บทที่ 11 เรื่องเล่าของภาพศิลป์
“โอ้โห...ขนาดนั้นเชียวเหรอคะพี่ฝัน เพลงชักอยากจะเห็นหน้าน้องชายพี่ซะแล้วว่าจะหล่อแค่ไหนเชียวถึงได้ทำให้ผู้หญิงยอมขนาดนั้น”
แม้เธอจะยิ้มตามไปกับเรื่องของวาดฝัน แต่ลึก ๆ แล้ว เพลงรักรู้สึกได้ถึงความรำคาญ เมื่อคิดว่าภาพศิลป์ที่วาดฝันพูดถึงคือผู้ชายที่หลงตัวเองและเห็นแก่ตัว ‘คนเจ้าชู้น่ะ ต่อให้หล่อแค่ไหนก็ไร้ค่าอยู่ดี’ เธอคิดในใจ
“อื้อ...ถ้าจะให้ตอบว่านายศิลป์หล่อแค่ไหน พูดกันอย่างไม่เข้าข้างเลยนะ เอาพระเอกละครช่องน้อยสีปั่นรวมกันยังหล่อสู้นายศิลป์ไม่ได้เลย หมอนี่มันหล่อทั้งหน้าตาและสมองเลยแหละ”
วาดฝันเอ่ยเยินยอน้องชายเกินจริงตามประสาคนในครอบครัว ในสายตาของเธอ ภาพศิลป์เป็นน้องชายที่น่าภาคภูมิใจเสมอ
“แหมพี่ฝัน...ยอน้องชายตัวเองเกินไปไหมคะ เพลงชักอยากจะเห็นขึ้นมาจริง ๆ เสียแล้วว่าจะหล่อสักแค่ไหน” เพลงรักแบะริมฝีปากใส่สาวรุ่นพี่อย่างนึกหมั่นไส้แกมขำที่อีกฝ่ายเข้าข้างยกยอน้องชายตัวเองออกนอกหน้า
“อ้าว...จริง ๆ นะ สาว ๆ หลงนายศิลป์กันครึ่งค่อนเมือง หมอนี่ไปไหนมาไหน มีแต่สาวล้อมหน้าล้อมหลัง ตอนวัยรุ่นยังเคยมีแมวมองมาติดต่อให้ไปเล่นละครเลยนะ แต่นายศิลป์เขาไม่ชอบเรื่องบันเทิงทุกชนิด ขนาดพี่ชอบอ่านนิยาย หมอนี่ยังค่อนขอดว่าน้ำเน่าเลย” วาดฝันทำหน้าเซ็งเมื่อคิดถึงถ้อยคำประชดของน้องชาย
“เชื่อแล้วค่ะว่าน้องชายพี่ฝันหล่อจริงอะไรจริง พี่การันตีซะขนาดนี้” เพลงรักเอ่ยกลั้วหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
“แต่ถึงนายศิลป์จะหล่อจะเก่งแค่ไหน พี่ก็ไม่อยากให้เพลงเข้าใกล้หมอนี่นักหรอก ผู้ชายเจ้าชู้อย่างนายศิลป์เป็นอันตรายกับสาว ๆ สวย ๆ อย่างเพลงเกินไป” วาดฝันเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เพลงไม่นิยมคนเจ้าชู้ค่ะ ต่อให้หล่อลากไส้แค่ไหนก็ไม่อันตรายสำหรับเพลงหรอกค่ะพี่ฝัน เพลงก็แค่อยากเห็นหน้าว่าหล่อเท่าไหร่เชียวถึงได้เจ้าชู้ขนาดที่พี่ฝันว่า”
เพลงรักเอ่ยเสียงหยันจากความรู้สึกยอกแสลงในอกอดหวนคิดถึงเรื่องครอบครัวตนขึ้นมาไม่ได้เมื่อฟังคำพูดของวาดฝัน เพลงรักนึกถึงอดีตที่เธอไม่อยากจดจำ ความเจ็บปวดที่พ่อผู้มากรักได้ทิ้งไว้ในชีวิตเธอและแม่จนกลายเป็นบาดแผลที่ไม่มีวันหาย เธอจำได้ดีว่าพ่อทิ้งไปโดยไม่หันหลังกลับ ทิ้งแม่ให้ใช้ชีวิตอยู่เหมือนตายทั้งเป็น...
ผู้ชายมากรักหลายใจที่ทิ้งลูกทิ้งเมียให้อยู่อย่างยากลำบากคนนั้นทำให้เธอรังเกียจชายมากรักหลายใจอย่างเข้าไส้ สำหรับเพลงรัก ผู้ชายแบบภาพศิลป์ก็ไม่ต่างจากสิ่งปฏิกูล อยู่ใกล้ก็มีแต่จะเหม็นเน่า เธอไม่เสียเวลาอยู่ใกล้ผู้ชายแบบนี้แน่นอน
ชีวิตนี้ผู้ชายเจ้าชู้คนเดียวก็ทำให้เธอสะอิดสะเอียนเกินทน ครอบครัวเธอต้องพังพินาศเพราะความมักมากของคนคนนั้น คนที่สร้างบาดแผลขนาดใหญ่ไว้ในชีวิตของเธอกับแม่ ความผิดหวังรุนแรงทำให้แม่ของเธอตรอมใจจนเสียสติ ภาพที่ทำให้เพลงรักเข็ดขยาดและอคติกับผู้ชายเจ้าชู้
“โบราณว่ายิ่งเกลียดยิ่งเจอนะ” วาดฝันกระเซ้าสาวรุ่นน้องยิ้ม ๆ
“แค่เจอไม่เป็นปัญหาค่ะพี่ฝัน คนอย่างเพลงไม่เอาใจไปผูกพันกับผู้ชายเจ้าชู้หรอกค่ะ ใครอยากคิดว่าตัวเองจะเปลี่ยนสันดานคนกลุ่มนี้ได้ก็เชิญ แต่ไม่ใช่คนอย่างเพลงแน่ ๆ ค่ะ” เพลงรักตอบอย่างไม่ยี่หระและค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวเองว่าจะไม่หลงมอบใจให้คนเจ้าชู้หน้าไหนทั้งสิ้น มหากาพย์แห่งความคิดถึงทำให้สองสาวนอนคุยกันเพลิน
ห้องเพลงรักเงียบสงบหลังสองสาวยุติบทสนทนา เสียงเพลงคลอเบา ๆ หยุดลงเมื่อวาดฝันนั่งหน้าโน้ตบุ๊กของเธอ นักเขียนฝันขยับตัวไปมาในท่าทางที่ชวนให้นึกถึงความคิดที่ยุ่งเหยิงในหัว ขณะที่ปลายนิ้วไล่ไปตามแป้นพิมพ์เหมือนจะหาคำตอบอะไรบางอย่างที่ยังไม่อาจล่วงรู้ได้ แต่ความเงียบในห้องกลับยิ่งทำให้หัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้น รู้สึกถึงบางสิ่งที่อยู่ใกล้ แต่ไม่อาจสัมผัสได้ในห้องนี้ วาดฝันลุกขึ้นเมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ปกติในขณะที่เพลงรักยังอาบน้ำไม่เสร็จ สายตาวาดฝันมองไปรอบห้องอย่างสงสัย
“ทำไมรู้สึกเหมือนในห้องนี้ไม่ได้มีแค่เรากับเพลงรักนะ… มันเหมือนมีใครมองเราอยู่ตลอดเวลาเลย แปลกจัง” วาดฝันพูดเบา ๆ กับตัวเอง พลางหันไปมองทั่วห้อง สัมผัสถึงบางสิ่งที่คุกคาม แต่ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไร
อีกมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ ชัยยศมาถึงโต๊ะที่ร้านนั่งชิลล์ เขาโบกมือทักทายพร้อมรบและสู้ศึกเพื่อนร่วมโต๊ะที่มาถึงก่อน นายตำรวจหนุ่มนั่งลงแล้วเอ่ย “ขอโทษที พอดีมีประชุมด่วน มาช้าหน่อย”
พร้อมรบไม่รอช้า หลังจากที่พนักงานรับออร์เดอร์ไปแล้ว เขาหันมากระซิบกับชัยยศถามอย่างใจจดใจจ่อ “คดีล่าสุดมีเบาะแสอะไรใหม่ไหม”
ชัยยศหยิบเอกสารในแฟ้มขึ้นมา “มีสามรายที่ญาติแจ้งความคนหายไว้ คนนึงเป็นนักพนันที่ดูเหมือนจะหายไปสองสัปดาห์ อีกคนพนักงานบริการบาร์โฮสต์ ชื่ออนุสรณ์...”
เขาพูดไปเรื่อย ๆ จนสู้ศึกทำหน้าพะอืดพะอม พลางแกล้งทำท่าเหมือนจะสำลัก
“โอ๊ย พี่ครับ คุยคดีกันกลางโต๊ะข้าวนี่มันโหดไปหน่อยไหม รอให้ผมกินอิ่มก่อนไม่ได้หรือไง แค่คิดภาพตามผมก็ชักจะฝืดคอ ข้าวจะพุ่งแล้ว หมดอารมณ์อยากกินเลย” สู้ศึกแสดงสีหน้าพลางเอ่ยเสียงออด
ชัยยศหัวเราะเบา ๆ “แกยังไม่ชินอีกเหรอวะไอ้เล็ก ฉันกับพี่แกทำคดีร่วมกันมาไม่รู้กี่ศพต่อกี่ศพแล้วนะโว้ย เราก็คุยกันแบบนี้ทุกรอบนี่หว่า”
