตรงหน้าอกอวบอึ๋มของเธออย่างถนัดถนี่ เนื้อ ๆ เน้น ๆ เต็ม ๆ ฝ่ามือ เป็นจังหวะนรกที่เธอก็รู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น
“ช่างเหอะ...จะไปคิดถึงผู้ชายปากร้ายแบบนั้นทำไม แต่ก็แปลกทำไมฉันถึงจำเขาได้แม่นนักนะ” วาดฝันบ่นตัวเองเบา ๆ
วาดฝันถอนหายใจโล่งอกเมื่อเจอเพลงรักเพื่อนรุ่นน้อง ความเหน็ดเหนื่อยจากทั้งวันดูเหมือนจะผ่อนคลายลงเมื่อได้คุยกับคนที่เข้าใจเธอจริง ๆ
“ขอบใจเพลงมากที่ให้พี่มาอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นพี่คงต้องนั่งรอนายศิลป์ในรถทั้งคืนแน่ คืนนี้เพลงคงหูดับเพราะฟังพี่บ่นไอ้น้องชายไม่จบ”
วาดฝันพูดยิ้ม ๆ ขณะที่ทั้งสองนั่งลงคุยกัน มหกรรมสนทนาครั้งมโหฬารเริ่มต้นขึ้น โดยทั้งสองไม่สดับรับรู้เลยว่าพวกตนไม่ได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพลังงานบางอย่างเฝ้ามองทั้งสองเงียบ ๆ เพลงรักซักถามสารทุกข์สุกดิบของสาวรุ่นพี่อย่างสนใจ วาดฝันก็บรรยายชีวิตความเป็นอยู่ของเธอหลังถูกให้ออกจากงานกับสาวรุ่นน้องอย่างไม่ปิดบัง
“รู้ไหมเพลง ไอ้ศิลป์น่ะ มันไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำว่าพี่จะอยู่ข้างห้อง มันยังส่งเสียงจนพี่ต้องใช้หมอนปิดหู ฟังไปฟังมานี่พี่จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญฉากรักไปแล้ว ฮึ…ไม่น่าเชื่อว่าไอ้น้องชายพี่จะเป็นได้ขนาดนี้”
วาดฝันเล่าพลางส่ายหัวด้วยสีหน้าเอือมปนขัน ความเป็นอยู่ที่ต้องไปอาศัยน้องชาย จะว่าราบรื่นรัชโยธินก็ไม่เชิงนัก เพราะภาพศิลป์ถือว่าเป็นหนุ่มหื่นกามมักมากและไร้กาลเทศะในการมีความสัมพันธ์กับคู่รักทั้งที่รู้ว่ามีพี่สาวแสนสวยคนนี้ อยู่ร่วมคอนโดด้วย (ปล.เธอไม่ได้มโนไปเองหรอกนะเรื่องความสวยของตัวเอง แต่กระจกมันยืนยันกับเธออย่างนั้นจริง ๆ) ภาพศิลป์มักจะพลอดรักกับคู่ควงอย่างไม่เกรงใจสายตาสาวเวอร์จิ้น เฉิ่ม เชย คนนี้ ทำให้เธอตาค้างกับบทอัศจรรย์ระหว่างน้องชายกับคู่รักจนใจสั่น ขนาดต้องเอาหมอนปิดหูก็ยังได้ยินเสียงครวญครางของทั้งคู่เสมอ
